“เอม-สามี” ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 51 ด้าน “ทักษิณ” ฝากสาร ห่วงใยคนไทยทั้งประเทศ หลังเผชิญวิกฤตโลกจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หวังมีทางออกร่วมกัน ผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้
26 มีนาคม 2569 - ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ บุตรสาวและบุตรเขยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกันเป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 51 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ โดยปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ เป็นระยะเวลา 6 เดือน กับอีก 17 วัน
โดยยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดีตามกำหนดวันเยี่ยมญาติ และทุกวันอาทิตย์ยังมีเวทีปราศรัยหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม สลับหมุนเวียนแกนนำคนเสื้อแดงขึ้นเสวนาจนกว่าจะถึงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ซึ่งนายทักษิณ จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป ทั้งนี้ เมื่อ น.ส.พินทองทา และสามี เดินทางมาถึงเรือนจำฯ ก็ได้ยกมือไหว้สวัสดีสื่อมวลชนและคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับให้กำลังใจ โดยยังไม่มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด จากนั้นทั้งหมดเดินเข้าประตู 1 ของเรือนจำฯ เพื่อไปยังจุดเยี่ยมญาตินายทักษิณ ชินวัตร โดยคาดว่าจะใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 45 นาที
ต่อมาเวลา 09.50 น. ภายหลังจากที่ น.ส.พินทองทา และนายณัฐพงศ์ (สามี) ได้ใช้เวลาเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ ประมาณ 45 นาที ทางด้านนายณัฐพงศ์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการเข้าเยี่ยมคุณพ่อ ท่านยังสุขภาพดี และตนก็ได้ปรึกษาคุณพ่อเรื่องงานและเรื่องโดยรวมอย่างเศรษฐกิจโลกด้วย ส่วนเรื่องความเป็นห่วงในสถานการณ์วิกฤตสู้รบในตะวันออกกลางนั้น ท่านบอกว่าท่านเห็นใจคนทั้งประเทศ เพราะตอนนี้ก็เป็นวิกฤติโลก จึงได้แต่หวังว่าเราจะหาทางออกร่วมกันได้ ผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อลึกถึงแนวทางการแก้ปัญหา เพียงแต่คุยเรื่องสารทุกข์สุกดิบทั่วไป
เมื่อถามว่าในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ ทางเรือนจำกลางคลองเปรม จะมีการเปิดให้เยี่ยมญาติใกล้ชิดเพื่อทดแทนวันหยุดเทศกาลสงกรานต์นั้น น.ส.พินทองทา ตอบว่า เราจะเตรียมพาหลาน ๆ มาหาคุณพ่อ เพราะหลาน ๆ ก็คิดถึงคุณตามาก เนื่องจากไม่เจอกันแป๊บเดียวก็โตเร็วแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อถามว่าลูกหลานครอบครัวชินวัตรต่างทราบแล้วว่าเหลือเวลาเพียง 40 กว่าวันที่คุณทักษิณ จะได้ออกมามีอิสรภาพ ทางครอบครัวได้จัดเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่อย่างไรหรือไม่นั้น น.ส.พินทองทา กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม ยังคงเหมือนเดิมค่ะ ขณะที่ นายณัฐพงศ์ กล่าวเสริมว่า ยังคงอดทนรอ นับเวลาถอยหลังทุกวันครับ จากนั้นทั้งคู่ได้ยกมือไหว้ขอบคุณสื่อมวลชน และขอบคุณคนเสื้อแดงที่มารอส่งให้กำลังใจ และร่วมบันทึกภาพกับคนเสื้อแดง ก่อนขึ้นรถยนต์เดินทางกลับออกจากพื้นที่เรือนจำฯ
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ กำหนดการปล่อยตัวคุมประพฤติ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 โดยจะมีมวลชนคนเสื้อแดงที่เดินทางมาจากทั่วประเทศร่วมปักหลักค้างคืนที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค.69 จนถึงช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. เพื่อรอให้การต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้มีรายงานว่า นายทักษิณ ไม่ได้ต้องการให้เป็นการระดมคน เพราะว่าพี่น้องประชาชนจะเดือดร้อน เนื่องจากตอนนี้น้ำมันราคาแพง การเดินทางอาจไม่สะดวก และไม่อยากให้มีปัญหาบริเวณหน่วยราชการโดยเฉพาะพื้นที่เรือนจำฯ ขณะที่รายงานภายในกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า เรือนจำกลางคลองเปรมได้รับการประสานจากมวลชนคนเสื้อแดงว่าในวันที่ 11 พ.ค.69 ซึ่งจะครบกำหนดการพักโทษคุมประพฤติของนายทักษิณ โดยที่จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 1,000 คน จะเดินทางมาให้กำลังใจ โดยประสานขออยู่บริเวณด้านหน้าเรือนจำฯ เพื่อรอรับการปล่อยตัวนายทักษิณพ้นจากเรือนจำฯ ซึ่งทางเรือนจำฯ จะได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้อย่างเหมาะสม และจะประสานหน่วยงานตำรวจท้องที่ดูแลรักษาความปลอดภัยร่วมด้วย
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เพจเฟสบุ๊ค อย่างเป็นทางการของเรือนจำกลางคลองเปรม ได้มีการประชาสัมพันธ์รายละเอียดกิจกรรมการเปิดเยี่ยมญาติใกล้ชิด ภายใต้ชื่อโครงการเยี่ยมญาติใกล้ชิด “ครอบครัวสัมพันธ์สาดความรักให้กันวันปีใหม่ไทย” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ทดแทนการเยี่ยมช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ จัดเยี่ยมใกล้ชิดระหว่าง วันที่ 20-27 เม.ย.69 รวม 6 วันทำการ โดยเบื้องต้นทางครอบครัวชินวัตร จะได้ร่วมกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิดในวันพฤหัสบดีที่ 23 เม.ย.69 เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป โดยเป็นญาติที่ถูกระบุไว้ใน 10 รายชื่อของผู้ต้องขัง ซึ่งจะมีในส่วนของลูกหลานเป็นหลัก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อธิบดีสรรพากรคนใหม่ ทวงภาษีทักษิณ1.7หมื่นล้าน ผวาซ้ำรอย"เบญจา"คุก2ปี
วิบากกรรมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หมด เพราะแม้พ้นโทษคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 เมื่อ 11 พ.ค.2569 แต่ตอนนี้ยังมีชนักติดหลังอยู่อย่างน้อยที่เห็นก็ 2 เรื่อง
'ทักษิณ' ยื่นศาลภาษี เบรกสรรพากรยึดทรัพย์ 'ภาษีหุ้นชินคอร์ป' 1.5 หมื่นล้าน นัดไต่สวน 7 ต.ค.นี้
"ทักษิณ" ยื่นฟ้องศาลภาษีอากรกลาง หลังสรรพากรตามยึดทรัพย์ซ้ำซ้อนภาษีอีก 1.5 หมื่นล้าน "วิญญัติ" ชี้ทั้งที่เงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้านถูกริบเข้าแผ่นดินหมดแล้ว แนะไปตามเก็บจากกระทรวงการคลัง ศาลนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว 7 ต.ค. นี้
แคนดิเดตนายกฯ พรรคส้มเพิ่งตื่น! บอกเงินกู้ทำไทยช่วยไทยพลัสหวังผลการเมือง-เรียกคะแนนนิยม
'วีระยุทธ' ซัด 'รัฐบาล' ใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน อัดฉีด 'ไทยช่วยไทยพลัส' หวังผลการเมือง-เรียกคะแนนนิยม มากกว่าช่วยเหลือประชาชนแบบพุ่งเป้า ชี้กู้เงินมาแก้วิกฤตพลังงานควรเน้นที่เกษตร-ประมง-ขนส่ง
'พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-รสนา' เห็นพ้องชงยุบ กกพ. ควบรวม กพช. สังคายนาโครงสร้างพลังงาน
“พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-รสนา” เห็นพ้องชงยุบ กกพ. ควบรวม กพช. หยุดเอกชนผูกขาด ดัน กฟผ. ผลิตไฟเกิน 50% เติมรายได้รัฐ ลดภาระประชาชน
'คมนาคม' ชง 2 โครงการใช้งบพรก.กู้เงิน เปลี่ยนรถสาธารณะเป็นอีวี 2.4 หมื่นล้าน ช่วยค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง 6 พันล้าน
“สิริพงศ์” เผยคมนาคม ชง 2 โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน “DLT พร้อมซัปพอร์ต - เปลี่ยนรถน้ำมันเป็น EV" ใช้งบพ.ร.ก.เงินกู้วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท
'อนุทิน' ร่ายยาวยันใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทอย่างคุ้มค่าโปร่งใสตรวจสอบได้!
'อนุทิน' ยันรัฐบาลใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทอย่างคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมบริหารหนี้ไม่ให้เกินเพดาน 70% ชี้วิกฤตพลังงานกระทบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง จำเป็นต้องกู้เพื่อรับมือสถานการณ์เร่งด่วน

