
‘อดีตปธ.ยุทธศาสตร์เพื่อไทย’ ชี้ พท. ต้องเลิกบริหารแบบพรรคครอบครัว-บริษัทจำกัด ถึงจะรีแบรนด์ได้ มอง ‘จุลพันธ์’ มีโอกาสนั่งหัวหน้าคนใหม่ แต่ตัวจริงคือแคนดิเดตนายกฯ
24 ต.ค. 2568 – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ในช่วงการเลือกตั้งปี 2562 ที่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งปี 2544 จนมาเป็นพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน กล่าวถึงเรื่องการเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ที่จะมาแทน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ลาออกไป
โดยเมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า อาจจะมีการผลักดันคนในพรรคเช่นนายสรวงศ์ เทียนทอง หรือนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทางคุณญิงสุดารัตน์ ให้ความเห็นว่า ตนเองไม่ได้ข่าวอะไรว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ แต่พูดด้วยความหวังดีว่า เพื่อไทยต้องแก้ pain point ของตัวเองแบบที่ทำมาตลอด ในเรื่องการบริหารจัดการพรรคแบบ “บริษัทจำกัด” ไม่ใช่พรรคการเมือง เพราะนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยต้องมาด้วยการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย มาด้วยการรับฟังแนวคิดของทุกคน ต้องให้คนในพรรคมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ หากต้องการเปลี่ยนแปลงก็ต้องแก้ในจุดนี้
“การที่เขาบริหารแบบบริษัทจำกัด บริษัทครอบครัว มันก็เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายตัวเขาเอง ถ้าต้องการจะ reform จริงๆ ต้องแก้จุดนี้ให้ได้” คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ
อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า ส่วนหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จากที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย บอกว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งทั้งนายสรวงศ์ เทียนทอง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ก็เข้าข่ายทั้งคู่ น้ำหนักหากให้เดา ก็อาจจะเป็นนายจุลพันธ์ ด้วยเหตุเช่นความสนิทสนม ความเป็นกลุ่มก้อนกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคที่เพิ่งลาออก และยังอาจเป็นการยิงแล้วได้นกสองตัวคือ บอกได้ว่าแม้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บิดานายจุลพันธ์ลาออก แต่นายจุลพันธ์ก็ยังอยู่ แต่ต้องบอกว่าจะให้นายสุริยะรับผิดชอบ แต่นายสุริยะคงจะเห็นบทเรียนว่าหลายคนโดนยังไงกับพรรคเพื่อไทย
คุณหญิงสุดารัตน์ ที่เคยเป็นอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทยในช่วงการเลือกตั้งปี 2562 เล่าว่า อย่างตัวเราเอง วันแรกที่เข้าไทยรักไทย (การเลือกตั้งปี 2544) ตอนนั้นก็อยู่พรรคพลังธรรม ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร เข้ามาอยู่พลังธรรมเป็นหัวหน้าพรรคแล้วรันพรรคในการเลือกตั้ง จนต่อมาลาออกไป จนเหลือเราเป็น สส.พลังธรรมแค่คนเดียว ตอนนั้นเริ่มไปตั้งกลุ่มพลังไทยแล้ว แต่ทางพลตรีจำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม เป็นห่วงบอกว่าให้ไปอยู่ไทยรักไทยกับนายทักษิณ ก็ช่วยทำพรรคกันมา จนต่อมาถูกตัดสิทธิการเมืองห้าปี (คดียุบพรรคไทยรักไทย) แล้วต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ถูกรัฐประหารปี 2557 มีการระดมคนที่เคยทำไทยรักไทยยุครุ่งโรจน์ บอกว่าไม่อยากเอาคนในครอบครัวมาบริหารเพราะโดนมาเยอะแล้วอยากให้เป็นมืออาชีพมาทำพรรคให้เป็นพรรคการเมืองที่ดี เพียงแต่ว่าช่วยดูแลครอบครัวไม่ให้ถูกรังแก พวกเราก็คุยกันหลายรอบ เราก็เห็นว่าหากจะทำพรรคที่ดี ปล่อยให้มืออาชีพทำงาน
พวกเราก็เข้ามา จนทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งได้ สส. มากที่สุดมาเป็นอันดับหนึ่งตอนเลือกตั้งปี 2562 ทั้งที่ส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งน้อยกว่าพรรคอื่นหนึ่งร้อยเขต แต่พอถึงจุดหนึ่งเขาก็บอกว่า มันมีความจำเป็น มีภารกิจที่ต้องพานายกลับบ้าน จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นครอบครัวแล้ว จากที่เคยบอกว่าไม่อยากเอาครอบครัว ตรงนี้ก็คงทำให้นายสุริยะได้เห็นตัวอย่างรวมถึงตัวอย่างล่าสุดกับกรณีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กับการบริหารในลักษณะของครอบครัว บริหารในลักษณะของบริษัทจำกัด ดังนั้นนายสุริยะที่เป็นคนฉลาด หากจะต้องมารับผิดชอบใดๆ ในพรรค ก็คงต้องมี commitment ว่าจะให้อะไร อย่างไรให้ชัดเจน ที่ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ก็แฟร์ที่จะมีการตกลงกันให้ชัดเจน ว่าขอบเขตอำนาจมีอยู่แค่ไหนและจะมีอะไรที่จะการันตีว่าเขาจะสามารถทำงานได้ อย่างพวกเราตอนนั้นหวังจะทำงานอย่างเดียว ไม่ได้มี commitment อะไร
“ตำแหน่งหัวหน้าพรรคสำหรับเพื่อไทยไม่ค่อยไม่ได้ค่อยสำคัญ ต้องไปดูคนที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่ก็พูดด้วยความปรารถนาดีว่า ถ้าจะแก้ปัญหาภายในพรรคได้ต้องเลิกระบบ ต้องเลิกระบบครอบครัวหรือบริษัทจำกัด” คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ
เมื่อถามว่า หากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นนายจุลพันธ์ ถือว่าความเป็นบริษัทจำกัดหายไปหรือยัง เพราะไม่ใช่คนตระกูลชินวัตรแล้ว คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบว่า ก็ไม่หรอก เพราะที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร เป็นคนแรกที่มาเป็นหัวหน้าพรรคต่อจากนายทักษิณในรอบยี่สิบปี ที่ได้เป็นหัวหน้าพรรคในตระกูล นอกนั้นเขาก็ใช้คนอื่นมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่ถึงเวลาคนเป็นนายกฯ ก็เป็นคนในตระกูล สำหรับในส่วนของนายจุลพันธ์เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ หากจะรีแบนด์ให้เป็นพรรคคนรุ่นใหม่อาจจะได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ เช่น บทบาทของนายจุลพันธ์ว่าจะเป็นตัวของตัวเองแค่ไหน รวมถึงตัวนโยบายที่ต้องรับภาระหนัก ถ้าขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะต้องพาพรรคฝ่ากระแสเรื่องของการตระบัดสัตย์ รวมถึงเรื่องของที่เคยเป็นจุดแข็ง ว่าเพื่อไทยมาเศรษฐกิจดี หรือทุกนโยบายทำได้จริง แต่สองปีที่ผ่านมาทำไม่ได้จริง ก็จะเป็นภาระหนัก
เมื่อถามย้ำว่า ฟังจากที่ให้สัมภาษณ์เหมือนกับก็ยังไม่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทย จะละลายความเป็นพรรคการเมืองที่เป็นลักษณะบริษัทจำกัดไปได้ คุณหญิงสุดารัตน์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เอาความเชื่อส่วนตัวแล้วกัน เพราะตัวเองโดนมาเอง ในวันที่เขายากลำบาก ตอนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องหนีไปต่างประเทศ ได้มาขอร้องพวกเราประมาณยี่สิบกว่าคน ให้กลับไปช่วยพรรคแล้วบอกว่าให้ความเป็นอิสระ ให้ทำงานแบบมืออาชีพ ขอให้ไปช่วยสร้างพรรคให้ดีๆ ให้กับประเทศชาติ แต่ขอว่าอย่าให้มีการมารังแกครอบครัวเพราะครอบครัวก็ไม่เอาแล้ว เพราะโดนทั้งตัวนายทักษิณ น้องเขย (สมชาย วงศ์สวัสดิ์) น้องสาว พวกเราก็เข้าไป พอเข้าไปได้ถึงจุดหนึ่ง ทำให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้งมาด้วยความยากลำบากเพราะก็ส่งคนลงสมัครส.ส.เขตน้อยกว่าคนอื่นเพราะส่งน้อยกว่าคนอื่นหนึ่งร้องเขตเลือกตั้ง โดยตอนปี 2562 เราก็รู้อยู่แล้วว่า เพื่อไทยจะไม่ได้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์สักคนเดียว (ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว) ตอนนั้นก็รู้ว่าหาเสียงไป เรื่องนายกฯไม่ต้องพูดถึงไม่ได้เป็นแน่ ในห้วงที่ คสช. เขาแรงแบบตอนนั้น ตอนนั้นก็รู้อยู่แล้วว่า ที่ลงไปเรื่องนายกฯ ไม่ได้เป็นแน่ และแม้แต่ สส.(ลงระบบปาร์ตี้ลิสต์) ก็รู้อยู่ก่อนแล้วว่าจะไม่ได้เป็น สส. แต่ก็ทำเต็มที่ จนเพื่อไทยได้ สส.หลังเลือกตั้งมาอันดับหนึ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พท.' ฉะยับกกต.จัดเลือกตั้งให้โปร่งใส จี้แสดงความรับผิดชอบ
เพื่อไทยออกโรง ฉะยับ กกต.ขอให้จัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส ยุติธรรม ไล่บี้แสดงความรับผิดชอบ
แกนนำเพื่อไทย นำ ‘เอกพงษ์-นพพล‘ ขึ้นรถแห่หาเสียงพิษณุโลก
“สมศักดิ์” นำ “เอกพงษ์-นพพล”ขึ้นรถแห่หาเสียงพิษณุโลก กระแสตอบรับดี ประชาชนเชียร์คึกคัก ชี้ ผู้สมัครเพื่อไทย เข้าใจปัญหา-พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย ย้ำ เพื่อไทย ทำนโยบายสำเร็จเพียบ ขอมั่นใจเลือกทั้ง 2 ใบ
'ยศชนัน' ลั่นเพื่อไทยมาถูกทางแล้ว พอใจผลโพลได้คะแนนสูงขึ้น ชี้ปลุกรักชาติหาเสียงไม่เหมาะ
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่โพลทุกสำนักออก คะแนนของพรรคเพื่อไทยยังตามอยู่ ช่วงโค้งสุดท้ายพรรคจะทำอย่างไรเพื่อดันคะแนนขึ้นมา ว่า โพลเป็นการใช้หลักการวิทยาศาสตร์เป็นการสุ่ม
'ดุสิตโพล' ชี้โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 'ปชน.-เท้ง' ยังครองเบอร์หนึ่ง
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 26,621 คน (สำรวจทางภาคสนาม 100%)
'นิด้าโพล' ยกสองเลือกตั้ง 'เท้ง' ยังนำอันดับ 1 'หนู-มาร์ค' ไล่หลัง
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ยกสอง กระแสเลือกตั้ง 69” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-27 มกราคม 2569
พท.ลุยหาเสียงนนทบุรี เขต 7 รุ่นใหญ่ยังเลือกจากใจ เพราะนโยบาย 30 บาท
พท.หาเสียงนนทบุรี ต่อเนื่องช่วย "ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์" ผู้สมัคร สส.เขต7 เบอร์ 3 เจอแฟนคลับรุ่นใหญ่บอกเลือกเพื่อไทยเพราะนโยบาย 30 บาท พร้อมขอโอกาสผู้สมัครเข้าไปผลักดันนโยบายสู่ประชาชน

