'กรณ์' สรุปข้อสังเกต 5 รมต. หลังจบเวทีชำแหละนโยบาย

11 เมษายน 2569 - นายกรณ์ จาติกวณิช สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่าสรุปข้อสังเกตของผมจากคำชี้แจงคณะรัฐมนตรี ในการอภิปรายนโยบายที่เพิ่งผ่านไป

  1. รมต.เอกนัฏ - พลังงาน

คุณขิงเน้นตอนท้ายว่า “ไม่กลัว ไม่เกรงใจนายทุน” แต่ไม่ได้ขยายประเด็นว่าทำไมถึงได้เจรจาส่วนลดค่าการกลั่นลงมาได้เพียงแค่ 2 บาท ในขณะที่ปัจจุบันค่าการกลั่นอยู่ที่ประมาณ 16 บาท สูงกว่าระดับที่คุณเอกนัฏบอกว่าเป็นระดับปกติถึง 14 บาท

และที่สร้างความแปลกใจคือ การที่คุณเอกนัฏ ไม่ยอมลุกขึ้นชี้แจงว่า หากไม่เกรงใจนายทุนจริง ขอให้ชี้แจงว่ามีนโยบายอย่างไรในการแก้โครงสร้างสัญญาซื้อไฟและก๊าซ LNG ของรัฐ เพื่อลดช่องโหว่ที่ที่เอกชนจะทำกำไรได้มหาศาลจากราคาก๊าซที่กำลังสูงขึ้น และในไม่ช้าจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

  1. รมต.สุริยะ - เกษตร

คุณสุริยะลุกขึ้นชี้แจงประเด็นการซื้อเครื่องบินจากนาย Ben Smith ว่าซื้อจริง ชำระผ่านธนาคารกรุงเทพ (เพื่อจ่ายเข้าบัญชีธนาคาร BIC กัมพูชาของยิมเลียกมือขวาเบนสมิธ) เมื่อจ่ายแล้วไม่รู้ว่าเงินไปไหนต่อ และตอนนั้นไม่รู้ว่า Ben Smith เป็นใคร

ประเด็นคำถามที่ผมตั้งไว้คือ ท่านนายกฯ ได้ตรวจหรือยังว่าเงินที่ใช้ชำระมาจากไหน และเมื่อจ่ายแล้วไปที่ไหนต่อ เพราะการซื้อเครื่องบินมีผลทำให้คุณสุริยะช่วยนาย Ben Smith ฟอกเงินสำเร็จ! สิ่งที่ต้องสืบคือ เจตนาช่วยหรือไม่ และวิธีสืบคือตามเส้นทางเดินของเงิน

  1. รมต.ประเสริฐ - ศึกษาฯ

เอาตามตรงผมว่าช่วงที่คุณประเสริฐชี้แจงเฉพาะเรื่องการศึกษาท่านพูดได้ดี

แต่ตอนท้ายที่ตอบเรื่องบทบาทในการลงนาม MoU กับนาย Ben Smith ฟังไม่ขึ้นเลย

คุณประเสริฐบอกว่า ไปสอบปากคำกับ DSI ในฐานะพยาน - อาจจะจริงครับ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือ DSI ตั้งข้อกล่าวหาและยื่นเรื่องให้ ปปช. สอบสวนบนฐานความผิดมาตรา 157 ส่วนที่บอกว่า ‘ปปช. ไม่เคยกล่าวหา’ - ก็ถูกครับ คือตอนนี้ ปปช. อยู่ในช่วงพิจารณาหลักฐานว่าจะชี้มูลความผิดหรือไม่

ส่วนเรื่องที่บอกว่า กรณีสแกนม่านตาเกิดขึ้นทีหลังการลงนาม MoU นั้น เป็นการหลบแบบศรีธนนชัยครับ เพราะข้อกล่าวหาคือ MoU หละหลวมในการเปิดพื้นที่ sandbox ที่ไม่มีการควบคุมตามกฎหมาย PDPA จึงทำให้ ’scan ม่านตา‘ เกิดได้

ประเด็นของผมในกรณีคุณสุริยะ และคุณประเสริฐคือ ทั้งสองท่านควรมีโอกาสพิสูจน์ตนเอง แต่วันนี้ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ ดังนั้นการที่คุณอนุทินตั้งทั้งสองท่านเป็นรัฐมนตรี สะท้อนความจริงว่าคุณอนุทินไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงพอกับการต่อสู้กระบวนการทุนเทาที่ฝังลึกในสังคมชั้นสูงของไทย การเอาเรื่องกับ scammer คนต่างชาตินั้นต้องทำครับ แต่การเอาเรื่องกับคนใกล้ตัวคนไทยนี่แหละคือบทพิสูจน์ความจริงใจ

  1. รมต.ศุภจี - พาณิชย์

”ล้งกลาง“ ไม่เคยพูด แต่พูดว่า “ล้งชุมชน”?? เป็นการแก้ตัวที่แปลก เพราะแม้กองเชียร์ยังคงงง เพราะไม่นานมานี้พวกเขายังเพิ่งตบมือเชียร์วลี ‘ไม่กลัวล้งจีนแต่จะทำล้งกลางมาสู้’ ในคลิปที่ใครๆก็หาดูได้

ส่วนการอ้างว่าราคานํ้ามะพร้าวตอนนี้ “7-10บาท” ผมว่าน่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะอาจสะท้อนความไม่เข้าใจความต่างระหว่าง ‘ราคาหน้าสวน’ (ตอนนี้ 3-4 บาท) และ ‘ราคาหน้าโรงงาน‘ (ตอนนี้ 6-7 บาท)

  1. รมต.เอกนิติ - คลัง

เราคิดต่างกันในประเด็นการลดภาษีสรรพสามิต - ในสถานการณ์ปัจจุบัน คุณเอกนิติมองว่าเงินอยู่ในกระเป๋ารัฐบาลดีกว่า ส่วนผมมองว่าแบ่งกลับมาให้อยู่ในกระเป๋าประชาชนดีกว่า ส่วนที่ท่านบอกว่า เดี๋ยวจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล

ผมขอตอบว่า ไม่เคยขอให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องนั้น แต่ผมเชื่อว่ามีเรื่องอื่นที่ลดได้แน่นอน และหากจะเอาประเด็นรักษาพยาบาลมาอ้าง ท่วนควรต้อง EarMark ภาษีตรงจากสรรพาสามิตน้ำมันตรงไปยังการรักษาพยาบาลได้เลย เหมือนกับสมัยที่ทำงานร่วมกัน เราเคยแชร์ไอเดียกันในเรื่อง EarMark ภาษีมรดก ตรงไปเป็นทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

🔴 LIVE ‘พล.ท.สมชาย’ เปิดแผน สงครามล้างโลก สถาปนาข้้วอำนาจเดียว!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร

‘พล.ท.สมชาย’ เปิดแผน สงครามล้างโลก สถาปนาข้้วอำนาจเดียว!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ.2569

'กรณ์' ลั่นราคาน้ำมันควรลด12บาท ซัดเกรงใจนายทุน สวน 'เอกนิติ' ภาษีสรรพสามิตรไม่เกี่ยวสธ.

'กรณ์' ซัดรบ.ไม่มีนโยบายแก้ปัญหาน้ำมันที่ชัดเจน เพียงรอให้ราคาน้ำมันโลกลดลง ชี้ รมว.พลังงาน ลดราคาโรงกลั่น 2 บาท ทั้งที่ควรลด 12 บาท เหน็บเกรงใจนายทุน แต่ไม่มีความเกรงใจความเดือดร้อนปชช. สวน 'เอกนิติ' ภาษีสรรพสามิตส่งตรงเข้ากองกลาง ไม่เกี่ยวช่วยระบบสาธารณสุข ข้องใจเอาจริงปราบสแกมเมอร์หรือไม่ จี้ความเหมาะสมตั้งบุคคลมีข้อครหาเข้าครม.หวั่นกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

การเริ่มต้นของระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญสเปน (ตอนที่ 1)

สถาบันพระมหากษัตริย์สเปนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 นับเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาสำคัญในการทำความเข้าใจการเปลี่ยนผ่านจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญใน