โรงกลั่น-ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ขานรับปล่อยน้ำมันเข้าระบบ 'พิพัฒน์' ไม่กล้ายืนยัน มีหรือไม่มีไอ้โม่ง

“ศบก.” ถกผู้ค้าน้ำมัน ม.7 พร้อมร่วมมือตามคำขอนายกฯ อัดน้ำมันดีเซลเข้าระบบ สั่งเข้มจะไม่มีปั๊มไหนอ้างน้ำมันหมด ไม่ยืนยันมีไอ้โม่งกักตุนน้ำมันหรือไม่ “สภาพัฒน์” ยันสถานการณ์ขาดน้ำมันหน้าปั๊มปรับตัวดีขึ้น บางโรงกลั่นเร่งกำลังการผลิตถึง110% ขณะ “ปลัดพลังงาน”​ ย้ำ​ รัฐ​จัดระบบ - สร้างความโปร่งใส​กระจายน้ำมัน เหตุ​ไม่อยากให้ตั้งคำถาม"น้ำมันไปไหน"

23 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ. ศบก. แถลงผลการประชุม ศบก.ว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อทำความเข้าใจ เป็นการซักซ้อมและหารือกับผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกบริษัทและโรงกลั่น ซึ่งจากภาพข่าวในแต่ละวันที่อาจจะเป็นความโกลาหล หรือความตื่นตระหนกตามสถานีบริการต่างๆ ที่เมื่อประชาชนเข้าไปเติมน้ำมันแล้วไม่มีน้ำมันจ่ายให้ ก็ขอแจ้งให้กับประชาชนรับทราบว่า ในแต่ละวันทางโรงกลั่นและผู้ค้าตามมาตรา 7 ได้มีการนำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่ระบบสถานีบริการต่างๆ เกือบ 10,000 สถานีบริการ จากอดีตที่เคยเติมน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการ และก็ผู้ใช้ต่างๆ ประมาณ 67 ล้านลิตร แต่ในช่วงระยะนี้มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณซัก 82 - 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ก็ยังไม่เป็นที่เพียงพอสำหรับคนใช้หรือผู้ใช้ในประเทศไทยทั้งหมด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายกฯ ได้มีการลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ /2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการ หรือให้งดการเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 รวมถึงโรงกลั่นในวันที่ 31 มี.ค. เพิ่มขึ้นอีก 0.5 % แล้วในวันที่ 30 เม.ย. เพิ่มขึ้นอีก 1.5% ถ้ารวมกับทั้งหมดก็จะมีการน้ำมันสำรองถึง 3% เราก็จะขอชะลอออกไป ให้คงไว้ซึ่งน้ำมันสำรองเพียง 1% เหมือนเดิมจากก่อนหน้าที่จะมีสงครามเกิดขึ้น

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือกันว่า จะทำอย่างไรในการที่จะทำให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่นปล่อยน้ำมันเข้าสู่ตลาด เพื่อให้พอกับความต้องการของผู้ใช้ โดยนายกฯ ได้มีข้อสั่งการว่า ภายในสัปดาห์ จะไม่มีสถานีบริการใดบอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ซึ่งผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่ได้หารือกันก็รับทราบ และก็จะพยายามปฏิบัติตามที่นายกฯ มีข้อสั่งการ ซึ่งจากการหารือก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกบริษัท โดยทางโรงกลั่นก็พยายามที่จะให้ได้ค่าการกลั่นที่ 100% บางโรงกลั่นก็อาจจะกลั่นเกินกว่า 100% และพยายามที่จะปล่อยน้ำมันทั้งหมดให้กับผู้ค้าตามมาตรา7 เพื่อให้ไปบรรเทาให้กับผู้ใช้ได้ใช้อย่างเพียงพอ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้สุดสัปดาห์นี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บริษัทบาง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด จะจำหน่ายน้ำมันดีเซลสูตร B 20 ให้กับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยจำหน่ายผ่านจ็อบเบอร์ (Jobber) ซึ่งจุดจ่ายในพื้นที่ภาคใต้คือ จ. สงขลาและสุราษฎร์ธานี พื้นที่ภาคกลางคือ จ. พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และชลบุรี ทั้งนี้นายกฯ ได้อนุโลม ให้สมาคมประมงได้ใช้น้ำมัน B 20 ไปพลางก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาเรื่องการกักตุนน้ำมัน ขณะนี้พบมีไอ้โม่งกลุ่มไหน ที่ได้ประโยชน์จากการกักตุนน้ำมัน และราคาเพิ่มขึ้นบ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากที่หน่วยเฉพาะกิจที่นายกฯ ตั้งขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้นายอำเภอตรวจสถานีบริการทุกสถานี และตรวจสอบผู้ค้าตามมาตรา 7 และจ็อบเบอร์ว่า มีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ โดยขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบที่อื่น โดยกรณีที่ จ.อ่างทองนั้น เป็นการพยายามส่งน้ำมันออกไปประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 2 หมื่นลิตร ซึ่งจากนี้จะมีการตรวจสอบต่อไป

“ก็ไม่กล้ายืนยันว่า ณ เวลานี้ ว่าจะมีไอ้โม่งหรือไม่มีไอ้โม่ง แต่เราจะตรวจสอบโดยชุดเฉพาะกิจที่ประกอบด้วยหลายหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ ทั้งโรงกลั่น คลังน้ำมัน สถานีบริการ และคลังอื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้หากประชาชนคิดว่าตรงไหนมีปัญหา หรือจุดไหนมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ขอให้แจ้งที่ศูนย์เฉพาะกิจหรือ ศบก. เพื่อตรวจสอบต่อไป“ นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า จากที่หน่วยงานกระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ได้ลงตรวจคลังน้ำมันทั้งหมด 8 จุด ทั้งหมดไม่ได้มีความผิดปกติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นประชาชนได้เห็นภาพของน้ำมันในสถานีบริการต่างๆที่อาจมีขาดอยู่ เรียนว่าระบบการส่งน้ำมันจากคลังออกไปยังสถานีบริการต่างๆจะมี 2-3 เรื่องด้วยกันคือการส่งทางท่อไปที่คลังน้ำมันปลายทางและไปรับที่ปลายทางด้วยรถขนน้ำมัน และอีกทางคือมีรถขนน้ำมันด้วย และทางเรือไปภาคใต้

นายดนุชา กล่าวว่า ยกตัวอย่างการส่งน้ำมันลงท่อที่ไม่สามารถส่งทุกชนิดได้ โดยจะมีปฏิทินการส่ง ซึ่งทำให้ในช่วงเวลาที่มีการเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันสูงมากกว่าช่วงเวลาปกติ อาจทำให้การส่งน้ำมันจากคลังไปสถานีบริการทำได้ล่าช้าสักนิด แต่โดยรวมขณะนี้จากรายงานสถานการณ์ในปั๊มที่ขาดน้ำมันปรับตัวดีขึ้น หลังจากให้ขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมง ตัวอย่างบางจากเดิมมี 400 กว่าสถานีบริการที่ขาดน้ำมัน ตอนนี้ตั้งเป้าให้ลดลง ซึ่งคาดว่าจะลดลงมาเหลือประมาณไม่ถึง 200 ปั๊ม ในเวลาไม่เกิน1-2 วันนี้ ทั้งนี้เกิดจากการเติมน้ำมันที่มากกว่าปกติในช่วงที่ผ่านมา

“ขอยืนยันน้ำมันมี ซึ่งตัวเลขที่เช็คจากกรมศุลกากรมีน้ำมันดิบวิ่งเข้ามาในประเทศ ตั้งแต่ 1 - 20 มีนาคม น้ำมันดิบเข้าประเทศ 3,400 กว่าล้านลิตร ปริมาณเข้ามาเพียงพอที่จะกลั่นใช้ในประเทศ เพียงแต่น้ำมันดิบที่เรากลั่นมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศจะมีกำลังการกลั่น 175 ล้านลิตร ทั้งนี้ทางโรงกลั่นพยายามเพิ่มกำลังการผลิตแต่เพิ่มได้ไม่มากนัก บางโรงกลั่นใช้กำลังการผลิตจากเดิม 100% เพิ่มมาถึง110%” นายดนุชา กล่าว

นายดนุชา กล่าวอีกว่า อีกส่วนหนึ่งของกรมการปกครองที่ตรวจสถานีบริการทั่วประเทศ 9,387 แห่ง พบว่าประมาณ 8,000 แห่งมีปัญหาด้านการขนส่ง คือน้ำมันถูกเติมไปจนหมดปั๊มและต้องรอให้ขนส่งเข้ามาส่ง ขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันที่ได้รับต่อวันอยู่ในตัวเลข 82 ล้านลิตร ซึ่งในเชิงปริมาณมีความเพียงพอให้กับประชาชนได้

เมื่อถามว่าหลายปั๊มให้ข้อมูลว่าโควตาหมดแล้วจะรับน้ำมันใหม่อีกที่ 1 เมษายน ในระหว่างนี้จะมีการแก้ไขอย่างไรก่อนจะถึงวันที่ 1 เมษายนหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากปริมาณการขายน้ำมันพุ่งสูงเกินกว่าที่เคยทำมาในช่วงเวลาปกติ ทำให้โควตาน้ำมันในเดือนนั้นของเขาเต็มแล้ว ประกอบกับช่วงนั้นเรายังไม่มีการผ่อนคลายการสำรองน้ำมันที่ให้เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการผ่อนคลายแล้ว ทางบางจากเองสามารถเอาน้ำมันส่งไปยังผู้ค้าที่เป็นสถานีบริการ ที่บอกว่ารอบถัดไปในรอบเดือนเมษายน ณ ตอนนี้สามารถส่งไปให้ได้แล้ว ซึ่งทางบางจากได้แจ้งเองในที่ประชุม อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ภาครัฐจะติดตามดูน้ำมันที่จะส่งไปที่สถานีบริการเหล่านั้นตามที่บอกไว้หรือไม่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะส่งคนไปตรวจ

ขณะที่ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ​ ปลัดกระทรวงพลังงาน​ กล่าวว่า​ ในช่วงสัปดาห์​ที่ผ่านมามีประชาชนไปรอเติมน้ำมันหนาแน่นบริเวณด้านหน้าสถานี แม้ว่าปริมาณน้ำมันจะมีเพียงพอ แต่ความต้องการต่างจากที่เคยมีมา และผู้ค้าเน้นในเรื่องซัพพลาย​น้ำมันไปที่ปั๊ม ทำให้ปัญหาน้ำมันไปที่จ๊อบเบอร์ ซึ่งเป็นผู้ค้าส่งไปยังปั๊มเล็กและอุตสาหกรรมมีไม่เพียงพอ และการตั้งราคาก็มีปัญหาตลอด​ จ๊อบเบอร์ได้รับน้ำมันราคาแพงกว่าบริเวณหน้าสถานีบริการ ทำให้ลูกค้าอุตสาหกรรม และลูกค้าของผู้ค้าส่งหันมาเติมที่ปั๊มน้ำมัน ทำให้ตลาดค้าส่งกับตลาดค้าปลีกมาออกันอยู่ที่หน้าปั๊ม เกิดปัญหาเรื่องหัวจ่ายไม่ทัน การขนส่งไม่ทัน เกิดความโกลาหลและแออัดบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน

ปลัดกระทรวงพลังงาน​ กล่าวว่า​ สิ่งที่ภาครัฐทำ​ คือพยายามจัดระบบและสร้างความโปร่งใส​ เพื่อที่จะไม่เกิดการตั้งคำถามว่าน้ำมันไปไหน โดยให้ผู้ค้ามาตรา 7 คือผู้ค้าน้ำมันขนาดใหญ่และโรงกลั่น รวมถึงจ๊อบเบอร์อีก 200 กว่าราย​ ต้องรายงานว่าได้รับน้ำมันหรือผลิตน้ำมันมาจำนวนเท่าใดในแต่ละวันและขายไปในปริมาณเท่าใด ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะต้องรายงานมายังกรมธุรกิจพลังงานทุกวัน​ เพราะฉะนั้นเมื่อได้ข้อมูลต่างๆก็จะสร้างความโปร่งใส ทำให้เห็นว่าน้ำมันเมื่อผลิตแล้วจากโรงกลั่นจะกระจายไปที่ใดบ้าง และตอนนี้เท่าที่ดูก็พยายามที่จะกระจายไปที่จ๊อบเบอร์และสถานีบริการ ให้เหมือนกับหรือมากกว่าปริมาณที่เขาเคยได้ก่อนเกิดเหตุการณ์ ซึ่งหากจัดสรรเช่นนี้ก็จะสามารถรองรับความต้องการได้ในระดับหนึ่ง หากไม่มีนำไปใช้ผิดประเภทหรือกักตุน ก็จะเกิดการกระจายน้ำมัน

ปลัดกระทรวงพลังงาน​ กล่าวว่า​ เรื่องของการป้องกัน พลังงานจังหวัด กระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด​ ตำรวจ ได้สนธิกำลัง ออกตรวจในหลายๆแห่ง หากทราบว่ามีน้ำมันมาแล้วไม่ขายถือว่ามีความผิด และต้องไปดูว่าในแทงค์เก็บน้ำมัน แห้งจริงหรือไม่​ จึงไม่ขาย หากปั๊มใดปิดบริการทางประชาชน สามารถที่จะร้องเรียนเข้ามาจะส่งคนเข้าไปตรวจ ว่าน้ำมันหมดจริงหรือไม่​ และจะประสานให้ทางผู้ค้ามาตรา 7 ในมาตรา 10 นำน้ำมันไปเติมให้ นอกจากนี้ ยังมีการผ่อนผัน การสำรองน้ำมัน ที่เคยตั้งไว้ว่าสำรองเพิ่มขึ้น​ขอให้ยกเว้นไว้ก่อน ส่วนที่ต้องสำรอง 1% ก็มีการผ่อนผัน การนับสต๊อก หากพร่องไม่เป็นไร​ แต่ต้องเติมให้เต็มภายในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งทางกระทรวงพลังงาน ผ่อนผันให้ทำให้ผู้ค้าไม่ต้องห่วงเรื่องการที่จะรอดาวน้ำมันลงจากแทงก์ทำให้สามารถบริการน้ำมันให้กับประชาชนได้มากขึ้นและน่าจะเพียงพอต่อความต้องการ

ปลัดกระทรวงพลังงาน​ กล่าวว่า นอกจากนี้ได้มีการหารือกับผู้ค้า​ ยืนยันได้มีการส่งน้ำมันออกไปมากกว่าโควตาปกติ​ด้วย ซึ่งเรื่องของการกระตุ้น​ การลักลอบส่งออกมีความผิด ซึ่งภาครัฐจะทำการตรวจ และจะพยายามปูพรมตรวจให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้ใด นำน้ำมันไปกักตุน เพื่อเกร็งราคาหรือค้ากำไร

ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานติดตามตัวเลขการผลิตและการใช้น้ำมันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การผลิตจากทั้ง 6 โรงกลั่น ณ วันนี้ผลิตนํ้ามันดีเซลได้ทั้งหมด 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม อยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน บางวันกระโดดไปถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน จึงต้องมีการดึงสต็อกเก่ามาใช้ ขณะเดียวกัน ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ส่งข้อมูลมารายงานทุกวันในเวลา 18.00 น.นั้น ยํ้าว่าหากผู้ค้าไม่ส่งข้อมูล จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบความผิดปกติของคลังน้ำมันที่ จ.อ่างทอง สิ่งปรากฏชัดคือ ใบกำกับการขนส่งไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ ดังนั้น ทางกรมธุรกิจพลังงานได้ประสานกับสำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้มีการดำเนินคดีร้องทุกข์กล่าวโทษเรียบร้อยแล้ว และส่งตัวอย่างการตรวจสอบคุณภาพนํ้ามันของบริษัทดังกล่าวให้กับทางตำรวจ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

เมื่อถามว่า จะต้องมีการปรับตัวเลขนํ้ามันสำรอง จากเดิมที่ 103 วันหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เราต้องติดตามว่าตัวเลขการใช้นํ้ามันยังเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะอาจเกิดความตระหนกในช่วงแรก แต่สุดท้ายตัวเลขอาจจะกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นต้องดูไปอีกสักระยะ อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ต้องห่วง ถึงจะปรับตัวเลขอย่างไร ก็อยู่ที่ 90-100 วัน

เมื่อถามว่าหากตัวเลขความต้องการดีเซลอยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ผลิตได้ 80 ล้านลิตร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าภายในสัปดาห์นี้ปั๊มน้ำมันจะมีปริมาณน้ำมันที่เพียงพอให้การบริการประชาชน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า​ ตลอดเดือนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งมีปริมาณการใช้มากกว่าที่ผลิตได้ในทุกวัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเอกชนก็นำสต๊อกสำรองออกมาใช้ และกระจายไปยังพื้นที่ และจะพยายามกระจายให้เร็วกว่านี้ ขณะที่ภาครัฐก็มีการผ่อนผันในการสำรองน้ำมันตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการกระจายที่เพิ่มมากขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปราสาทพนมรุ้ง' เงียบเหงา! ยอดนักท่องเที่ยวลดลงหลายเท่า กังวลปัญหาน้ำมัน-ค่าครองชีพ

หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งจังหวัดบุรีรัมย์ ยอมรับจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา  และภาวะสงครามตะวันออกกลาง  ส่งผลกระทบทำให้ยอดนักท่องเที่ยว  เดินทางมาเที่ยวชม 'ปราสาทพนมรุ้ง' ลดลงหลายเท่า  จากวันหยุดเคยมีนักท่องเที่ยวหลักพัน เหลือเพียงหลักร้อย 

หลายปั๊มที่บุรีรัมย์ น้ำมันดีเซลหมด ชาวบ้าน-เกษตรกรเดือดร้อน จำใจยอมรับสภาพ

น้ำมันดีเซลหลายปั้ม ที่ จ.บุรีรัมย์หมด ไม่มีให้บริการ บางปั้มที่ได้น้ำมันจากคลังใหญ่น้อยลงต้องจำกัดการเติมคันละไม่เกิน 1,000 บาท แกลลอนไม่เกิน 500 บางตู้จ่ายติดป้ายสงวนสิทธิ์ไว้จำหน่ายให้รพพยาบาล ตร. กู้ภัย รถฉุกเฉิน และรถหน่วยงานราชการไฟฟ้า ชาวบ้านเกษตรกรเดือดร้อนแต่ละวันต้องคอยวิ่งหาปั้มไหนน้ำมันขนส่งมาถึงแล้วก็จะรีบเข้าไปเติม

'พิพัฒน์' กำชับ ศบก. รักษาข้อมูล อย่าให้ข่าวรั่ว หวั่นถูกบิดเบือนกระทบความเชื่อมั่น

“พิพัฒน์” ถก ศบก. ร่วมภาคเอกชน ติดตามผลหลังออก 3 มาตรการแก้น้ำมันขาดปั๊ม สั่งเข้มเผยแพร่ข้อมูลระมัดระวัง กันคลาดเคลื่อน กระทบเชื่อมั่นปชช.

ความคืบหน้าล่าสุด สงครามในตะวันออกกลาง หัวหน้า IEA เตือนถึงวิกฤต 

ฟาติห์ บิโรล หัวหน้าสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ กล่าวว่า "เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหญ่" และเปรียบเทียบวิกฤตพลังงานในปัจจุบันกับวิกฤตในทศวรรษ 1970 และผลกระทบจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022

แจ้งจับ 'บริษัทน้ำมัน' ไม่ออกใบขนส่งให้ 'คลังอ่างทอง'

นายก้องเกียรติ กิตติคุณ พลังงานจังหวัดอ่างทอง นำเอกสารเพื่อแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กรณีบริษัท วี เอออยล์ จำกัด ไม่ออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันมาให้กับบริษัท ทริลเลียนปิโตรเทรดดิ้ง

IRPC ยันกลั่นน้ำมันเต็มที่พร้อมจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสมดุล

IRPC ยันโรงกลั่นน้ำมันดำเนินการผลิตเต็มศักยภาพ พร้อมยอมรับบางช่วงความต้องการน้ำมันมากกว่ากำลังการผลิต จึงต้องจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสมดุล