เลือดส้มยังไหล! อดีตส.ส.โบกมือลาเพราะพรรคเปลี่ยนไป  กลัวกระแส ‘ศุภจี-สีหศักดิ์-เอกนิติ’ จนต้องใช้คนนอกสู้

6 ม.ค. 2569-  กัลยพัชร รจิตโรจน์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล สมาชิกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความใน X New @newkalyapat ว่า นิวตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการแล้วนะคะ สำหรับความรู้สึกที่ขอบันทึกไว้ตรงนี้ ดิฉันพิมพ์ไว้ก่อนก่อนจะประกาศผลปาตี้ลิส วันจันทร์อังคารที่จะถึงนั้น เพื่อป้องกันคำครหา ว่า ไม่ผ่านแล้วพาล หรือถ้าผ่าน ก็ต้องโดนบอกให้นั่งทับมือเช่นเดิม อยากจะปราศจาก conflict of interest หรือ bias ใด เพราะเราคิดเรื่องนี้สะสมมาหลายเดือน ยาวนานประมาณ6เดือน ก่อนจะยกมือให้นายกน้ำเงิน จนมาถึงวันนี้ เรารู้ว่าข้อความนี้อาจทำให้หลายคนไม่พอใจ แต่เราเป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้ แบบที่เข้าใจว่า ทั้งโหวตเตอร์  สมาชิกพรรค แกนนำ และเพื่อนสส รวมทั้งผู้สมัคร ทีมงานพรรค ทีมเครือข่าย จากอนาคตใหม่ ก้าวไกล มาจนถึงประชาชน น่าจะพอรับฟังได้

เราไม่เคยพูดเรื่องทั้งหมดนี้กับใคร ถ้าเราเป็นคนไม่ต่อต้านระบบ สยบยอม เราคงเรียนต่อแพทย์สี่ ใช้ทุนครบ เป็นอาจารย์ หูคอจมูก ไปแล้ว ไม่ถ่อไปเรียน MSc dermatology อังกฤษ เพื่อให้คนมาดูถูก ว่าเป็นหมอความงาม หมอชั้นสอง โง่บ้างไรบ้าง ตั้งแต่เราเกิดมา เราไม่เคยเจอคนฉลาดที่ไหน ว่าคนอื่นโง่เลย จริงๆทางเดินชีวิตนิวมันง่ายมากนะ เรียนผิวหนังในไทย ใช้เส้นสูงเสียดฟ้า ที่มีแต่คนหาว่าโง่ ที่มีเส้นแล้วไม่ใช้ โทรกริ๊งเดียวก็ได้เรียน นิวเลือกที่จะไม่เรียนผิวหนังในไทย เพราะไม่ต้องการเริ่มต้นอาชีพ ด้วยการเป็นหนี้บุญคุณใคร แค่จุดนั้น มันก็ทำให้นิวรู้สึกแล้วว่า แล้วเราจะตั้งใจเรียน ที่ผ่านมา เพื่ออะไร เมื่อในที่สุดแล้ว มันไม่อาจชนะ เส้นสายที่แน่นหนา ในทุกมิติของสังคมนี้ไปได้

ทำไมเราถึงสนใจพรรคอนาคตใหม่? เพราะพรรคทำให้ignorant แบบเรา หันมาสนใจการเมืองได้ เพราะมันเจอคนที่ไม่สยบยอมกับระบบ ผู้นำแบบธนาธร ความคิดก้าวหน้าแบบอจ.ป๊อก เป็นสิ่งที่เรารอมานาน และดีใจที่มีพรรคนี้เกิดขึ้น ความคิดที่ว่า คุณมีฝันแบบไหน จงเข้ามาทำให้มันเกิดขึ้น ด้วยตัวเอง ผ่านมาถึงก้าวไกล นิวเห็นพรรคใหญ่ขึ้น มวลชนรักพรรค เราเองก็รักพรรคมากขึ้น จนอยากมีส่วนร่วมเข้าไปช่วยพรรค ตั้งใจกะจะเข้าไปเป็นอาสาเฉยๆ ปรึกษาวาโย และเดินเข้าไปหาพี่ทิมเลยวันที่พี่วิโรจน์เปิดตัวผู้ว่า ว่ามีอะไรพอจะช่วยได้ไหม ในฐานะvolunteer

จากวันนั้น จนถึงวันนี้ ไม่เคยเสียดาย 2ปีกว่าที่ผ่านมา กับการทำหน้าที่ในหมวกใหม่ของชีวิต ทุกแววตาที่มีความหวัง ดอกไม้ ขนม รอยยิ้ม มือที่โอบกอดพวกเรา จะอยู่ในใจคนๆนี้ ตลอดไป

แต่ตอนนี้ พรรคเปลี่ยนไป มันเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของนิว ไม่ต้องเชื่อก็ได้ หัวเราะเยาะก็ได้ แต่มันคือความรู้สึก จริงๆ จากใจ นิวเข้าใจทุกอย่าง ว่าเราต้องการตัวเลขมากพอ เพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล เราต้องกลืนเลือด ประนีประนอม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ไม่งั้นจะถูกดูถูกไปตลอด ว่าไม่เคยบริหาร ถ้ากลัวการดูถูก ก็ไม่ควรเป็นพรรคแบบนี้ อย่าลืมว่าเราชนะมวลชนมา ด้วยความเป็นตัวเราแบบนี้ การเมืองไทย เขย่า เปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน หลังจากมีพรรคส้มเกิดขึ้นมา หากผู้พูดยังจำได้ พี่แกนนำพรรคท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่าเราไม่สมาทานรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี คนนอก ทุกคนควรเป็น สส เท่านั้น เพราะได้รับการเลือกตั้งมาจากประขาชนจริง

ทราบค่ะว่าครั้งนี้บริบทเปลี่ยนไป จะบอกว่ากลัวเหตุผลทางการเมือง กลัว 44 สส โดนตัดสิทธิ์ กลัวเพื่อนคดี 112 โดนตัดสิน จึงต้องเอาทีมผู้บริหาร the professionals คนนอก ซึ่งเรื่องทีมครม.คนนอกเนี่ย นิวทราบมาก่อนทราบผลปาตี้ลิส100 คน มาระยะหนึ่งแล้ว

 เราเคยกลัวด้วยหรอคะ ที่ผ่านมา ? ถ้าโตโต้ลงบางนาต่อ แล้วโดนคดี112 คนที่ผิดคือโตโต้หรอคะ ที่ต้องจัดการเรื่องเลือกตั้งซ่อม พรรคถึงต้องย้ายเพื่อนที่มีคดี 112 เข้ามาไว้ในปาตี้ลิส เสมือนพวกเขาจะเป็นภาระ หากมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น คุณจะเอาเทคโนแครต ศ ดร อีลีทที่เก่งมาอีกกี่ร้อยคน มันก็ไม่มีค่าเท่าอุดมการณ์คนหนึ่ง ที่ต้องออกไป กี่ร้อยด๊อคเต้อ ก็แทน ลูกเกด โตโต้ แก้วตา พี่มาร์ท เท่า ไม่ได้

สำหรับนิว ขอชี้แจงตรงนี้ว่าเคารพอาจารยผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะมาเป็นครมคนนอกนะคะ แต่ …. นิวให้ความสำคัญกับคนที่ใช้เวลามากพอกับพรรค มีดีเอ็นเอพรรค เข้าใจตัวตนของพรรค มากกว่า พรรคคิดมากเกินไปตอนเจอกระแสคุณศุภจี คุณสีหศักดิ์ คุณเอกนิติ ซึ่งดิฉันก็ชื่นชมทุกคน โดยเฉพาะคุณศุภจี แต่พวกเขาเหล่านั้น ไม่ได้มาช่วยพรรคเราค่ะ

ทำไม โรม จะเป็นรมว ยุติธรรม ไม่ได้? ทำไมวาโย หรือพี่มาร์ท พี่สุภัทร จะคุมกระทรวง สธ ไม่ได้? ทำไมพี่เซีย พี่มด หรือเนม จะเปน รมว แรงงาน ไม่ได้? ทำไมลูกเกดหรือแก้วตา จะดูแล กต ไม่ได้? ออจวง เป็นรมว ศึกษาได้แน่นอนไร้ข้อกังขา พี่ชายดูแลพาณิชย์ ทนายแจมดูแลพมได้ ก๊อปหรือเท่า ทำให้กระทรวงท่องเที่ยว ดีขึ้นได้ และพี่วิโรจน์ก็ย่อมดูแลกลาโหมได้ พี่เป๊กพี่ณิ กระทรวงทรัพย์ สบายมาก เพียงแค่เราต้องอดทน เพื่อให้เวลาของเรามาถึง

สรุปการเมืองที่คนธรรมดาเปลี่ยนแปลงได้ มันมีจริงไหม?

นิวรู้สึกว่าพรรค กำลังจะกลาย ไปเป็นพวกเขา เราก้าวถอยหลังออกมาจากจุดยืน จนอยู่ในจุดที่ เราหมดศรัทธาในพรรค แค่แค่เราคนเดียวมันไม่เป็นไรและพวกคุณก็คงไม่แคร์ แต่คุณกำลังทำให้ประชาชน สิ้นหวังกับการเมืองใหม่ ที่ไม่ใหม่จริง พรรคไม่ต้องปฏิเสธเรื่องคัดบ้านใหญ่ หรือคนมีฐานะเข้ามา ตัดสินคนด้วย credit bureau ดิฉันคงไม่ต้องพูดอีกคนว่ากระบวนการคัดสรรมีปัญหา เพราะก็พูดกันมาแทบทุกครั้งเวลาประชุมสส และมันก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เราต้องถอยไปถึงจุดไหน? คุณอาจจะพูดว่าเราถอย เพื่อให้ได้เสียงจากฝ่ายอนุรักษ์ หรือ swing vote มากขึ้น เพื่อเข้าสู่อำนาจ การเข้าสู่อำนาจนั้นดีค่ะ ใครสมัครสสแล้วไม่อยากเป็นรัฐบาลก็ไม่น่าจะมี

แต่ถ้าเรา great grand compromise ไปเรื่อยๆเช่นนี้ Then whats the point of winning in the first place? เพราะเราสูญเสียตัวตน แนวร่วมอุดมการณ์ไปตลอดทาง คนแล้วคนเล่า เพื่อเข้าสู่อำนาจจอมปลอมนี้ ที่ทุกคนก็ทราบ ว่าถ้าหากเราเล่นตามกติกาของอำนาจเก่า คุณจะเอามืออาชีพเก่งมาจากไหน ก็จะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เลย เพราะคุณต้องเล่นตามกรอบและกติกาของเขา และมันสายไปแล้ว คุณสูญเสียตัวตนไปมากจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว แล้วมันคุ้มไหม กับการสูญเสึยตัวตนหรือจุดยืนที่ดีงามเหล่านััน เพื่อให้ได้อำนาจมา คงไม่ต้องถามแล้วว่าเรายังฝันเหมือนกันอยู่ไหม?

แต่อยากถามพวกคุณว่า คุณมองตัวเองในกระจกบ้างไหม ว่าคุณเปลี่ยนไปแค่ไหน? คุณลืมไปแล้วใช่ไหม ว่าคุณเข้ามาการเมือง เพื่ออะไร? ที่สำคัญ คุณเปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรู ทำให้เราเสียแนวร่วมเรื่อยมา เพราะมีแกนนำท่านหนึ่งพูดว่า ยังไงประชาชนก็ต้องเลือกเรา เพราะเขาไม่มีทางอื่นแล้ว ประชาชนไม่ใช่ของตายค่ะ ดิฉันขอยืนยันตรงนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งในวันนี้ ผลการตัดสิน อยู่ที่ประชาชนค่ะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ! ‘ป้าธิดา’ หลุดโลกไม่เคยได้ยินใครพูด ทหารไทยรบยังไงก็แพ้

ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ปัจจุบันสวมเสื้อสีส้ม โพสต์ข้อความว่า ทหารมีไว้ทำไม...มีใครไม่รู้บ้าง?

'ส้ม' ท้าชน 'พท.' ยกทัพใหญ่บุกอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดง 'เท้ง' ลั่นปักธงทั่วอุดรฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ไปหาเสียงที่อุดรธานี ที่เป็นเหมือนเมืองหลวงของคนเสื้อแดง

‘พี่โจ’ ลากไส้ ’ไอซ์’ อย่าทำมาโวยวายเรียกร้องในสิ่งที่คุณเองก็เลือกกระทำย่ำยีต่อคนอื่นเช่นกัน

โจ มณฑานี ตันติสุข” นักเขียนและวิทยากรการเงิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jo Montanee ว่ามีส้มคนหนึ่งเข้าไปตำหนิและตั้งคำถามที่เพจ