"ณัฐวุฒิ" ขอเตือน "อนุทิน" อย่าฉกฉวยเรื่องปกป้องแผ่นดินซึ่งเป็นหน้าที่คนไทยต้องทำร่วมกันมาใช้หาเสียงเลือกตั้ง คนไทยทุกคนต้องอยู่ข้างเดียวกัน ไม่มีการเมืองในเรื่องดินแดน เหน็บคิดว่าเท่มาก พูดไม่ใช่หลานอังเคิล
23 มกราคม 2569 - เวลา 18.45 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่ง ว่า เพื่อไทยมีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อย่ารอหวังแต่รัฐบาลนี้ ที่มีแต่คนละครึ่ง ขนาด MOA ให้อยู่ 4 เดือนยังอยู่แค่ 2 เดือน ครึ่งเดียว ดังนั้นขอให้รอเพื่อไทยดีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยลงในนามผู้ท้าชิง เพราะมีคนถูกหวยสีส้มเข้าไปเป็นนายกฯซึ่งเมื่อก่อนไม่ได้ลงหาเสียง แต่เดี๋ยวนี้ลงบ่อยขึ้นบอกหาเสียงแบบออแกนิค ที่ใช้ออแกไนซ์ ไปไหนคนเยอะ นักข่าวตรึมทุกที่ แล้วไปพูดปราศรัยจังหวัดชายแดน ว่าจะปักธงชิงพื้นที่พรรคเพื่อไทย สร้างความชอบธรรมจากการจัดการสถานการณ์ชายแดน
"ผมอยากเตือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไว้ สถานการณ์ความมั่นคงเกี่ยวกับชายแดน คนไทยทุกคนต้องอยู่ข้างเดียวกัน ใครเป็นรัฐบาล ควรจะอยู่ข้างเดียวกัน ไม่มีการเมืองในเรื่องดินแดน ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ไม่ควรฉกฉวยผลประโยชน์จากภาระหน้าที่ ที่คนไทยต้องทำร่วมกันคือปกป้องแผ่นดิน" นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เมื่อ 2 วันก่อน นายอนุทินไปปราศรัยที่จ.นครพนม กระแทกแดกดันว่า “กูไม่ใช่หลานมึงนะเว้ย” คิดว่าเท่มาก หลังจากนั้นประกาศว่าจะเอานครพนมยกจังหวัด ที่ไหนมีเพื่อไทยจะเอายกจังหวัดให้หมด พรรคเพื่อไทยไม่ใช่เขากระโดง จะได้มายึดพื้นที่กันง่ายๆไม่มีหรอก
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ สื่อมวลชนวิเคราะห์ว่าพรรคสีส้มโดนรุมกินโต๊ะทำให้บ้านเมืองไปต่อไม่ได้ ขอให้ฟังตนๆจะวิเคราะห์ของจริงให้ฟัง ปัญหาการเมืองของประเทศไทยวันนี้ อยู่มา 20 กว่าปี เพราะรุมกินเก้าอี้สีแดง เก้าอี้กี่ตัวโดนรุมกินหมด เลือกตั้งได้นายกมา 6 คน โดนรุมกินเก้าอี้หมด นี่เป็นปัญหา เพราะพรรคที่โดนมาแบบนี้ก็พยายามสู้ ตามกติกาตามระบบรัฐสภา ซึ่งพรรคสีแดงอยู่มานาน ทำงานมานาน ถูกบ้างพลาดบ้างแต่ไม่เคยหลุดออกนอกเส้นทาง ไม่เคยเกาะล้อรถถังเข้าสู่อำนาจ เดินมาตามคะแนนเสียงประชาชน ซึ่งสีแดงพยายามที่จะรักษาเก้าอี้ไว้ ไม่ใช่เพื่ออำนาจแต่รักษาสัญลักษณ์อำนาจอธิปไตยของประชาชน เพราะประชาชนเลือกมา ถ้ายอมแพ้ง่ายๆก็พาประชาชนแพ้ไปด้วย และขณะที่สีแดงพยายามรักษาเก้าอี้แต่สีส้มกลับเอาเก้าอี้ไปให้สีน้ำเงิน
นายณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายณัฐพงษ์ บอกว่าความรับผิดชอบทางการเมืองสำคัญกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย แต่การโหวตเลือกนายอนุทิน เป็นนายกฯตาม MOA สร้างปัญหาทางการเมืองอย่างใหญ่หลวง ถ้าเราแก้ไขเรื่องนี้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้ เราจะถอยหลังไปตลอดทศวรรษนี้ และการเมืองไทยก็จะถอยหลังไปอีก 30 ปี ถามว่าความรับผิดชอบทางการเมืองของพวกคุณคืออะไร เห็นแต่ออกมาประกาศว่าต้องเลือกพวกเขาให้เกินครึ่ง
ขอพูดแรงๆ ทำเรื่องแบบนี้ เขาไม่เรียกรับผิดชอบเขาเรียกหน้าด้าน ซึ่งสถานการณ์เลือกตั้งในความจริงที่เป็น ขอให้ดูดีๆ ให้เลือกพรรคการเมืองที่มีโอกาสตั้งรัฐบาลได้จริง ฟังแคนดิเดตนายกฯที่สามารถเป็นนายกฯได้จริง บางคนบางพรรคเป็นลำบาก ถ้าหากพรรคประชาชน เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตนจะชี้ให้เห็นว่าสภาพรัฐบาลของพรรคประชาชน จะมีสภาพเดียวกับถนนพระราม 2 เดี๋ยวเครนหล่น ถนนยุบ ผู้รับเหมาหนี มีเทาปนอยู่ในนั้น
ผมไม่ได้สะใจที่พรรคประชาชนถูกกระทำ เพราะตนเจ็บมาก่อน เพื่อไทยโดนมาก่อน นี่คือความผิดปกติ และความอัปลักษณ์ของการเมืองไทยวันนี้ แต่ต้องพูดความจริงถ้าเดินต่อไปข้างหน้า ถ้าพรรคสีส้มได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 ใน 3 คน ติดอยู่ในกลุ่ม 44 สส. ที่ร่วมลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งยังติดอยู่ในชั้นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งหากดูย้อนหลังจะแม่นตามนั้น ดังนั้นตนขอวิเคราะห์ล่วงหน้าถ้าพรรคสีส้มได้อันดับ 1 ของในมือ ป.ป.ช.คงจะถูกนำมาใช้
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า จะเอาคดี 44 สส. ไปฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะกลายเป็นปมผูกเงื่อนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 ใน 3 ของพรรคประชาชน จะกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ และเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคการเมืองเอามาใช้ ว่าท่านตั้งรัฐบาลไม่ได้ นี่คือความจริงที่ต้องพูดกันให้ชัด ว่า แคนดิเดตนายกฯ 2 ใน 3 ของท่าน ติดเบ็ดของฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่เวลานี้ ซึ่งตนได้ยินแคนดิเดตนายกฯของพรรคประชาชนอธิบายว่า ประกันความเสี่ยงไว้แล้ว เข้าใจว่ามีแคนดิเดตนายกฯคนที่ 3 คือนายวีระยุทธ กาญน์ชูฉัตร ซึ่งตนขอพูดไว้ล่วงหน้าว่าเขาจะเอาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 มาเป็นเงื่อนไข
วันก่อนนายณัฐพงษ์ ระบุว่า โดยหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องแก้ได้ทั้งฉบับ ซึ่งมองว่ากล้าหาญก็เป็นไปได้ แต่ในความจริงของพรรคการเมือง จะถูกยกคล้ายกับประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 ตอนที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะตั้งรัฐบาล และจะกลายเป็นอีกเงื่อนหนึ่งที่ถูกมัดเอาไว้ ต่อให้ท่านเลือกพรรคประชาชนเป็นที่หนึ่ง ก็จะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะถูกวางกับดักไว้หมดแล้ว
ดังนั้นภาระหน้าที่ที่คนไทยต้องทำร่วมกัน อย่าให้เลยเถิดไปจาก MOA ให้เอาอำนาจมาจากพรรคสีน้ำเงิน เอาอำนาจมาจากขบวนการฮั้วสว. เขากระโดง และกระบวนการผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งวิธีการที่ทำได้คือการกาพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบ เพื่อให้อาจารย์เชน มาเป็นนายกฯ ซึ่งตนไม่ได้พูดเอาแต่ได้ แต่ถ้าเห็นว่ามีการวางกับดักตัวเอง จะเดินทำไม เลือกแล้วตั้งรัฐบาลไม่ได้จะเดินไปไหน เอาเพื่อไทยก่อนตั้งรัฐบาลได้แน่นอน
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ถ้าพรรคประชาชนได้ที่หนึ่ง ร่วมมือกับใครก็ได้ยกเว้นพรรคกล้าธรรม แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้ที่หนึ่งขึ้นมา ท่านจะไม่ยกมือให้เป็นนายกฯแล้วเอาเรื่องนี้มาชี้กับพรรคเพื่อไทย ว่าพูดออกมาเดี๋ยวนี้ ว่าจะจับมือหรือไม่จับกับใคร พร้อมย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเทา ไม่เทา แต่น้ำเงินกับส้มรวมกันได้ถ้าจะร่วมกัน รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคเพื่อไทยเราขอยืนยัน ตามนายยศชนัน และนายจุลพันธ์ ว่าขอฟังเสียงของประชาชน พร้อมยังกล่าวแซวความสัมพันธ์ ของพรรคสีน้ำเงินและพรรคสีส้ม เหมือนละครตบจูบ
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถ้ามองลึกลงไปในสนามเลือกตั้งที่จ.นครราชสีมา ครอบครัว รัตนเศรษฐ โดนคดีทุจริตสนามฟุตซอล แต่ปรากฏว่าขณะนี้สมาชิกในครอบครัวลงสมัคร 2 พรรคการเมือง คือพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ขณะที่สีแดงถ้าทำก็โดนด่า แต่พอน้ำเงินกับส้มหักกันเองก็ไม่ว่ากันสักคำ แถมนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคลียร์คดีเขากระโดงให้ด้วย อธิบายแทนเสร็จสรรพ ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล บอกว่ายังไม่มีอะไร ผิดพลาดร้ายแรงยังไม่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เพื่อไทยโดนทั้งขึ้นทั้งล่องการเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้ทุกคนตัดสินใจดีๆ ขอให้อยู่กับความเป็นจริงดึงอำนาจมาจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมให้ได้ ถ้าทำไม่ได้จะเสียหายนับทศวรรษ เพราะหากเขาตั้งรัฐบาลได้จะไปยาว
"รัฐบาลที่โดนปลดนายกฯ ปีละคน โดนสารพัดรุมกินเก้าอี้ พยายามผลักดันนโยบายได้ถึงเพียงนี้ผมไม่ได้ขอความดีความชอบ แต่ขอความเป็นธรรม รถไฟฟ้า 20 บาทถ้าไม่ล้มรัฐบาลถ้านายกฯแพทองธารยังอยู่ พ.ย.ปี 68 ได้นั่งกันแล้ว บ้านเพื่อนคนไทยถ้าไม่เปลี่ยนรัฐบาล 18 ก.ย.68 จับฉลากชุดแรกไปแล้ว หวยเกษียณถ้าไม่เปลี่ยนรัฐบาลสิ้นปีที่แล้วได้แทงกัน"นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า วันนี้ 23 ม.ค. ครบรอบ 1 ปีที่ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมประกาศใช้ ซึ่งสำเร็จในรัฐบาลเพื่อไทยซึ่งต้องพูดให้ชัดเพราะหลายพรรคการเมืองทำตัวเหมือนบริษัทประกันเคลมเก่ง ซึ่งรัฐบาลเพื่อไทยไม่เคยอวดอ้างเราแชร์ว่าทุกคนทำร่วมกันไม่ได้เคลม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ภูมิธรรม’ เตือนขรก. วางตัวเป็นกลาง อย่าเป็นเครื่องมือหาเสียง ขู่มีเช็คบิล
ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการใช้กลไกราชการในการอำนวยการเลือ
'อนุดิษฐ์' รับพลาดเช็กทรัพย์สิน ปมผู้สมัครโดนตัดสิทธิ ชี้บทเรียนทุกพรรค
'อนุดิษฐ์' แจง กธ. กลั่นกรองผู้สมัครละเอียดแล้ว แต่พลาดเรื่องถือหุ้นสื่อ หลังศาลเพิกถอนสิทธิผู้สมัคร สส.ภูเก็ตชี้เป็นบทเรียนทุกพรรค ส่วนกรณี 'ก้องเกียรติ' ยื่นอุทธรณ์แล้ว
กกต. แจงไม่มีอำนาจยกเลิกนโยบายประชานิยม ทำได้เพียงชี้ข้อสังเกตให้ประชาชนรับรู้
เลขาฯกกต. ย้ำพรรคการเมืองชงนโยบายหาเสียงต้องแจงที่มาของเงินให้ชัด พร้อมคอนเฟิร์มทันเวลาให้ปชช.อ่านก่อนเลือกตั้ง พร้อมระบุ กกต.แค่ตั้งข้อสังเกตได้แต่ยกเลิกนโยบายไม่ได้เอง
'รวมไทยสร้างชาติ' ประกาศย้ำไม่เอารัฐธรรมนูญใหม่!
'รทสช.' ยัน ไม่เอารธน.ใหม่ ยํ้า กาเห็นชอบ เท่ากับฉีกทิ้ง-เซ็นเช็คเปล่า ห่วงกระทบพระราชอำนาจนอกหมวด 1-2 ฉะรัฐบาลมั่ว อ้างคำวินิจฉัยศาล รธน. ถามประชามติไม่มีล็อก
นายกฯ วอนอย่าโยงไฟใต้พันการเลือกตั้ง!
'อนุทิน' ชี้อย่าผูกโยงเหตุก่อการร้ายใต้โยงการเมือง พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่อย่าให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยบึ้มใหญ่ปั๊มน้ำมันขณะที่ประชาชน- นักเรียน ขอถ่ายรูปร้องเพลงเชียร์ บอกเดี๋ยวให้แม่เลือก
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

