"โอ๊ค-เอม" ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 48 หลังคุมขังมาแล้ว 6 เดือน 7 วัน "พินทองทา" เผย “ทักษิณ” นับวันรอพักโทษอีกเพียง 2 เดือน ถือคติต้องไม่เครียด ส่งกำลังใจให้กันและกัน เชื่อ คนข้างในกำลังใจดี-ไม่เศร้า คนรอก็กำลังใจดีตามไปด้วย ส่วน “สภา สส.” เตรียมโหวตชื่อนายกฯ “ทักษิณ” ยังไม่ได้ฝากอะไรถึงพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่คุยเรื่องหลานและสุขภาพ ไม่คุยการเมือง
16 มีนาคม 2569 - เวลา 11.00 น. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือติ๊ก (ภรรยาของนายพานทองแท้) พร้อมด้วย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร ได้ร่วมกันเป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ซึ่งการเข้าเยี่ยมในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 48
โดยปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ เป็นระยะเวลา 6 เดือน กับอีก 7 วัน โดยยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีตามกำหนดวันเยี่ยมญาติ และทุกวันอาทิตย์ยังคงมีเวทีปราศรัยหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม สลับหมุนเวียนแกนนำคนเสื้อแดงขึ้นเสวนาจนกว่าจะถึงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ซึ่งนายทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป
ต่อมาเวลา 11.45 น. ภายหลังจากที่นายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พร้อมคู่สมรส ได้ใช้เวลาเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ ประมาณ 40 นาที นั้น
น.ส.พินทองทา ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้การพูดคุยกับคุณพ่อยังคงเป็นไปด้วยดี ตอนนี้ก็เคาต์ดาวน์เวลาไปเรื่อย ๆ ส่วนระหว่างสองเดือนหลังจากนี้ ทางคุณพ่อก็ยังมีกิจกรรมปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนอาการปวดเมื่อยร่างกายต่าง ๆ ก็ดีขึ้นตามลำดับ แต่ท่านอายุเยอะแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีลุกเข้าห้องน้ำหรือนอนไม่ดีบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าตื่นเต้นเพราะเตรียมตัวใกล้ออกแล้ว (คนเสื้อแดงพูดเสริมว่า อีกเพียง 7 สัปดาห์เท่านั้น)
น.ส.พินทองทา เผยต่อว่า แต่เราก็รู้สึกยิ่งใกล้ยิ่งช้า ทั้งนี้ ตนต้องขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจเสมอ เพราะคนที่รอข้างนอกก็รู้สึกว่าช้าเหมือนกัน ก็ให้กำลังใจกันไป
ทั้งนี้ เมื่อถามว่าสภาผู้แทนราษฎรใกล้การโหวตชื่อนายกรัฐมนตรี ทางนายทักษิณ ชินวัตร ได้ฝากอะไรมายังพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น น.ส.พินทองทา ตอบว่า ไม่มีเลยค่ะ ส่วนใหญ่ไม่ได้คุยเรื่องการเมืองเลย ส่วนใหญ่คุยเรื่องหลานเรื่องสุขภาพมากกว่า ก็เป็นการคุยฆ่าเวลา เพราะมันก็ได้ดึงเวลาให้คุณพ่อได้มีอะไรทำบ้าง ก็คิดแค่นั้นเลย สุขภาพจิตจะได้ไม่เศร้า จะได้มีกำลังใจ เพราะถ้าคนข้างในเครียด คนข้างนอกก็จะรู้สึกแย่และเครียดไปด้วย เราจึงต้องรักษาและส่งกำลังใจต้องสู้กันไป พร้อมกับขอบคุณคนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจกัน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทักษิณ' ยื่นศาลภาษี เบรกสรรพากรยึดทรัพย์ 'ภาษีหุ้นชินคอร์ป' 1.5 หมื่นล้าน นัดไต่สวน 7 ต.ค.นี้
"ทักษิณ" ยื่นฟ้องศาลภาษีอากรกลาง หลังสรรพากรตามยึดทรัพย์ซ้ำซ้อนภาษีอีก 1.5 หมื่นล้าน "วิญญัติ" ชี้ทั้งที่เงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้านถูกริบเข้าแผ่นดินหมดแล้ว แนะไปตามเก็บจากกระทรวงการคลัง ศาลนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว 7 ต.ค. นี้
'โรม' รับเรื่องช่วยผู้ต้องขังคดี 112 อดอาหารประท้วง 2 เดือน ไม่กินน้ำมา 2 วัน หวั่นอาการทรุดถึงช็อกดับ
“โรม” รับหนังสือเร่งประสานราชทัณฑ์-เรือนจำธัญบุรี ช่วย “ฟ้า พรหมศร” ผู้ต้องขัง ม.112 อาการทรุด หลังอดข้าว-อดน้ำ หวั่นซ้ำรอย "บุ้ง เนติพร" เสียชีวิตคาเรือนจำ
'ราชทัณฑ์' ขยับร่างกฎกระทรวงใหม่ 'โทษประหาร' ต้องติดคุกจริงขั้นต่ำ 25 ปี ถึงมีสิทธิเลื่อนชั้น
"อธิบดีราชทัณฑ์" รับเล็งเคาะโทษประหารต้องขังจริงขั้นต่ำ 25 ปีถึงได้เลื่อนชั้น ชี้ยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย ด้านรองอธิบดีฯ ยันต้องรอบอร์ดสันติสุขเคาะกรอบชัดเจนก่อนเปิดรับคำร้องนิรโทษฯ คาดผู้ต้องขังคดีการเมืองเข้าเกณฑ์ไม่ถึงหมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคดีต่อเนื่อง
จับตา! ปฏิกิริยา ภท. หลัง 'ทักษิณ' ขยับ กดทับ 'อนุทิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทักษิณขยับ กดทับอนุทิน?" โดยระบุว่า
'รังสิมันต์' ชี้สังคมกังวลใจ 3 ข้อ ปมราชทัณฑ์ปล่อยตัว 'เล่าต๋า'
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์ดำเนินการปล่อยตัว 'เล่าต๋า' ผู้ต้องขังคดีสำคัญ
สวรรค์ของโจร 'แทนคุณ' ครวญ ไทยมีระบบการลดโทษที่ดีที่สุดในโลก จนอาชญากรร่าเริง
'แทนคุณ' ครวญ ไทยมีระบบการลดโทษที่ดีที่สุดในโลก ลดแล้วลดอีกลดแบบโปรโมชั่นไม่เกรงใจเหยื่อ จนอาชญากรร่าเริง ออกมาก่อเหตุอีก ระบบยุติธรรมขั้นต้นและกลางแยกไม่ออกว่าอะไรสุจริตอะไรทุจริต เหลือแต่ศาลที่จะดึงศรัทธาต่อความสุจริตกลับมาให้ประเทศไทยได้หรือไม่

