ร่างพรป. พรรคการเมือง ซีกฝ่ายค้าน ไม่น่ารอด สว.ถล่ม ไม่กล้าปล่อยผ่าน หวั่นสร้างปัญหาในอนาคต จวกหวังตัดอำนาจ ศาลรธน.ประเด็นยุบพรรคการเมือง
25 ก.พ.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมรัฐสภา พิจารณา ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่...) พ.ศ.... ที่มี ผู้เสนอให้พิจารณารวม 6 ฉบับ ว่า บรรยากาศของการอภิปรายตลอดช่วงบ่ายต่อเนื่องถึงช่วงเย็น ยังเป็นการแสดงความเห็นสนับสนุนและเสนอความเห็นต่อประเด็นที่อยากให้แก้ไข โดยส่วนใหญ่เป็นฝั่ง ส.ส. ขณะที่การแสดงความเห็นของ ส.ว. นั้นยังมีทิศทางเดียวกัน คือ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองบางฉบับ ส่อขัดรัฐธรรมนูญ และแก้ไขเนื้อหาที่เกินไปกว่ากรอบของรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่1) พ.ศ.2564 ที่ปรับเนื้อว่าด้วยระบบเลือกตั้ง
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า ไม่สามารถรับหลักการร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองบางฉบับได้เนื่องจากจะสร้างปัญหาในอนาคต ในสภาฯและกฎหมายที่ไม่สมบูรณ์ การแก้ไขพ.ร.ป. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 ต้องทำให้เสร็จภายใน 180 วัน และการออกเสียงลงคะแนนเห็นชอบ มากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ของรัฐสภา หากส.ส. 500 คนเห็นอย่างไร ส.ว. 250 คนไม่สามารถทัดทานได้ แต่ส.ว.มีหน้าที่กลั่นกรอง หากพ.ร.ป.ทำไม่เสร็จภายใต้กรอบ 180 วัน ถือว่าสภาฯ ให้ความเห็นชอบตามที่เสนอในมาตรา 131 โดยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ที่รัฐสภา รับหลักการแล้ว แม้ส.ว. 202 เสียงจะไม่รับหลักการ หากทำไม่เสร็จ ต้องกลับไปใช้ร่างที่เสนอ ดังนั้นอาจต้องถกเถียงว่า จะยึดเนื้อหาฉบับใด จาก 1 ใน 4 ฉบับ และอาจนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ
“ผมอยากเห็นการแก้ไขไม่มีปัญหา และใช้สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ทราบมีเมื่อไหร่ หรือจะมีหลังประชุมเอเปคตามที่คาดการณ์ อยากให้สภาอยู่ครบวาระ และใช้ในครั้งต่อไปจะเป็นประโยชน์ ดังนั้นต้องทำกฎหมายไม่ขัดรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น นอกจากนั้นตามมาตรา 132 กำหนดให้รัฐสภา ส่งไปยังองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา พิจารณา หากในวาระดังกล่าวพบว่ามีบทบัญญัติใดที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ต้องส่งให้สภาฯ พิจารณาภายใน 30 วัน ดังนั้นประเด็นที่เป็นปัญหาจึงต้องทักท้วงด้วยความหวังดี และจะลงมติรับหลักการเฉพาะร่างที่ไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญในอนาคต” นายสมชาย อภิปราย
นายสมชาย อภิปรายด้วยว่า การทำไพรมารีโหวต การที่ส.ส.อภิปรายว่า มีปัญหา หากไม่อยากได้ ต้องกลับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอแก้ไขสามารถทำได้ในสมัยประชุมหน้า ส.ว.ในฐานะคนกลั่นกรอง ไม่สามารถให้ร่างพ.ร.ป.ที่มีข้อสงสัยผ่านไปไม่ได้ อย่างน้อย 3 ร่างที่มีปัญหา คือ ฉบับของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติและฉบับของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในส่วนของข้อเสนอให้แก้ไขมาตรา 28 มาตรา 29 ว่าด้วยการครอบงำพรรคการเมือง หากประชาชนใช้สิทธิเสนอแนะ ถือว่าเป็นการมีส่วนร่วมสามารถทำได้ แต่ต้องไม่ใช่ครอบงำจนขาดความเป็นอิสระ ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 45 กำหนดเป็นข้อห้ามไว้ รวมถึงประเด็นการตัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญกรณียุบพรรค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’
นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง
'เทวัญ' ลุยตลาดสดช่วยหาเสียง ผู้สมัคร สส.โคราช เขต 1 มั่นใจทวงคืนเก้าอี้จากพรรคส้มได้
นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ บุญชัยสุข ผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 1 นครราชสีมา หมายเลข 11 พรรคเพื่อไทย ได้เดินหาเสียงพบปะพ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการ พี่น้องประชาชนที่เดินจับจ่ายในตลาดย่าโม , ตลาดป๋องแป๋ง และตลาดเซฟวัน
สนามเขต 2 คึก ‘โย๋-วรัดดา’ เพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียงอำนาจเจริญ
วรัดดา ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 เร่งลงพื้นที่ 5 อำเภอ ชูนโยบายน้ำเพื่อเกษตร รายได้ชุมชน และโอกาสคนรุ่นใหม่ ย้ำขอเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านจากประสบการณ์ทำงานจริงทั้งระดับประเทศและพื้นที่
นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ
ร้อง กกต. คัดค้านพรรคประชาชน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 ใช้เบอร์เดิม
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตเดช ธนวิภารัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 12 เขตเลือกตั้งที่ 33 และนายธิติพัทธ์ นรวิทยโชติกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 เขตเลื
‘ม้ามืดชานเมือง ของภูมิใจไทย อ.นัส เขต 17’
ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ทําการบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพมีความยึดโยงกับประชาชนและพื้นที่เลือกตั้ง

