โรงกลั่น-ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ขานรับปล่อยน้ำมันเข้าระบบ 'พิพัฒน์' ไม่กล้ายืนยัน มีหรือไม่มีไอ้โม่ง

“ศบก.” ถกผู้ค้าน้ำมัน ม.7 พร้อมร่วมมือตามคำขอนายกฯ อัดน้ำมันดีเซลเข้าระบบ สั่งเข้มจะไม่มีปั๊มไหนอ้างน้ำมันหมด ไม่ยืนยันมีไอ้โม่งกักตุนน้ำมันหรือไม่ “สภาพัฒน์” ยันสถานการณ์ขาดน้ำมันหน้าปั๊มปรับตัวดีขึ้น บางโรงกลั่นเร่งกำลังการผลิตถึง110% ขณะ “ปลัดพลังงาน”​ ย้ำ​ รัฐ​จัดระบบ - สร้างความโปร่งใส​กระจายน้ำมัน เหตุ​ไม่อยากให้ตั้งคำถาม"น้ำมันไปไหน"

23 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ. ศบก. แถลงผลการประชุม ศบก.ว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อทำความเข้าใจ เป็นการซักซ้อมและหารือกับผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกบริษัทและโรงกลั่น ซึ่งจากภาพข่าวในแต่ละวันที่อาจจะเป็นความโกลาหล หรือความตื่นตระหนกตามสถานีบริการต่างๆ ที่เมื่อประชาชนเข้าไปเติมน้ำมันแล้วไม่มีน้ำมันจ่ายให้ ก็ขอแจ้งให้กับประชาชนรับทราบว่า ในแต่ละวันทางโรงกลั่นและผู้ค้าตามมาตรา 7 ได้มีการนำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่ระบบสถานีบริการต่างๆ เกือบ 10,000 สถานีบริการ จากอดีตที่เคยเติมน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการ และก็ผู้ใช้ต่างๆ ประมาณ 67 ล้านลิตร แต่ในช่วงระยะนี้มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณซัก 82 - 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ก็ยังไม่เป็นที่เพียงพอสำหรับคนใช้หรือผู้ใช้ในประเทศไทยทั้งหมด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายกฯ ได้มีการลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ /2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการ หรือให้งดการเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 รวมถึงโรงกลั่นในวันที่ 31 มี.ค. เพิ่มขึ้นอีก 0.5 % แล้วในวันที่ 30 เม.ย. เพิ่มขึ้นอีก 1.5% ถ้ารวมกับทั้งหมดก็จะมีการน้ำมันสำรองถึง 3% เราก็จะขอชะลอออกไป ให้คงไว้ซึ่งน้ำมันสำรองเพียง 1% เหมือนเดิมจากก่อนหน้าที่จะมีสงครามเกิดขึ้น

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือกันว่า จะทำอย่างไรในการที่จะทำให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่นปล่อยน้ำมันเข้าสู่ตลาด เพื่อให้พอกับความต้องการของผู้ใช้ โดยนายกฯ ได้มีข้อสั่งการว่า ภายในสัปดาห์ จะไม่มีสถานีบริการใดบอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ซึ่งผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่ได้หารือกันก็รับทราบ และก็จะพยายามปฏิบัติตามที่นายกฯ มีข้อสั่งการ ซึ่งจากการหารือก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกบริษัท โดยทางโรงกลั่นก็พยายามที่จะให้ได้ค่าการกลั่นที่ 100% บางโรงกลั่นก็อาจจะกลั่นเกินกว่า 100% และพยายามที่จะปล่อยน้ำมันทั้งหมดให้กับผู้ค้าตามมาตรา7 เพื่อให้ไปบรรเทาให้กับผู้ใช้ได้ใช้อย่างเพียงพอ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้สุดสัปดาห์นี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บริษัทบาง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด จะจำหน่ายน้ำมันดีเซลสูตร B 20 ให้กับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยจำหน่ายผ่านจ็อบเบอร์ (Jobber) ซึ่งจุดจ่ายในพื้นที่ภาคใต้คือ จ. สงขลาและสุราษฎร์ธานี พื้นที่ภาคกลางคือ จ. พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และชลบุรี ทั้งนี้นายกฯ ได้อนุโลม ให้สมาคมประมงได้ใช้น้ำมัน B 20 ไปพลางก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาเรื่องการกักตุนน้ำมัน ขณะนี้พบมีไอ้โม่งกลุ่มไหน ที่ได้ประโยชน์จากการกักตุนน้ำมัน และราคาเพิ่มขึ้นบ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากที่หน่วยเฉพาะกิจที่นายกฯ ตั้งขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้นายอำเภอตรวจสถานีบริการทุกสถานี และตรวจสอบผู้ค้าตามมาตรา 7 และจ็อบเบอร์ว่า มีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ โดยขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบที่อื่น โดยกรณีที่ จ.อ่างทองนั้น เป็นการพยายามส่งน้ำมันออกไปประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 2 หมื่นลิตร ซึ่งจากนี้จะมีการตรวจสอบต่อไป

“ก็ไม่กล้ายืนยันว่า ณ เวลานี้ ว่าจะมีไอ้โม่งหรือไม่มีไอ้โม่ง แต่เราจะตรวจสอบโดยชุดเฉพาะกิจที่ประกอบด้วยหลายหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ ทั้งโรงกลั่น คลังน้ำมัน สถานีบริการ และคลังอื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้หากประชาชนคิดว่าตรงไหนมีปัญหา หรือจุดไหนมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ขอให้แจ้งที่ศูนย์เฉพาะกิจหรือ ศบก. เพื่อตรวจสอบต่อไป“ นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า จากที่หน่วยงานกระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ได้ลงตรวจคลังน้ำมันทั้งหมด 8 จุด ทั้งหมดไม่ได้มีความผิดปกติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นประชาชนได้เห็นภาพของน้ำมันในสถานีบริการต่างๆที่อาจมีขาดอยู่ เรียนว่าระบบการส่งน้ำมันจากคลังออกไปยังสถานีบริการต่างๆจะมี 2-3 เรื่องด้วยกันคือการส่งทางท่อไปที่คลังน้ำมันปลายทางและไปรับที่ปลายทางด้วยรถขนน้ำมัน และอีกทางคือมีรถขนน้ำมันด้วย และทางเรือไปภาคใต้

นายดนุชา กล่าวว่า ยกตัวอย่างการส่งน้ำมันลงท่อที่ไม่สามารถส่งทุกชนิดได้ โดยจะมีปฏิทินการส่ง ซึ่งทำให้ในช่วงเวลาที่มีการเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันสูงมากกว่าช่วงเวลาปกติ อาจทำให้การส่งน้ำมันจากคลังไปสถานีบริการทำได้ล่าช้าสักนิด แต่โดยรวมขณะนี้จากรายงานสถานการณ์ในปั๊มที่ขาดน้ำมันปรับตัวดีขึ้น หลังจากให้ขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมง ตัวอย่างบางจากเดิมมี 400 กว่าสถานีบริการที่ขาดน้ำมัน ตอนนี้ตั้งเป้าให้ลดลง ซึ่งคาดว่าจะลดลงมาเหลือประมาณไม่ถึง 200 ปั๊ม ในเวลาไม่เกิน1-2 วันนี้ ทั้งนี้เกิดจากการเติมน้ำมันที่มากกว่าปกติในช่วงที่ผ่านมา

“ขอยืนยันน้ำมันมี ซึ่งตัวเลขที่เช็คจากกรมศุลกากรมีน้ำมันดิบวิ่งเข้ามาในประเทศ ตั้งแต่ 1 - 20 มีนาคม น้ำมันดิบเข้าประเทศ 3,400 กว่าล้านลิตร ปริมาณเข้ามาเพียงพอที่จะกลั่นใช้ในประเทศ เพียงแต่น้ำมันดิบที่เรากลั่นมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศจะมีกำลังการกลั่น 175 ล้านลิตร ทั้งนี้ทางโรงกลั่นพยายามเพิ่มกำลังการผลิตแต่เพิ่มได้ไม่มากนัก บางโรงกลั่นใช้กำลังการผลิตจากเดิม 100% เพิ่มมาถึง110%” นายดนุชา กล่าว

นายดนุชา กล่าวอีกว่า อีกส่วนหนึ่งของกรมการปกครองที่ตรวจสถานีบริการทั่วประเทศ 9,387 แห่ง พบว่าประมาณ 8,000 แห่งมีปัญหาด้านการขนส่ง คือน้ำมันถูกเติมไปจนหมดปั๊มและต้องรอให้ขนส่งเข้ามาส่ง ขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันที่ได้รับต่อวันอยู่ในตัวเลข 82 ล้านลิตร ซึ่งในเชิงปริมาณมีความเพียงพอให้กับประชาชนได้

เมื่อถามว่าหลายปั๊มให้ข้อมูลว่าโควตาหมดแล้วจะรับน้ำมันใหม่อีกที่ 1 เมษายน ในระหว่างนี้จะมีการแก้ไขอย่างไรก่อนจะถึงวันที่ 1 เมษายนหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากปริมาณการขายน้ำมันพุ่งสูงเกินกว่าที่เคยทำมาในช่วงเวลาปกติ ทำให้โควตาน้ำมันในเดือนนั้นของเขาเต็มแล้ว ประกอบกับช่วงนั้นเรายังไม่มีการผ่อนคลายการสำรองน้ำมันที่ให้เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการผ่อนคลายแล้ว ทางบางจากเองสามารถเอาน้ำมันส่งไปยังผู้ค้าที่เป็นสถานีบริการ ที่บอกว่ารอบถัดไปในรอบเดือนเมษายน ณ ตอนนี้สามารถส่งไปให้ได้แล้ว ซึ่งทางบางจากได้แจ้งเองในที่ประชุม อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ภาครัฐจะติดตามดูน้ำมันที่จะส่งไปที่สถานีบริการเหล่านั้นตามที่บอกไว้หรือไม่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะส่งคนไปตรวจ

ขณะที่ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ​ ปลัดกระทรวงพลังงาน​ กล่าวว่า​ ในช่วงสัปดาห์​ที่ผ่านมามีประชาชนไปรอเติมน้ำมันหนาแน่นบริเวณด้านหน้าสถานี แม้ว่าปริมาณน้ำมันจะมีเพียงพอ แต่ความต้องการต่างจากที่เคยมีมา และผู้ค้าเน้นในเรื่องซัพพลาย​น้ำมันไปที่ปั๊ม ทำให้ปัญหาน้ำมันไปที่จ๊อบเบอร์ ซึ่งเป็นผู้ค้าส่งไปยังปั๊มเล็กและอุตสาหกรรมมีไม่เพียงพอ และการตั้งราคาก็มีปัญหาตลอด​ จ๊อบเบอร์ได้รับน้ำมันราคาแพงกว่าบริเวณหน้าสถานีบริการ ทำให้ลูกค้าอุตสาหกรรม และลูกค้าของผู้ค้าส่งหันมาเติมที่ปั๊มน้ำมัน ทำให้ตลาดค้าส่งกับตลาดค้าปลีกมาออกันอยู่ที่หน้าปั๊ม เกิดปัญหาเรื่องหัวจ่ายไม่ทัน การขนส่งไม่ทัน เกิดความโกลาหลและแออัดบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน

ปลัดกระทรวงพลังงาน​ กล่าวว่า​ สิ่งที่ภาครัฐทำ​ คือพยายามจัดระบบและสร้างความโปร่งใส​ เพื่อที่จะไม่เกิดการตั้งคำถามว่าน้ำมันไปไหน โดยให้ผู้ค้ามาตรา 7 คือผู้ค้าน้ำมันขนาดใหญ่และโรงกลั่น รวมถึงจ๊อบเบอร์อีก 200 กว่าราย​ ต้องรายงานว่าได้รับน้ำมันหรือผลิตน้ำมันมาจำนวนเท่าใดในแต่ละวันและขายไปในปริมาณเท่าใด ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะต้องรายงานมายังกรมธุรกิจพลังงานทุกวัน​ เพราะฉะนั้นเมื่อได้ข้อมูลต่างๆก็จะสร้างความโปร่งใส ทำให้เห็นว่าน้ำมันเมื่อผลิตแล้วจากโรงกลั่นจะกระจายไปที่ใดบ้าง และตอนนี้เท่าที่ดูก็พยายามที่จะกระจายไปที่จ๊อบเบอร์และสถานีบริการ ให้เหมือนกับหรือมากกว่าปริมาณที่เขาเคยได้ก่อนเกิดเหตุการณ์ ซึ่งหากจัดสรรเช่นนี้ก็จะสามารถรองรับความต้องการได้ในระดับหนึ่ง หากไม่มีนำไปใช้ผิดประเภทหรือกักตุน ก็จะเกิดการกระจายน้ำมัน

ปลัดกระทรวงพลังงาน​ กล่าวว่า​ เรื่องของการป้องกัน พลังงานจังหวัด กระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด​ ตำรวจ ได้สนธิกำลัง ออกตรวจในหลายๆแห่ง หากทราบว่ามีน้ำมันมาแล้วไม่ขายถือว่ามีความผิด และต้องไปดูว่าในแทงค์เก็บน้ำมัน แห้งจริงหรือไม่​ จึงไม่ขาย หากปั๊มใดปิดบริการทางประชาชน สามารถที่จะร้องเรียนเข้ามาจะส่งคนเข้าไปตรวจ ว่าน้ำมันหมดจริงหรือไม่​ และจะประสานให้ทางผู้ค้ามาตรา 7 ในมาตรา 10 นำน้ำมันไปเติมให้ นอกจากนี้ ยังมีการผ่อนผัน การสำรองน้ำมัน ที่เคยตั้งไว้ว่าสำรองเพิ่มขึ้น​ขอให้ยกเว้นไว้ก่อน ส่วนที่ต้องสำรอง 1% ก็มีการผ่อนผัน การนับสต๊อก หากพร่องไม่เป็นไร​ แต่ต้องเติมให้เต็มภายในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งทางกระทรวงพลังงาน ผ่อนผันให้ทำให้ผู้ค้าไม่ต้องห่วงเรื่องการที่จะรอดาวน้ำมันลงจากแทงก์ทำให้สามารถบริการน้ำมันให้กับประชาชนได้มากขึ้นและน่าจะเพียงพอต่อความต้องการ

ปลัดกระทรวงพลังงาน​ กล่าวว่า นอกจากนี้ได้มีการหารือกับผู้ค้า​ ยืนยันได้มีการส่งน้ำมันออกไปมากกว่าโควตาปกติ​ด้วย ซึ่งเรื่องของการกระตุ้น​ การลักลอบส่งออกมีความผิด ซึ่งภาครัฐจะทำการตรวจ และจะพยายามปูพรมตรวจให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้ใด นำน้ำมันไปกักตุน เพื่อเกร็งราคาหรือค้ากำไร

ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานติดตามตัวเลขการผลิตและการใช้น้ำมันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การผลิตจากทั้ง 6 โรงกลั่น ณ วันนี้ผลิตนํ้ามันดีเซลได้ทั้งหมด 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม อยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน บางวันกระโดดไปถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน จึงต้องมีการดึงสต็อกเก่ามาใช้ ขณะเดียวกัน ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ส่งข้อมูลมารายงานทุกวันในเวลา 18.00 น.นั้น ยํ้าว่าหากผู้ค้าไม่ส่งข้อมูล จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบความผิดปกติของคลังน้ำมันที่ จ.อ่างทอง สิ่งปรากฏชัดคือ ใบกำกับการขนส่งไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ ดังนั้น ทางกรมธุรกิจพลังงานได้ประสานกับสำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้มีการดำเนินคดีร้องทุกข์กล่าวโทษเรียบร้อยแล้ว และส่งตัวอย่างการตรวจสอบคุณภาพนํ้ามันของบริษัทดังกล่าวให้กับทางตำรวจ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

เมื่อถามว่า จะต้องมีการปรับตัวเลขนํ้ามันสำรอง จากเดิมที่ 103 วันหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เราต้องติดตามว่าตัวเลขการใช้นํ้ามันยังเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะอาจเกิดความตระหนกในช่วงแรก แต่สุดท้ายตัวเลขอาจจะกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นต้องดูไปอีกสักระยะ อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ต้องห่วง ถึงจะปรับตัวเลขอย่างไร ก็อยู่ที่ 90-100 วัน

เมื่อถามว่าหากตัวเลขความต้องการดีเซลอยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ผลิตได้ 80 ล้านลิตร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าภายในสัปดาห์นี้ปั๊มน้ำมันจะมีปริมาณน้ำมันที่เพียงพอให้การบริการประชาชน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า​ ตลอดเดือนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งมีปริมาณการใช้มากกว่าที่ผลิตได้ในทุกวัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเอกชนก็นำสต๊อกสำรองออกมาใช้ และกระจายไปยังพื้นที่ และจะพยายามกระจายให้เร็วกว่านี้ ขณะที่ภาครัฐก็มีการผ่อนผันในการสำรองน้ำมันตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการกระจายที่เพิ่มมากขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฝาก 'สีหศักดิ์' ตัดพ้อสหรัฐไม่แยแสไทยเจอวิกฤต ลั่นบทเรียนนี้เจ็บแล้วต้องจำ

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร การเมืองระหว่างประเทศ​ มีคำกล่าวว่า

ครม. เห็นชอบ วาระแห่งชาติด้านพลังงาน เผยมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้า

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ดีเอสไอ สอบเพิ่มอีก 1 บริษัทเรือขนส่ง ปมน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร

โฆษกดีเอสไอ เผยคืบหน้าคดีน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ 60 ล้านลิตร ล่าสุดเพิ่มเป็น 9 บริษัท จากเดิม 8 บริษัท เหตุ มีบริษัทเรือ 1 แห่งให้การว่าเป็นเพียงบริษัทให้เช่าเรือ (ลีสซิ่ง) แย้ม สอบปากคำในฐานะพยานไปแล้ว 7 บริษัท เร่งสอบ 2 บริษัทสุดท้ายภายในสิ้นเดือน เม.ย.69

ทีมสุดซอย นำหลักฐานยื่นดีเอสไอ พบพิรุธใบขนส่ง 166 ฉบับ คลังน้ำมัน 6 แห่งส่อกักตุน

"ฐิติภัสร์" พร้อมทีมกฎหมาย หอบหลักฐานเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ กว่า 166 ฉบับ ของคลังน้ำมัน 6 แห่งในจังหวัดระยองและชลบุรี ร้อง “ดีเอสไอ" ดำเนินคดีเอาผิด เหตุ ส่อปิดบังรายละเอียดสำคัญช่วงวิกฤตน้ำมันขาดแคลน

รัฐบาลปลื้ม! ช่วยค่าครองชีพเสียงตอบรับดี จ่ออุ้มค่าไฟ ลุยไทยช่วยไทยพลัส

รัฐบาลติดตามความเห็นประชาชน หลัง 'นิด้าโพล' ชี้ 12 มาตรการช่วยค่าครองชีพ เสียงตอบรับดี เตรียมเสริม 'ค่าไฟ–ไทยช่วยไทย พลัส' เริ่ม มิ.ย.นี้

รัฐบาลยืดเวลาจ่าย 'ภาษีที่ดิน' ถึง ก.ย. บรรเทาวิกฤตศก.

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาการจัดเก็บ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2569” ครอบคลุมทุกขั้นตอน