'จาตุรนต์' ห่วงปชช.ไม่รู้ออกเสียงประชามติพร้อมวันเลือกตั้ง หวั่นไม่ผ่านเสี่ยงแก้ใหม่ได้ยาก

'จาตุรนต์' ห่วง ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้ออกเสียงประชามติพร้อมวันเลือกตั้ง อัด กกต. เฉื่อย-เนือยไม่ให้ข้อมูล หวั่น ไม่ผ่านเสี่ยงแก้ใหม่ได้ยาก ยันพรรคการเมืองเดินหน้ารณรงค์ให้ความรู้ได้ ไม่ห้ามชี้นำ เชื่อหากเป็นเกมการเมืองอาจมีคนไปกระซิบไม่ให้คนสนใจ เตรียมทำชุดข้อมูลให้ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย ให้ความรู้ประชาชน

26 ธ.ค.2568- ที่พรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทย แถลงถึงการจัดทำประชามติพร้อมการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.69 นี้ ว่า ภายใต้แนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 พรรคเพื่อไทยจึงได้มีคำสั่งที่ 0017/2568 แต่งตั้งคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ลงวันที่ 19 ธ.ค.68 โดยมีตนเป็นประธานกรรมการชุดนี้ ซึ่งได้กำหนดหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการชุดนี้ ที่สำคัญคือการรณรงค์และสื่อสารกับประชาชนเกี่ยวกับเรื่องเหตุผล และความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเชิญชวนให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงได้มาออกเสียงลงคะแนนในวันที่ 8 ก.พ.69 ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

"การจัดทำประชามติในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากผ่านความเห็นชอบของประชาชนจะเกิดความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเป็นต้นทุนทางสังคมและทางการเมือง ที่รัฐสภาจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป แต่หากการจัดทำประชามติในครั้งนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน อาจจะมีผลเสียถึงขั้นทำให้การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่เกิดขึ้นได้อีกเลย ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนไปอีกยาวนาน"

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยเข้าใจเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติประชามติ พ.ศ.2564 แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2568 ที่รับรองและส่งเสริมให้ประชาชน พรรคการเมือง กลุ่มองค์กรเอกชนและกลุ่มต่างๆในสังคม ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญรณรงค์ในการออกเสียงประชามติได้อย่างเสรี และเสมอภาค เท่าเทียมกัน ซึ่งคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติฯ ได้กำหนดกรอบแนวทางในการทำงานในช่วงระยะเวลาอันจำกัดนี้อยู่ใน 5 หัวข้อ คือ 1.เร่งจัดทำคำอธิบายหรือชุดความคิดที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาและข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชน

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า 2. เร่งสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือทั้งจากพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง องค์กรเอกชน และเครือข่ายต่างๆเพื่อมาร่วมกิจกรรมรณรงค์ให้เห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3.จัดทำแผนงานกิจกรรมในการรณรงค์ สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ โดยนำคำอธิบาย หรือชุดความคิดที่อธิบายถึงข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นเหตุผลที่จะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปเผยแพร่ต่อกลุ่มเป้าหมาย และประชาชนผู้มีสิทธิเสียงอย่างทั่วถึง 4.จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ การรณรงค์ สื่อสาร ที่เหมาะสมในแต่ละช่องทาง แต่ละกลุ่มเป้าหมาย และ 5.มีหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะที่เป็นองค์กรที่รับผิดชอบเรื่องการออกเสียงประชามติได้เร่งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการให้ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่างๆในสังคมได้มีสิทธิเสรีภาพในการจัดกิจกรรมรณรงค์การออกเสียงประชามติอย่างเท่าเทียม รวมถึงเร่งดำเนินการเผยแพร่กระบวนการ และขั้นตอนออกเสียงประชามติแก่ผู้มีสิทธิออกเสียง อีกทั้งเร่งดำเนินการจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระ และรอบด้าน เท่าเทียมกันทั้งผู้ที่เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้ กกต.ควบคุม และกำกับดูแลให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นไปโดยเสรี ปราศจากการครอบงำ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม หรือหลอกลวง เพื่อให้การออกเสียงประชามติสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ คณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติฯ เห็นว่าการจะทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกิดความเข้าใจ และเห็นความสำคัญการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในการทำประชามติครั้งนี้ไม่อาจประสบความสำเร็จได้ โดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือกลุ่มองค์กรใดองค์กรหนึ่งตามลำพัง ฉะนั้น พรรคเพื่อไทยจึงพร้อมที่จะร่วมมือกับพรรคการเมืองกลุ่มองค์กรต่างๆ และประชาชนทั่วไป เรายินดีจะเข้าร่วมทำกิจกรรมกับทุกภาคส่วนในทุกเวทีที่สามารถทำได้กับทุกภาคส่วน ทุกเวทีที่สามารถทำได้

“หลังจากนี้กิจกรรมรณรงค์ จึงไม่ใช่เรื่องประกอบ แต่คือภารกิจสำคัญที่จะกำหนดอนาคตประชาธิปไตยของประเทศ และคณะกรรมการ ขอทุ่มเททำงานเต็มที่ควบคู่กับการเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้ความพยายามจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกปิดประตูตาย หรือถูกกลบฝังจนหมดพลังเดินหน้าต่อ เราจึงไม่อาจหมดหวัง แม้ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามอีกมากมายรออยู่ข้างหน้าก็ตาม สุดท้ายนี้ ผมขอเชิญชวนทุกพรรคการเมือง ทุกองค์กรภาคประชาชน ภาคเอกชน นักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนทุกคน ช่วยกันทำให้ประชามติครั้งนี้เป็นวาระร่วมของประเทศ ช่วยกันอธิบาย ช่วยกันรณรงค์ และชวนกันออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุด เพราะถ้าทุกฝ่ายช่วยกัน ประชามติครั้งนี้จะผ่าน และประเทศไทยจะได้เริ่มต้นเส้นทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง” นายจาตุรนต์ กล่าว

เมื่อถามว่า การทำประชามติไม่สามารถออกเสียงล่วงหน้าได้เหมือนการเลือกตั้งทั่วไป จะทำให้คนโหวตประชามติน้อยลงหรือไม่ นายจตุรนต์ กล่าวว่า ส่วนนี้จะเกิดเป็นความเสียหาย เขาต้องมาลงประชามติอีกครั้งหนึ่งในวันเลือกตั้ง แต่เท่าที่ฟังดู กกต. บอกว่าจะหาทางให้ออกเสียงคะแนนนอกพื้นที่ได้

เมื่อถามว่า ถ้าครั้งนี้ไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ครั้งหน้าจะสามารถแก้ได้อีกหรือไม่ นายจตุรนต์ กล่าวว่า เป็นความรู้ทั่วไปในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญกันมา การแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราที่ไม่ยากและมีผลไม่มากแบบนี้ทำได้ แต่ที่เราจะทำคือแก้รัฐธรรมนูญขนานใหญ่ หรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การกระทำแบบนี้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ว่าจะต้องทำประชามติก่อน หากทำประชามติแล้วไม่ผ่าน เราจะไปเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อไปทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้แล้ว เพราะประชาชนเห็นชอบไม่ให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญ แล้วคำถามคือ จะจัดทำประชามติใหม่ได้หรือไม่ในอนาคตก็ทำได้ แต่มันเกิดขึ้นไม่ง่าย รัฐสภาอาจไม่ลงมติว่าให้ไปถามประชาชน เพราะการที่สภาลงมติครั้งนี้ คือความประสงค์ที่จะเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ถ้าหากไม่ผ่านความเห็นชอบ นี่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่มาก เราจะอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ที่มีปัญหามาก เนื่องจากมีข้อจำกัด มีปัญหาต่อชีวิต มีปัญหาต่อชีวิตปากท้องประชาชน ทำประเทศล้าหลัง ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อไปยังรุ่นลูก รุ่นหลาน

เมื่อถามว่า การเปิดให้ลงทะเบียนช้าและให้ข้อมูลที่น้อยมองเป็นเกมการเมืองได้หรือไม่ เพราะอาจมีบางพรรคไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ความเฉื่อย เนือย ไม่กระตือรือร้นของ กกต. ซึ่งมีหน้าที่หลักในการทำความเข้าใจ และชี้แจงความชัดเจน รัฐบาลสามารถช่วยชี้แจงได้แต่ห้ามชี้นำ แต่ขณะนี้ช้ากว่าที่ควรจะเป็นไปมาก หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้ง การชี้แจงต่อประชาชนน้อยมาก เราจึงกำลังเสนอว่าขอให้ กกต. เร่งดำเนินการ ซึ่งคณะกรรมการรณรงค์ประชามติ ได้ประสานไปยังภาคประชาชนเพื่อหารือร่วมกัน

เมื่อถามย้ำว่า มองเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ความไม่กระตือรือร้นนั้นจะมีผลทำให้คนรู้น้อย มาลงประชามติน้อย ถ้ามีเกมการเมืองมากกว่านั้นอาจจะกลายเป็นการกระซิบคน กระซิบเจ้าหน้าที่ ให้ไปบอกประชาชนว่าไม่ต้องไปสนใจแก้รัฐธรรมนูญก็เป็นไปได้ แต่เรื่องนี้ถ้าทำโดยภาคประชาชน เอกชน หรือองค์กรการเมืองสามารถทำได้ แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือ กกต. ทำแบบนี้ไม่ได้ เราต้องเรียกร้องให้ กกต. เร่งทำงานเรื่องนี้

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ทางพรรคเพื่อไทยจะเตรียมชุดข้อมูล และคู่มือให้แก่ผู้สมัครรวมถึงบุคลากรของพรรค เพื่อให้มีการสื่อสารถึงประชาชน พร้อมหวังว่า สื่อมวลชนจะช่วยกันสื่อสารเรื่องยากนี้ให้เป็นที่รับรู้ของประชาชน ขณะนี้เราต้องทำงานแข่งกับเวลาเพราะเวลาเหลือน้อยมากแค่ 1 เดือนในการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และเห็นความสำคัญของการไปออกเสียงประชามติ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"

ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'สุชาติ' ยินยอมให้นับคะแนนใหม่ ไม่ผูกมัด กกต.

ดร.ณัฏฐ์ สอนมวย กกต. ปมนับคะแนนใหม่ "บันทึกคัดค้าน" พยานสำคัญมีน้ำหนักมากกว่าพยานบุคคล ส่วน "สุชาติ" ทำหนังสือยินยอมให้นับใหม่ ไม่เป็นเหตุให้ กกต.นับคะแนนใหม่

'สุชาติ' เมินคำท้า 'ไอซ์ รักชนก' บอกไม่ให้ราคา อย่าไปจมปลักกับคนพวกนี้

"สุชาติ" ยื่น ประธานกกต. ยินดีนับคะแนนใหม่ เมินคำท้า "ไอซ์ รักชนก" บอกไม่ให้ราคา ขอมองข้าม อย่าไปจมปลักกับคนพวกนี้ ยันไม่มีการใช้อำนาจบ้านใหญ่

นายกฯหนู กำชับเจ้าหน้าที่ใช้ความละมุนละม่อม ดูแลม็อบ 'นับใหม่' มองเป็นสิทธิแต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก​รัฐมนตรี​ ในฐานะหัวหน้าพรรค​ภูมิใจ​ไทย​ กล่าวถึงการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ว่า ได้กำชับให้ฝ่ายปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และตำรวจให้ช่วยกันดูแลสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม

นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย