'คมคาย' ชงประธานรัฐสภาตรวจสอบปม 5 แสน แลกโควตาปปร.30 สถาบันพระปกเกล้า เตรียมเสนอ กมธ.ตำรวจ บรรจุวาระด่วน เรียกตำรวจ-ผู้เกี่ยวข้อง-ตัวแทนสถาบันพระปกเกล้าชี้แจง

วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นางคมคาย อุดรพิมพ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีมีการเรียกรับเงิน 500,000 บาท เพื่อแลกกับโควตาเข้าเรียนหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30 สถาบันพระปกเกล้า ว่า ได้ติดตามเรื่องนี้จากสื่อมวลชนหลายสำนักด้วยความวิตกกังวลและไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ทั้งองค์กรตำรวจและสถาบันหลักทางวิชาการของรัฐสภา หากย้อนดูเหตุการณ์พบว่ามีนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก อ้างตัวเป็นคนกลาง สามารถประสานงานผู้บริหารระดับเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าเพื่อขอโควตาพิเศษได้ โดยเรียกรับเงินสด 500,000 บาท แต่เมื่อประกาศรายชื่อกลับไม่มีชื่อ จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ กลายเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามอย่างมาก

นางคมคาย กล่าวว่า เรื่องนี้น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง สถาบันพระปกเกล้าเป็นองค์กรวิชาการระดับสูงภายใต้การกำกับดูแลของประธานรัฐสภา มีหน้าที่ผลิตหลักสูตรสร้างผู้นำและสอนเรื่องธรรมาภิบาล ความซื่อสัตย์สุจริตให้กับคนทั้งประเทศ แต่หากผลการตรวจสอบพบว่ามีพฤติการณ์ทุจริตหรือซื้อขายโควตาการศึกษาจริง ย่อมทำลายความเชื่อมั่นและเกียรติภูมิของรัฐสภาอย่างร้ายแรง หากพบว่ามีการซื้อขายโควตาหรือทุจริตจริง จะเข้าข่ายความผิดร้ายแรงหลายส่วนคือ

1.ผิด พ.ร.บ. สถาบันพระปกเกล้า : ขัดต่อวัตถุประสงค์สถาบันฯ เข้าข่ายประพฤติชั่วและบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ซึ่งสภาสถาบันฯ มีอำนาจถอดถอนได้

2.ผิดประมวลจริยธรรมและวินัยของบุคลากร : มีผลประโยชน์ทับซ้อน นำตำแหน่งหน้าที่ไปแสวงหาประโยชน์ส่วนตน โทษทางวินัยสูงสุดคือ "ปลดออก" หรือ "ไล่ออก" โดยไม่ได้รับเงินชดเชยใดๆ

3.ผิดประกาศและระเบียบการคัดเลือกผู้เข้าศึกษา : การเปิดโควตานอกระบบเพื่อแลกเงิน ถือเป็นการแทรกแซงกระบวนการของคณะกรรมการคัดเลือก ทำให้การรับบุคคลเข้าศึกษาตกเป็นโมฆะและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นางคมคาย กล่าวอีกว่า สิ่งที่ประธานรัฐสภาในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า ควรดำเนินการคือ การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนวินัยร้ายแรง หากพบว่ามีมูลควรพิจารณาให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ความโปร่งใสและป้องกันการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และประสาน ป.ป.ช. ไต่สวนตามขั้นตอน เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่นของสถาบันพระปกเกล้ากลับคืนมา

นางคมคาย ยังกล่าวถึงประเด็นทางกฎหมาย ว่า หากมีการเรียกรับเงินโดยอ้างว่าจะนำไปให้ผู้บริหารเพื่อแลกโควตา อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการเรียกรับสินบน และหากมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องจะเข้าข่ายเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งเรื่องเป็น 'ความผิดอาญาแผ่นดิน' รัฐคือผู้เสียหายโดยตรง ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดย กมธ.ตำรวจจะติดตามการทำงานของ สภ.รัตนาธิเบศร์ และพนักงานสอบสวนว่าได้ดำเนินการตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือไม่ รวมถึงการส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท.ภายใน 30 วัน

หากพบการละเว้นหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

"ในฐานะโฆษก กมธ.ตำรวจว่า เราสามารถใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ เพื่อหยิบยกเรื่องที่เป็นภัยต่อสังคมและกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมขึ้นมาตรวจสอบได้ทันที ดิฉันจะเสนอให้บรรจุเรื่องดังกล่าวเป็นวาระด่วน พร้อมเรียก ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์, พนักงานสอบสวน นายตำรวจคนกลาง และตัวแทนสถาบันพระปกเกล้า เข้ามาชี้แจง พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบตำรวจร่วมทุจริตจริง จะส่งเรื่องให้จเรตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีวินัยร้ายแรง และส่งสำนวนตรงถึง ป.ป.ช. ทันทีโดยไม่มีการปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด"

นางคมคาย ย้ำว่า กมธ.ตำรวจจะทำหน้าที่เป็นกลาง ตรวจสอบตามพยานหลักฐาน ไม่ปรักปรำหรือชี้นำสังคม เพื่อทำลายชื่อเสียงของใครทั้งสิ้น พร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งผู้ร้องเรียน สถาบันพระปกเกล้า ผู้บริหารสถาบันฯ และนายตำรวจที่ถูกพาดพิง ได้เข้ามาชี้แจงแสดงหลักฐานความบริสุทธิ์ หากตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงการแอบอ้างโดยผู้บริหารสถาบันฯ ไม่รู้เห็น ก็ต้องคืนความเป็นธรรมและปกป้องชื่อเสียงของสถาบัน แต่หากมีหลักฐานยืนยันการทุจริต ทุกฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมาย เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมและฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐสภาและตำรวจไทย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' แจงร่วมวันเกิด 'เนวิน' แสดงมุทิตาจิตผู้ใหญ่ ขออย่ามองเป็นการเมือง

“สุชาติ” ขออย่ามองเป็นการเมือง หลัง ครม.-สส. แห่ร่วมวันเกิด “เนวิน” แจง เป็นการแสดงมุทิตาจิต คล้ายร่วมงานครบรอบสำนักข่าว บอก คนจะประสบความสำเร็จได้อยู่ที่การจัดสรรเวลา ยก “อนุทิน. ร่วมงานแล้วบินลงพื้นที่ปราจีนฯต่อ

'ภท.' เฉลยแล้ว! ทำไมแตะ 'ภาษีบาป' เส้นเงินไปทางไหน ใช้ทำอะไร

'ศุภชัย' ร่ายยาวทำไมสังคายนา 'ภาษีบาป' ชี้ถึงเวลาประเทศไทยต้องปฏิรูปภาษีทั้งระบบ ยันนายทุนเหล้าบุหรี่ต้องจ่ายเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนเส้นทางเงิน เปลี่ยนเข้ารายได้รัฐแทน

ชำแหละ! ศึกวิวาทะ 'โรม' VS 'ไอเดียร์' ใครได้เปรียบเสียเปรียบ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ศึกวิวาทะสแกมเมอร์:ไอเดียร์ เสียเปรียบ โรม" ว่า

'บิ๊กการเมือง-ลูกพรรค' แห่โพสต์ภาพอวยพรวันเกิด 'ครูใหญ่เนวิน'

รมต. และ สส.ภูมิใจไทย แห่โพสต์ภาพร่วมอวยพรวันเกิด “ครูใหญ่เนวิน” ครบ 68 ปี ที่บุรีรัมย์ โดยจัดขึ้นภายในเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม

'ศุภชัย' ลั่นอย่าบิดเบือน! ปมแก้กฎหมายยกเลิกภาษีบาปเข้า 4 กองทุน ยันนายทุนสุรายาสูบต้องจ่ายเหมือนเดิม

นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส. พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านฟซบุ๊กว่า เมื่อยกเลิก “เงินบำรุง” หรือ Earmarked Tax

เบิร์ธเดย์ 68 ปี 'เนวิน' ขอทำบุญกับครอบครัว งดรับของขวัญ ชวนบริจาครพ.บุรีรัมย์

'ลุงเนวิน' แจ้ง 4 ต.ค. วันเกิดปีที่ 68 งดรับของขวัญ-ดอกไม้ ชวนร่วมบริจาคโรงพยาบาลบุรีรัมย์แทน พร้อมขอเวลาส่วนตัว ทำบุญกับครอบครัว