ทีทีบี - กระทรวงกลาโหม เดินหน้าสร้าง “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ครบ 5 หน่วยขึ้นตรง เสริมภูมิคุ้มกันและสร้างชีวิตทางการเงินที่ดี ให้แก่กำลังพลทั่วประเทศ

ทีทีบีและ 5 หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ร่วมสะท้อนความสำเร็จโครงการ “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ประจำหน่วยงาน หลังพัฒนาเครือข่ายพี่เลี้ยงแก้หนี้ครอบคลุมทุกเหล่าทัพ พร้อมช่วยเหลือกำลังพลที่มีปัญหาหนี้สิน มุ่งสร้างกลไกดูแลสุขภาพทางการเงินจากภายในหน่วยงาน เพื่อลดปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กำลังพลไทยทั่วประเทศ

ทีทีบีเดินหน้าสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพทางการเงินของกำลังพลในสังกัดกระทรวงกลาโหมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมความรู้ทางการเงินและพัฒนากลไกช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมในการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนและบุคลากรภาครัฐอย่างยั่งยืน

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนไม่สามารถอาศัยเพียงความรู้ทางการเงิน หรือมาตรการช่วยเหลือทางการเงินเท่านั้น แต่ต้องมีบุคคลที่เข้าใจปัญหา เข้าถึงผู้ประสบปัญหา และพร้อมให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง ทีทีบีจึงนำองค์ความรู้จากโครงการ “โค้ชปลดหนี้” มาต่อยอดร่วมกับกระทรวงกลาโหม พัฒนาหลักสูตร “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ประจำหน่วยงาน ให้แก่ผู้แทนจาก 5 หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยมุ่งเน้นทั้งองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการหนี้ การวางแผนการเงิน และทักษะการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประสบปัญหาหนี้สิน เพื่อสร้างเครือข่ายพี่เลี้ยงแก้หนี้ ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลและช่วยเหลือเพื่อนกำลังพลในหน่วยงานของตนเอง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีอย่างยั่งยืน

สำหรับโครงการนี้ดำเนินการฝึกอบรมครบทั้ง 5 หน่วยงานแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2569 โดยมีผู้แทนผ่านการอบรมรวมกว่า 300 นาย เพื่อทำหน้าที่เป็นเครือข่ายสำคัญในการส่งต่อความรู้ทางการเงินและดูแลกำลังพลในสังกัดทั่วประเทศ ปัจจุบัน “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ประจำหน่วยงาน ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ให้คำปรึกษาและจัดทำแผนแก้ไขหนี้แก่กำลังพลแล้วกว่า 90 เคส

ทีทีบี ยังได้รับเกียรติจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงจาก 5 หน่วยงานขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย พลอากาศเอก ไวพจน์ เกิงฝาก รองผู้บัญชาการทหารอากาศ, พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก, พลเรือเอก นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ, พลเอก คณพล บำรุงเมือง หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำปลัดกระทรวงกลาโหม และ พลอากาศเอก พิทูร เจริญยิ่ง รองเสนาธิการทหาร ร่วมสะท้อนวิสัยทัศน์การดำเนินโครงการ “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ประจำหน่วยงาน ว่า ปัญหาหนี้สินของกำลังพลเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ขวัญกำลังใจ และประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงของประเทศ การดูแลสวัสดิการและการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นรูปธรรมจึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของทุกหน่วยงาน ขณะที่ปัญหาหนี้ของกำลังพลแต่ละรายมีที่มาและเงื่อนไขแตกต่างกัน การมี “พี่เลี้ยงแก้หนี้” อยู่ภายในหน่วยงานจะช่วยให้สามารถเข้าถึง เข้าใจบริบท และให้คำปรึกษาได้อย่างใกล้ชิด เปรียบเสมือนการสร้าง “ทหารทางการเงิน” ที่มีความรู้ มีวินัย และมีภูมิคุ้มกันทางการเงิน เพื่อป้องกันการเกิดหนี้ใหม่และช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินไปจนถึงวัยเกษียณ

ขณะที่ “พี่เลี้ยงแก้หนี้ต้นแบบ” จากทั้ง 5 หน่วยงาน ได้สะท้อนบทเรียนจากการทำงานจริง ว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดของความสำเร็จไม่ใช่เพียงความรู้ด้านการเงิน แต่คือการสร้างความไว้วางใจ เนื่องจากเรื่องหนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเป็นเรื่องส่วนบุคคล หลายคนไม่กล้าเปิดเผยปัญหาที่แท้จริง พี่เลี้ยงแก้หนี้จึงต้องอาศัยการรับฟังด้วยความเข้าใจ ไม่ตัดสิน และช่วยให้ผู้รับคำปรึกษากล้าเปิดเผยภาระหนี้ทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละคน รวมถึงสะท้อนให้เห็นหลากหลายมิติของปัญหาหนี้ ตั้งแต่กำลังพลที่ต้องแบกรับภาระดูแลครอบครัวขนาดใหญ่จนมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ ผู้ที่ต้องรับภาระหนี้จากการค้ำประกันผู้อื่น ไปจนถึงผู้ที่เผชิญปัญหาจากพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยการช่วยเหลือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการวางแผนปรับโครงสร้างหนี้ แต่ยังรวมถึงการสร้างกำลังใจ การหาแนวทางเพิ่มรายได้ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงิน เพื่อให้สามารถกลับมาตั้งหลักและบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญของโครงการ “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ประจำหน่วยงาน จึงไม่มีสูตรสำเร็จเพียงรูปแบบเดียวสำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้ สิ่งสำคัญคือการมีผู้ที่เข้าใจ พร้อมรับฟัง และเดินเคียงข้างเพื่อช่วยค้นหาแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละคน

ทีทีบีและ 5 หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย โดยมุ่งลดจำนวนกำลังพลที่มีเงินเดือนคงเหลือสุทธิหลังหักภาระหนี้ ต่ำกว่าร้อยละ 30 อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมขยายผลการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ครอบคลุมกำลังพลทั่วประเทศ

ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการส่งต่อองค์ความรู้ด้านการเงิน แต่คือการร่วมสร้าง “คน” ภายในหน่วยงานให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลเพื่อนกำลังพล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ป้องกันการเกิดหนี้ใหม่ และนำไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งในวันนี้ และอนาคต จาก “พี่เลี้ยงแก้หนี้” หนึ่งคน สู่การสร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพทางการเงินภายในหน่วยงาน และต่อยอดสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของกำลังพลและครอบครัวไทยอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทีทีบี - กระทรวงกลาโหม เดินหน้าสร้าง “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ครบ 5 หน่วยขึ้นตรง เสริมภูมิคุ้มกันและสร้างชีวิตทางการเงินที่ดี ให้แก่กำลังพลทั่วประเทศ

ทีทีบีและ 5 หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ร่วมสะท้อนความสำเร็จโครงการ “พี่เลี้ยงแก้หนี้” ประจำหน่วยงาน หลังพัฒนาเครือข่ายพี่เลี้ยงแก้หนี้ครอบคลุมทุกเหล่าทัพ พร้อมช่วยเหลือกำลังพลที่มีปัญหาหนี้สิน มุ่งสร้างกลไกดูแลสุขภาพทางการเงินจากภายในหน่วยงาน เพื่อลดปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กำลังพลไทยทั่วประเทศ

'กลาโหม' กำหนด 5 สี ประเมินความเสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ปัจจุบันระดับ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง

“สภากลาโหม“ สั่งคุมเข้ม-สกัดกั้นการประกอบโดรน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เผยฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์ แบ่งระดับ 5 สี ปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 เพิ่มการเฝ้าระวัง ขอ ปชช.สบายใจ ตอนนี้ยังสงบอยู่

เปิดแผนตั้ง 'หมู่บ้านมั่นคง' 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่อง อ.น้ำยืน อุบลฯ

พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึงแผนการสร้างหมู่บ้านมั่นคง ตามแนวชายแดน ว่า กระทรวงกลาโหม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย

'พล.ท.อดุลย์' ถกสภากลาโหมนัดส่งท้ายปีฯย้ำสานต่อความร่วมมือด้านมั่นคง-ระหว่างประเทศ

'พล.ท.อดุลย์' ถกสภากลาโหมนัดส่งท้ายปีงบประมาณ2569 พร้อมขอบคุณผู้บัญชาการเหล่าทัพ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจความมั่นคง ย้ำ สานต่อความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างประเทศ

นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน