ครม. ไฟเขียวร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 โดยยังไม่ระบุวัน

ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา

10 มีนาคม 2569 - นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ (โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา) สำหรับวันเรียกประชุมรัฐสภา มอบให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานองคมนตรีเมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว (จำนวน 475 คน) ให้นำร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ต่อไป

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 บัญญัติให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวนสี่ร้อยคน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่งร้อยคน มาตรา 84 บัญญัติให้ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว (จำนวน 475 คน) หากมีความจำเป็นจะต้องเรียกประชุมรัฐสภาก็ให้ดำเนินการเรียกประชุมรัฐสภาได้

และมาตรา 85 วรรคสี่ บัญญัติให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าหกสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง (ภายในวันที่ 8 เมษายน 2569)

ประกอบกับมาตรา 121 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป (ภายในวันที่ 22 เมษายน 2569) ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก

และมาตรา 122 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสี่ บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภาทรงเปิดและทรงปิดประชุม โดยพระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้วหรือผู้ใดผู้หนึ่ง เป็นผู้แทนพระองค์ มาทำรัฐพิธีก็ได้ ทั้งนี้ การเรียกประชุมให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา

ดังนั้น เพื่อให้การเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สลค. จึงได้ยกร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ขึ้น (โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา) และได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานองคมนตรี เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว เพื่อจะได้นำร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลูกไตรรงค์ยกคำสอนของพุทธทาสภิกขุซัด กกต.บอกมติของคนไม่ดีจะทำให้กลายเป็นเมืองนรก!

'รัดเกล้า' ยกธรรมะ 'พุทธทาส' โอดตอนนี้เราอยู่เมืองนรก เหตุความเห็นคนไม่ดีรวมกันมันยิ่งเลว แล้วเอามาบังคับใช้กับทั้งประเทศอีก อัด กกต. ดองงบปราบโกงค้างท่อ 60% ลั่น 'สุวรรณคีรี' ยอมไม่ได้สังคมบิดเบี้ยว

เปิด 5 ข้อสันนิษฐาน เหตุฝ้าเพดานโรงอาหารสภาพังถล่ม

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นกรณีเหตุการณ์ฝ้าเพดาน

'วิรังรอง' ข้องใจหมดประกันปุ๊บ ฝ้าเพดานโรงอาหารสภาถล่มปั๊บ ถาม 'อนุทิน' จะขึ้นแบล็คลิสต์ชิโนไทยหรือไม่

วิรังรอง โพสต์ถามนายกฯ ต้องรอให้เกิดโศกนาฏกรรมก่อนหรือถึงจะเรียกหาความรับผิดชอบ

ล้มช้าง!!! “ไอติม” “พนิดา” “วาโย” ปชน. กมธ.กิจการศาล เหมาเข่ง พ่วง “อภิสิทธิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี –อัยการเสื้อส้ม“วีรยุทธ” อธิบดีอัยการยาเสพติด พ่วงคดีวินัยร้ายแรง ปมแต่งตั้ง “สมชัย” อดีต กกต.ไม่ชอบ ส่วน “สมชัย”อ่วม!!!โดนคดีอาญาเพิ่ม 2 คดีรวด

วันที่ 10 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่ สน.บางโพ ได้รายงานคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชนต่อ ผบ.ตร.ตามลำดับชั้น มีผู้กล่าวโทษเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 และพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีมีมูลจริงจึงได้เรียกให้ผู้กล่าวโทษมาสอบสวนและยืนยันการกระทำความผิด เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ทำให้อุณภูมิการเมืองเดือดทันที

ปชน.ข้องใจ สตช.ของบซื้อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดราคาสูงกว่าตลาด 15 เท่า

ถกงบ 70 วันที่ 4 'สส.ปชน.' ข้องใจ สตช.ขอจัดซื้อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด 50 ชุด วงเงิน 30 ล้าน เทียบราคาสาธารณะอยู่ที่ 40,000 -140,000 บาท แต่ สตช.ตั้งราคาส่วนต่าง 15 เท่า เสนอใช้หุ่นยนต์-ใช้อุปกรณ์ร่วมทหาร