นายกฯ สั่งการ 3 ข้อ สางปัญหาทุนเทา เน้น อุดรอยรั่วด้านธุรกรรม “ทองคำ-สินทรัพย์ดิจิทัล” มอบ “ปปง.” ยกระดับหลักเกณฑ์ปรับลดวงเงินร้านค้าทองคำที่ต้องรายงานส่วนราชการ หวังเกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจไทย - นานาประเทศเชื่อมั่น
9 มกราคม 2569 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ต่อมาเวลา 12.30 น. นายอนุทิน แถลงผลการประชุมว่า การประชุมวันนี้เพื่อมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรมต่างๆ และมีการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ Data Hub เพื่อสามารถนำไปใช้ในการติดตามธุรกรรมทางการเงินได้ แต่ตัวกลางทางการเงินบางประเภทอย่างเช่นทองคำ ยังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูลทางธุรกรรม จึงได้สั่งการ 3 ข้อ ดังนี้ 1.ในส่วนของทองคำ ขอให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล ในฐานะหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์ และวางมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของผู้ประกอบการค้าทองคำ และพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น การปรับลดวงเงินของร้านค้าทองคำที่ต้องมารายงานต่อปปง.หรือกรมสรรพากร ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ขอให้พิจารณาปรับลดลงว่าจะปรับลดลงมาเป็นจำนวนเท่าไหร่ และทำเป็นขั้นบันได
นายอนุทิน กล่าวว่า 2.ทองคำที่ผ่านการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ขอให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง ที่ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่กำหนดการซื้อขายทองคำโดยที่ไม่มีการส่งทองคำจริง จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไข เพื่อให้กรมสรรพากรพิจารณากำหนดจัดทำบัญชีพิเศษ โดยให้ผู้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าว ให้แก่กรมสรรพากร และให้ศึกษาแนวทางภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำร่วมกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป
นายอนุทิน กล่าวว่า และ3.สินทรัพย์ดิจิทัลขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณากำหนดการใช้หลักการกฎเกณฑ์ด้านข้อมูลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) เพื่อให้ผู้บริหารสินทรัพย์ดิจิทัลทุกราย ได้รวบรวมข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายระหว่างกระเป๋าของบุคคลที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม ของผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลหรือวอลเลตต่างๆ สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้โอนได้ และเป้าหมายสุดท้ายของข้อมูลธุรกรรมทางการเงินนี้ เราจะทำให้มีการจัดเก็บได้อย่างครบถ้วนมีคุณภาพ และต้องสร้างระบบป้องกัน เพราะช่วงนี้มีการแฮ็กข้อมูลกันง่ายมาก รวมถึงเพื่อให้เกิดการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพทันท่วงที
นายอนุทิน กล่าวว่า รวมถึงการจำกัดวงเงินธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงของลิสต์โปรไฟล์ด้วย จึงขอให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ประสานการทำงานแบบบูรณาการทุกระดับ และทำงานร่วมกันด้วยความเป็นเอกภาพ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับกรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน ซึ่งพวกเราทุกคนต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าสิ่งที่ประชุมในวันนี้จะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว และสามารถปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนได้ รวมถึงสกัดกั้นป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินทุกรูปแบบ วันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องเฉพาะดิจิทัลเท่านั้น แต่พูดถึงระบบอนาล็อคด้วย ซึ่งเป็นรูปแบบโบราณดั้งเดิมก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง เพื่อให้หน่วยงานต่างๆมีความระมัดระวังอย่าคิดว่าหมดไปแล้ว หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดประโยชน์มหาศาลให้กับระบบเศรษฐกิจ และสถานะของประเทศไทย ในฐานะที่เป็นประเทศที่มีความเชื่อมั่นจากนานาประเทศได้ในทุกมิติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ยันมีน้ำมันสำรองเพียงพอ พรุ่งนี้เรียก 'พลังงาน-พาณิชย์' ถกตรึงราคา
นายกฯ ลั่น "ไทยแลนด์เฟิร์ส" ดูแลคนไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง เตรียมทุกออฟชั่นนำคนไทยในอิหร่าน 300 ชีวิตกลับไทย รวมถึงในประเทศอื่นๆที่ได้รับผลกระทบด้วย เผย ล่าสุดขวัญกำลังใจยังดี ยัน น้ำมันสำรองเพียงพอไม่ถึงขั้นวิกฤต พรุ่งนี้เรียก “พลังงาน - พาณิชย์” หารือตรึงราคา หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
'อนุทิน' ยันไม่ได้พูด ไม่นั่งควบ 'กลาโหม'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) บอกว่าจะมีการรับรองสส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 4 มี.ค. ว่า “ท่านพูดแล้วหรอ สาธุ ขอบคุณ” เมื่อถามว่าหลังกกต.รับรองแล้วได้วางไทม์ไลน์ไปจนถึงการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)
บทพิสูจน์ ‘รัฐบาลไร้รอยต่อ’ รับมือผลกระทบสงคราม!
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ย่อมส่งผลกระทบต่อไทยแน่นอน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
เมินควบกห.-มท. ‘กกต.’ลุยเอาผิด กปน.สุพรรณบุรี
"อนุทิน" ยันไม่ตอบควบ รมว.กลาโหม หรือ รมว.มหาดไทย
รัฐ-เอกชนรับมือวิกฤต เร่งหาแหล่งน้ำมัน-ก๊าซ
นายกฯ ประชุมทีมเศรษฐกิจทั้งภาครัฐและเอกชน ลั่นทุกวิกฤตมีโอกาส
'อนุทิน' ลั่นจับหมดไม่ต้องดูชื่อ ชี้หมายจับ 'เบน สมิธ' ทำให้คนในประเทศเดือดร้อนก็ต้องโดน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ นายเบน สมิธ และภรรยา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง สมคบร่วมกันฟอกเงินหลังพบพยานหลักฐานว่า ตนเพิ่งได้รับทราบข่าวนี้ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

