ข้อกล่าวหาว่าอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ “อสม.” อาจถูกใช้เป็นกลไกซื้อเสียงในสนามเลือกตั้ง กลายเป็นประเด็นที่สังคมหันมาพูดถึงมากขึ้น หลังนักการเมืองอาวุโสอย่าง ชวน หลีกภัย ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการแข่งขันทางการเมือง
คำพูดของ “ชวน หลีกภัย” ได้รับความสนใจไม่น้อย เพราะตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เขาเป็นนักการเมืองที่มีภาพลักษณ์เรื่องความสุจริตและความเคร่งครัดต่อกติกาการเมือง เมื่อบุคคลที่มีเครดิตเช่นนี้ออกมาเตือน ประเด็นดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงคำพูดทางการเมืองทั่วไป แต่กลายเป็นเรื่องที่สังคมหันกลับมาพิจารณาอย่างจริงจัง
ความกังวลเช่นนี้มีพื้นฐานมาจากบทบาทของ อสม. ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นกำลังสำคัญของระบบสาธารณสุขระดับชุมชน อาสาสมัครเหล่านี้ทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้าน ดูแลสุขภาพ ติดตามผู้ป่วย และประสานงานกับหน่วยงานรัฐในพื้นที่
บทบาทดังกล่าวทำให้ อสม. ถูกมองว่าเป็นด่านหน้าของระบบสาธารณสุขในระดับหมู่บ้าน คนที่อยู่ในพื้นที่จริง รู้จักชาวบ้านจริง และทำงานกับชุมชนมาอย่างยาวนาน
เมื่อคนกลุ่มที่เคยถูกมองว่าเป็นด่านหน้าด้านสุขภาพของชุมชน ถูกเชื่อมโยงเข้ากับการแข่งขันทางการเมือง ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการเมือง แต่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่ออาสาสมัครที่ทำงานอยู่กับพวกเขาทุกวัน
ในความเป็นจริง อสม. คือชาวบ้านในพื้นที่เดียวกับประชาชนที่พวกเขาดูแล งานของพวกเขาเริ่มตั้งแต่ให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพ ติดตามผู้ป่วย ไปจนถึงช่วยประสานงานกับโรงพยาบาลหรือหน่วยงานสาธารณสุข
บทบาทนี้เห็นชัดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อหลายพื้นที่ต้องพึ่งพา อสม. ในการติดตามสุขภาพของคนในชุมชน ดูแลผู้กักตัว และช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จนหลายฝ่ายยกให้พวกเขาเป็นกำลังสำคัญของระบบสาธารณสุขระดับหมู่บ้าน
ความใกล้ชิดกับชุมชนทำให้ อสม. เป็นกลุ่มคนที่รู้จักผู้คนในพื้นที่จำนวนมาก และในโลกของการเมืองระดับฐานราก คนที่เข้าถึงชาวบ้านได้กว้างย่อมเป็นกลุ่มที่นักการเมืองมองเห็น
อย่างไรก็ตาม ลักษณะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ อสม. เพียงกลุ่มเดียว ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายกู้ภัย หรือกลุ่มจิตอาสาในท้องถิ่น ต่างก็มีบทบาทใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่เช่นเดียวกัน
หากมีบุคคลบางคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ก็เป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่เหตุผลที่จะอธิบายบทบาทของอาสาสมัครทั้งประเทศด้วยภาพเดียว
เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของการเลือกตั้ง กลไกที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้งโดยตรง
หากมีหลักฐานว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง กกต. ก็ต้องตรวจสอบตามขั้นตอน เพราะกติกาการเมืองจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการนำพฤติกรรมของคนบางคนไปใช้เป็นภาพแทนของคนทั้งกลุ่ม เพราะ อสม. มีสมาชิกกระจายอยู่ทั่วประเทศจำนวนมาก
หากประเด็นนี้ถูกขยายความจนทำให้คนทั้งกลุ่มถูกมองในภาพเดียวกัน ก็อาจกระทบต่อขวัญกำลังใจของอาสาสมัครจำนวนมากที่ทำงานอยู่ด่านหน้าของระบบสาธารณสุขชุมชน และดูแลชาวบ้านอยู่ทุกวัน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการเมืองเลย
หากความเชื่อใจของประชาชนต่ออาสาสมัครลดลง ระบบดูแลสุขภาพระดับหมู่บ้านที่พึ่งพา อสม. อยู่ทุกวันก็ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย
อีกด้านหนึ่ง สิ่งที่ต้องพูดถึงคือบทบาทของประชาชนในกระบวนการเลือกตั้ง เพราะผู้ที่ตัดสินผลของการแข่งขันทางการเมืองจริง ๆ คือประชาชนในคูหาเลือกตั้ง
การเมืองไทยมีปัญหาเรื่องอิทธิพลในพื้นที่ เครือข่ายท้องถิ่น และข้อกล่าวหาเรื่อง ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ในบางพื้นที่อยู่จริง เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และเมื่อมีหลักฐานปรากฏ การตรวจสอบก็ต้องเดินหน้าตามกฎหมาย
แต่การอธิบายผลการเลือกตั้งทั้งหมดด้วยคำว่า “ซื้อเสียง” หรือสรุปว่าผู้สมัครชนะเพราะซื้อเสียงเพียงอย่างเดียว เป็นการมองการเมืองในมิติที่แคบเกินไป เพราะการเมืองในพื้นที่มีปัจจัยมากกว่านั้น
ในหลายพื้นที่ ผู้สมัครชนะการเลือกตั้งเพราะหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งการทำงานในพื้นที่ ความสัมพันธ์กับชุมชน การช่วยเหลือชาวบ้านในช่วงเวลาต่าง ๆ ไปจนถึงความเชื่อใจที่สะสมมานาน
การตรวจสอบความผิดปกติทางการเมืองเป็นเรื่องจำเป็น แต่ในเวลาเดียวกัน สังคมก็ต้องให้ความสำคัญกับการเคารพการตัดสินใจของประชาชน
ในระบบเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคือผู้ตัดสินตัวจริงของการแข่งขันทางการเมือง เสียงที่หย่อนลงในหีบบัตรคือคำตอบสุดท้ายของกระบวนการประชาธิปไตย และเป็นดุลยพินิจที่ควรถูกมองด้วยความเคารพจากทุกฝ่าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กกต.กทม.' ติวเข้มเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก. ส่งชุดจู่โจมเร็วลุย 50 เขต 16 มิ.ย.
'ผอ.กกต.กทม.' เผยบรรยากาศหาเสียงผู้ว่าฯ กทม.-สก. เรียบร้อยดี ยังไร้เรื่องร้องเรียนเลือกตั้ง เตรียมตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว 50 ชุด ลุยปฏิบัติหน้าที่ 50 เขต 16 มิ.ย.นี้
กกต. เผยคืบหน้าพิจารณาคำร้อง เลือก สว.-สส.
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข้อมูลความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องและความปรากฏ เกี่ยวกับการคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามที่ กกต. ได้จัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ไปเมื่อเดือนมิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา โดยข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ค. 2569 พบว่ามีเรื่องคัดค้านการเลือก สว. รวมทั้งสิ้น 605 เรื่อง ซึ่ง กกต.
เอาฤกษ์แห่งชัย! 'มัลลิกา' สักการะศาลพระเจ้าตากสิน ลุยหาเสียงฝั่งธนฯ
‘มัลลิกา’ สักการะศาลพระเจ้าตากสิน เปิดทางลุยหาเสียงฝั่งธน ชูศก.สร้างสรรค์ครบทุกเขต
'มัลลิกา' เปิดตัวชิง 'ผู้ว่าฯกทม.' ชู มนุษย์ผู้ทันกาลเวลาผู้นำมหานครแห่งอนาคต ลุยฟื้น สข.
‘มัลลิกา’ เผยตัดสินใจลงสมัครผู้ว่าฯหทม. เหตุต้องการเข้ามาแก้ปัญหาฝุ่นPM 2.5 ใช้ AI แก้ปัญหาเมือง - ตั้งเป้าสร้าง กทม.ให้ทัดเทียมเมืองใหญ่มหาอำนาจ จ่อฟื้น สข.
เคาะ 28 พ.ค.-1มิ.ย. รับสมัครสก.-ผู้ว่าฯ
ปลัด กทม.ลงนามประกาศเปิดรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. วันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย.นี้ ประชาธิปัตย์คึกคัก "อภิสิทธิ์" นำทัพพร้อมขุนพล หนีบ "อนุชา" ลุยสุขุมวิท จี้ กทม.

