'ทรงศัก' เผยไม่ได้ขอขยายเวลาต่อศาลรัฐธรรมนูญแจงคดีบาร์โค้ด

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเผยส่งคำชี้แจงปมเลือกตั้งตามกรอบเวลา ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ได้ขอขยายเวลา

09 เม.ย.2569 - นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.และผู้ตรวจการแผ่นดินขยายระยะเวลาชี้แจง 15 วันกรณีคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569 กรณีบัตรเลือกตั้งที่มี QR code และ barcode อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งคำชี้แจงไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยไม่ได้มีการขอขยายระยะเวลา และก็ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญที่จะใช้ดุลยพินิจในการเรียกพยานหลักฐาน หรือพยานอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ และยังขณะนี้ไม่มีการส่งรายชื่อพยานเพิ่มเติม ยกเว้นศาลรัฐธรรมนูญจะสอบถามหรือขอให้ส่งรายชื่อพยานเพิ่มเติม

ส่วนบุคคลที่จะไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น จะขอรอดูหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญก่อนแล้วค่อยประชุมหารือกันอีกครั้งเพื่อส่งตัวแทนเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต

ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ

กกต.ลั่นฮั้วบางจังหวัดไม่กระทบเลือก สว.ทั้งระบบ!

'กกต.สิทธิโชติ' ขอสังคมมั่นใจการทำหน้าที่คดีฮั้วสว. ยืนยันทุกคำวินิจฉัยยึดตามพยานหลักฐาน ชี้คลิปเสวนาที่เผยแพร่ใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้หากอยู่นอกสำนวน ย้ำฮั้วบางจังหวัดไม่กระทบการเลือก สว.ทั้งระบบ

ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง