
22 ก.พ. 2569 – น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ แก้วตา อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า [ถอดบทเรียนเลือกตั้ง 69 ไม่มีพรรคใดในประเทศไทย “ต่อต้านสงคราม” อย่างแท้จริง เปรียบเทียบกรณีเลือกตั้งสหรัฐ]
แม้แต่พรรคที่อ้างว่าตัวเองเป็น “พรรคประชาชน”
ก็ยัง เงียบ เมื่อพูดถึงสันติภาพชายแดนไทย–กัมพูชา
เพราะกลัวฐานเสียงขวาจัด
กลัวถูกกล่าวหาว่าอ่อนแอ
กลัวเสียคะแนนจากคนที่ศรัทธาในปืนมากกว่าชีวิตมนุษย์
พรรคที่กลัวจนไม่กล้าปกป้องมนุษย์
มันไม่ใช่พรรคของประชาชน—มันคือพรรคของความกลัว
⸻
ไม่มีพรรคใดในประเทศไทย “ต่อต้านสงคราม” อย่างแท้จริง
แม้แต่พรรคที่อ้างตัวเองว่าเป็น “พรรคประชาชน”
ก็ยัง เงียบ เมื่อพูดถึงสันติภาพชายแดนไทย–กัมพูชา
เพราะกลัวฐานเสียงขวาจัด
กลัวถูกกล่าวหาว่าอ่อนแอ
กลัวเสียคะแนนจากคนที่ศรัทธาปืนมากกว่าชีวิตมนุษย์
พรรคที่กลัวจนไม่กล้าปกป้องมนุษย์
มันไม่ใช่พรรคของประชาชน—มันคือพรรคของความกลัว
และความกลัวนี้กำลังผลักประเทศไปสู่ความเสี่ยงร้ายแรง
เพราะหากรัฐบาลสีน้ำเงินไม่สามารถดีลกับกัมพูชาเรื่องข้อพิพาทดินแดนได้ความตึงเครียดจะยืดเยื้อ
ทหารชั้นผู้น้อย—ลูกหลานชาวบ้าน—ต้องไปตายแทน
พลเรือนชายแดนต้องรับผลทันที และค่าใช้จ่ายมหาศาลจะถูกผลักให้ประชาชนทุกคนต้องจ่าย
รัฐบาลไทยได้อนุมัติงบความมั่นคงชายแดนแล้วหลายระลอก เช่น
• งบกลาง 2.4 พันล้านบาท เสริมกำลังชายแดนไทย–กัมพูชา
• งบป้องกันชายแดนกว่า 864 ล้านบาท
และเมื่อมีปะทะจริง ต้นทุนสงครามอาจสูง หลายพันล้านบาทต่อวัน
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่ ไม่มีพรรคใดพูดคำว่า “สันติภาพ” อย่างจริงจัง
————
นี่คือการทรยศอุดมการณ์แบบเดียวกับที่ Biden ทำจนแพ้เลือกตั้งในที่สุด
โจ ไบเดนเทงบสงครามกาซ่ากว่า 16.3 พันล้านดอลลาร์
ทั้งที่ฐานเสียงของเขาคือคนรุ่นใหม่ ผู้รักสิทธิมนุษยชน และนักศึกษา
ผลลัพธ์คือ
• นักศึกษา 40+ มหาวิทยาลัยลุกฮือ
• ผู้ประท้วงถูกจับกว่า 3,000 คน
• คนรุ่นใหม่ turn away
• กลุ่ม progressive หายไปทั้งแถบ
เขาไม่ได้แพ้เพราะเศรษฐกิจ
เขาแพ้เพราะ ล้มเหลวทางศีลธรรม
เพราะเขา ทรยศอุดมการณ์ฝ่ายซ้ายของตัวเอง
Joe Biden เลือกยืนข้างอุตสาหกรรมอาวุธ
แทนที่จะยืนข้างผู้บริสุทธิ์ในกาซ่า
เขาทรยศค่านิยมฝ่ายซ้ายของตัวเอง
ทรยศประชาชน
ทรยศคนรุ่นใหม่
ทรยศสันติภาพ
ผลลัพธ์คือ
• นักศึกษาอเมริกันลุกฮือ
• ชนชั้นแรงงานไม่ออกมาเลือก
• คนรุ่นใหม่ turn away
• Progressive หายทั้งแถบ
เขาไม่ได้แพ้เพราะนโยบายเศรษฐกิจ
เขาแพ้เพราะ ล้มเหลวทางศีลธรรม
และวันนี้—พรรคประชาชนกำลังเดินซ้ำรอยเดียวกัน
แบบเด๊ะ
แบบไม่ผิดเพี้ยน
แบบน่าละอาย
⸻
ถ้าประเทศไทยกลัวการร่วมมือกับกัมพูชา
มากกว่ากลัวความยากจนของประชาชน
งบทหารจะพุ่ง
เศรษฐกิจชายแดนจะตาย
และประเทศจะยิ่งถอยหลัง
⸻
เทียบ “สหรัฐฯ กับไทย” — การทรยศอุดมการณ์เหมือนกัน ทำให้แพ้เลือกตั้ง
Biden สูญเสียฐานเสียงนักศึกษา เพราะสนับสนุนสงคราม
และพรรคการเมืองไทย—including พรรคประชาชน—กำลังเดินซ้ำรอยเดิม
ในสหรัฐฯ นักศึกษาคือ ฐานเสียงของ Biden
ในไทย คนรุ่นใหม่ นักกิจกรรม เสียงสันติภาพ คนที่ผลักดันประชาธิปไตย
คือ ฐานเสียงของพรรคที่อ้างว่าตนเป็นก้าวหน้า—รวมถึง “พรรคประชาชน”
แต่ทั้งสองกรณี มีจุดร่วมเดียวกันคือ:
เมื่อพรรคการเมืองทรยศอุดมการณ์ของตัวเอง
ฐานเสียงที่เคยรักคุณ จะเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นต่อต้านสงครามหากคุณไม่ออกมาพูดหรือสนันสนุนการ ”เดินหน้าเต็มกำลัง“ เพื่อต่อสู้ในสงคราม
⸻
1) สหรัฐฯ: Biden แพ้เพราะไม่ต่อต้านสงคราม
ถูกนักศึกษาซึ่งเป็นฐานเสียงหลักลุกฮือเพราะเขาเทงบประมาณ กว่า 16.3 พันล้านดอลลาร์ ให้สงคราม
ขณะที่นักศึกษามากกว่า 3,000 คนถูกจับ จากการประท้วงต่อต้านสงครามกาซ่า
ฐานเสียงฝ่ายซ้ายของ Biden ถามว่า:
• ทำไมถึงยืนข้างอาวุธ แทนชีวิตมนุษย์?
• ทำไมถึงปล่อยให้คนรุ่นใหม่ถูกจับ?
• ทำไมถึงทรยศค่านิยมสิทธิมนุษยชน?
นี่คือ “วิกฤตศีลธรรม” ที่ทำให้ Biden เสียฐานเสียงที่สำคัญที่สุด
⸻
2) ไทย: พรรคการเมือง—including พรรคประชาชน—กำลังทำแบบเดียวกัน
แต่ของไทยหนักกว่า เพราะ ไม่มีพรรคไหนกล้าคัดค้านสงครามแม้แต่พรรคเดียว
พรรคประชาชนที่ควรเป็นพรรคของสิทธิมนุษยชน ก็ไม่กล้าพูดคำว่า “สันติภาพ”
นี่คือความจริงที่ต้องพูดกันตรง ๆ:
• ไม่มีพรรคไหนพูดเรื่องสันติภาพไทย–กัมพูชา
• ไม่มีพรรคไหนวิจารณ์งบทหารชายแดน
• ไม่มีพรรคไหนกล้าบอกว่า “สันติภาพคือผลประโยชน์ของประชาชน”
• ไม่มีพรรคไหนท้าทายวาทกรรมชาตินิยมแบบทหารนิยม
• และพรรคประชาชนเอง ยอมอ่อนข้อให้เสียงขวาจัด
เพื่อไม่ให้เสียฐานเสียงที่หลงใหลความแข็งกร้าว
นี่คือ วิกฤตศีลธรรมทางการเมืองเหมือนกับกรณี Biden
⸻
3) ทำไมพรรคประชาชน “กลัว” ที่จะพูดเรื่องสันติภาพ?
เพราะพรรคประชาชน — และพรรคอื่นทั้งหมด — กลัวแบบเดียวกับที่ Biden กลัว:
• กลัวฐานเสียงชาตินิยม
• กลัวโดนกล่าวหาว่า “ไม่รักชาติ”
• กลัวเสียคะแนนจากกลุ่มนิยมทหาร
• กลัวเผชิญหน้ากับอำนาจกองทัพ
• กลัวพูดในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าสิ่งนั้นไม่เป็นที่นิยม
แล้วผลลัพธ์คืออะไร?
พรรคที่กลัวจะพูดในสิ่งที่ถูกต้อง
สุดท้ายจะสูญเสียคนที่เชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง
ทฤษฎีฝ่ายซ้ายเตือนเรื่องนี้ไว้ทั้งหมด
Antonio Gramsci
“วิกฤตเกิดเมื่อสิ่งใหม่ไม่กล้าเกิด”
พรรคประชาชนไม่กล้าต่อต้านสงคราม ไม่กล้าลดงบทหาร ไม่กล้าชนชาตินิยมสุดโต่ง
จึง “ไม่กล้าเกิด” ในฐานะพรรคก้าวหน้า
และถูกกระแสฝ่ายขวากลืนจนไร้ตัวตน
Rosa Luxemburg
“Either socialism or barbarism.”
เมื่อพรรคเลือกความเงียบต่อหน้าความรุนแรงชายแดน
ความเงียบนั้น = การยืนข้างความป่าเถื่อน
Frantz Fanon
รัฐหลังอาณานิคมใช้ “ความกลัวเพื่อนบ้าน” ควบคุมประชาชน
พรรคที่ไม่กล้าท้าทายวาทกรรมนี้
คือพรรคที่ทำงานให้โครงสร้างอาณานิคมโดยไม่รู้ตัว
Samir Amin
“Nationalistic fear destroys regional cooperation.”
ความกลัวชาตินิยมทำลายความร่วมมือไทย–กัมพูชา
และทำลายอนาคตทางเศรษฐกิจที่ประชาชนควรได้
⸻
✦ การลุกฮือของนักศึกษาในสหรัฐฯ: กระจกเงาของความล้มเหลวทางอุดมการณ์
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ดราม่า
แต่คือการลุกฮือของคนรุ่นใหม่ที่ถูกทรยศ:
• ถูกจับกว่า 3,000 คน
• ตั้งค่ายประท้วงกว่า 40 มหาวิทยาลัย
• ถูกลากออกจากเต็นท์ ถูกใส่กุญแจมือ
• เพียงเพราะเรียกร้องว่า “หยุดฆ่าคนในกาซ่า”
พวกเขาตะโกนว่า:
“ถ้ารัฐยืนข้างสงคราม เราจะไม่ยืนข้างรัฐอีกต่อไป”
เสียงนี้กำลังสะท้อนมาถึงไทย
และพรรคที่ไม่ยืนข้างสันติภาพ
จะถูกคนรุ่นใหม่เดินทิ้งเหมือนที่ Biden ถูกทิ้ง
⸻
[พรรคประชาชนแพ้ เพราะอนุทินขายชาตินิยม—แต่พรรคประชาชนดันวิ่งตามเขา]อนุทินใช้วาทกรรมชาตินิยมปลุกเร้า
ใช้ความกลัวดินแดนเป็นเครื่องมือ
ขายภาพ “ความแข็งกร้าว = รักชาติ”
และพรรคประชาชนไม่เพียงไม่สู้ด้วยอุดมการณ์
แต่กลับ “เงียบ” และ “หวั่นไหว” ตามวาทกรรมของเขา
จนสูญเสียจุดยืนของตัวเองโดยสิ้นเชิง
นี่แหละคือเหตุผลที่แพ้
ไม่ใช่แพ้เพราะนโยบายห่วย
แต่แพ้เพราะพรรคไม่กล้าพูดใน “สิ่งที่ถูกต้อง”
เพราะถ้าคุณละทิ้งอุดมการณ์ของตัวเอง
แล้วประชาชนจะเลือกคุณไปทำไม?
⸻
การสูญเสียอุดมการณ์ = คุณจะสูญเสียทุกอย่าง
คุณจะสูญเสียความเชื่อมั่น
คุณจะสูญเสียฐานเสียง
คุณจะสูญเสียคนรุ่นใหม่
คุณจะสูญเสียทางศีลธรรม
และสุดท้าย—คุณจะสูญเสียอนาคตของตัวเอง
Biden คือบทเรียน
พรรคประชาชนคือเวอร์ชันไทยของบทเรียนนั้น
และถ้าคุณยังเลือก “ความกลัว” แทน “ความกล้า”
“สงคราม” แทน “สันติภาพ”
“กระแส” แทน “อุดมการณ์”
ประวัติศาสตร์จะลงโทษคุณ—ไม่ใช่ประชาชน
ธิษะณา ชุณหะวัณ
22/02/2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมอตุลย์' กระทุ้งผู้บริหาร ปชน. ตอบคำถามเก็บ Laser ID เพื่ออะไร ปลอดภัยแค่ไหน
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และอาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า อย
อดีต สส.ส้ม แฉเบื้องหลังสุดตะลึง คำถามคัดคนสมัคร สส. ‘คุณมีเสียงติดตัวมาเท่าไหร่‘
นายชวลิต เลาหอุดมพันธ์ อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กถึงเบื้องหลังความผิดพลาดในการคัดเลือกผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชน (ปชน.) ว่าประเด็นเลือกผู้
สว.อังคณา แฉพรรคส้มตกต่ำเรื่องกฎหมายสิทธิมนุษยชน 'ไม่ค้าน' กรณีข่มขืนคู่สมรส ยอมความได้
นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุกผู้สมัคร สส.มหาสารคาม พรรคประชาชน โดยระบุว่า ในขณะที่ยึดหลัก Presumption of Innocence (หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์)ในการปกป้องผู้ถูกกล่าวหา แต่ในความผิดเกี่ยวกับเพศ พรรค ปชน ควรให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้เสียหายด้วยเช่นกัน
จากสูตรตั้งรัฐบาล 300 เสียง…สู่สูตรล้มรัฐบาลในอนาคต?
การเมืองไทยมีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่งที่ได้ยินกันมาหลายยุคหลายสมัย “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” วันนี้จับมือกัน พรุ่งนี้อาจยืนคนละฟาก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจังหวะและผลประโยชน์ที่ลงตัวหรือไม่ลงตัว หลายสูตรที่เคยถูกม
เอาแล้ว! อดีตผู้สมัคร สส.ก้าวไกล จ่อบุกพรรคส้ม ปมส่งผู้สมัครคดีข่มขืน
“จ่าตา” อดีตว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 1 มหาสารคาม ระบุเคยทักท้วงหลายครั้งเรื่องคุณสมบัติ “ธีระวัฒน์” ผู้สมัคร
‘ไอซ์ รักชนก’ ทำใจชวดตำแหน่งรัฐมนตรี เล็งประธานกมธ.แรงงาน
นางสาวรักชนก ศรีนอก ว่าสส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า สิ่งที่ทำให้เสียใจมากที่สุด หลังเห็นผลการเลือกตั้ง คือ โอกาสที่พรรคประชาชนจะได้เข้

