สภาสูงตั้ง 2 กมธ.สอบประวัติ 'คตง. – ผู้ตรวจการแผ่นดิน'

วุฒิสภา ตั้ง 2 กมธ.สอบประวัติ คตง. - ผู้ตรวจการแผ่นดิน 'เทวฤทธิ์' ท้วงไม่บรรจุญัตติชะลอโหวตเห็นชอบ 'กกต.' ด้าน 'มงคล' ยันการประชุมวิสามัญ ทำได้เฉพาะเรื่องแต่งตั้ง-เห็นชอบเท่านั้น

26 ก.พ.2569 - ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน

โดย นายมงคล ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในการประชุมสมัยวิสามัญจะเป็นการพิจารณาเฉพาะเรื่องตามระเบียบวาระการประชุมเท่านั้น จะไม่มีการพิจารณาระเบียบวาระอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องการพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามรัฐธรรมนูญ และตนไม่อนุญาตให้หยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาหรือในการประชุม ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับกาประชุม

ทำให้ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. หารือต่อประเด็นที่เสนอญัตติให้ชะลอการลงมติเลือกกรรมการองค์กรอิสระที่ไม่พบการบรรจุไว้ในระเบียบวาระ พร้อมแจ้งเหตุผลที่เสนอญัตติดังกล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนต่อการทำหน้าที่ของ กกต.เวลานี้

โดยนายมงคล ชี้แจงว่า เหตุที่ไม่สามารถบรรจุญัตติดังกล่าวได้ เพราะอาจนำไปสู่การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากการพิจารณาต้องเป็นไปตามพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา ที่กำหนดให้ดำเนินการประชุมได้เฉพาะการทำหน้าที่พิจารรณาเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ และดำเนินการตามวาระที่กำหนดไว้ในระเบียบวาระการประชุมต่อไป

ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ จำนวน 2 คณะ ในส่วนของกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีองค์ประกอบให้มีกมธ.คณะละ 15 คน โดยกำหนดสัดส่วนผู้แทนคณะกรรมาธิการสามัญ จำนวน 12 คณะ คณะละ 1 คน รวม 12 คน และผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิสภา) จำนวน 3 คน และมีมติกำหนดเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญ ภายใน 60 วัน

ขณะที่ สว.ที่ได้รับเลือกให้เป็น กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ผู้ที่เสนอชื่อเป็น กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 15 คน อาทิ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล นายพรเพิ่ม ทองศรี นายพิชาญ พรศิริประทาน นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ นายวราวุธ ตีระนันทน์ นายวีรยุทธ สร้อยทอง นายสุทนต์ กล้าการขาย นายอัษฎางค์ แสวงการ

ส่วน กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ผู้เสนอชื่อให้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน อาทิ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร นายธวัช สุระบาล พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ นายศุภโชค ศาลากิจ นายสิทธิกร ธงยศ เป็นต้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอาแล้ว! ‘เสรีพิศุทธ์‘ จ่อยื่นผู้ตรวจฯ ปม ’อนุทิน‘ ตั้ง ’ธรรมนัส‘ เป็นรมต.

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรุ่งนี้วันศุกร์ที่ 27 เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จะไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

ผู้ตรวจการแผ่นดิน อนุญาต กกต. ขยายเวลาชี้แจงบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งออกไปอีก 7 วัน

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งว่า สำนักงานฯได้รับหนังสือจากสำนักงานกกต.ขอขยายระยะเวลาในการยื่นคำชี้แจงพร้อมเอกสารหลักฐานกรณีมีผู้ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเ

ขนลุก! ยื่นผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. เอาผิดกกต.ทำบาร์โค้ด ขู่ติดคุก-ชดใช้ 8 พันล้าน

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.นครนายก เข้ายื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจ

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ลั่นไม่ใช้ความรู้สึกตัดสิน หลังรับคำร้องปัญหาเลือกตั้ง 28 เรื่อง

ผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยมีประชาชนร้องเอาผิด กกต.ปัญหาเรื่องเลือกตั้ง 2569 แล้ว 28 เรื่อง เป็นเรื่องต้องพิจารณาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด 18 เรื่อง ยันต้องให้โอกาส กกต.ได้ชี้แจง เพื่อความเป็นธรรม ย้ำใครผิดก็ว่าไปตามความผิด

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ กกต. ชี้แจงปมพิมพ์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ก่อนส่งศาลรธน. หรือไม่

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานกกต. ขอให้มีการชี้แจงกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่กกต.พิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจนรู้ได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด พรรคการเมืองใด เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ

'ผู้สมัครส้ม' บุก กกต. บี้แจงปมบาร์โค้ด ขู่ร้องศาลสั่งเลือกตั้งโมฆะ

'ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี' พรรคส้ม ร้อง กกต. แจงคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขู่ร้องศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจฯ ให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ