ทรู คอร์ปอเรชั่น นำ Data Insight ถอดรหัสพฤติกรรมคนไทยช่วงวิกฤตน้ำท่วม เผย Voice พุ่งสูงสุดกว่า 600% สะท้อนบทบาท “การสื่อสาร” ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

กรุงเทพฯ 5 ตุลาคม 2569 – เมื่อวิกฤตฝนตกหนักและน้ำท่วมสูงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในหลายพื้นที่ สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีเพียงการใช้ชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง แต่รวมถึง “พฤติกรรมการสื่อสาร” ของผู้คนที่ประสบภัยพิบัติ ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิด True Data Insight วิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานบนเครือข่าย TRUE 5G และ True Online ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหนักช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน 2569 พบรูปแบบการสื่อสารที่น่าสนใจหลายด้าน โดยเฉพาะการกลับมาใช้ “การโทรด้วยเสียง (Voice Call)” ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงวิกฤต แม้ในภาวะปกติผู้คนจะนิยมสื่อสารและใช้งานผ่านดาต้าเป็นหลัก รวมถึงการส่งข้อมูลจากพื้นที่น้ำท่วมออกสู่โลกออนไลน์ ตลอดจนการใช้งานแอปสื่อสารและอินเทอร์เน็ตบ้านที่เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า เมื่อชีวิตต้องรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด การสื่อสารไม่ได้ลดความสำคัญลง แต่กลับยิ่งมีบทบาทและมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น ทรูจึงนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาศึกษาและทำความเข้าใจรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อประกอบการพัฒนาและบริหารเครือข่ายให้สามารถรองรับความต้องการด้านการสื่อสารของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เมื่อเกิดวิกฤต “การโทรด้วยเสียง (Voice Call)” กลับมาใช้งานเพิ่มทันที

ข้อมูลการใช้งานโทรด้วยเสียง หรือ Voice Traffic วันที่ 26 กันยายน 2569 เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน พบการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยปทุมธานีเพิ่มขึ้น 60% กรุงเทพฯ 58% สมุทรปราการ 58% และนนทบุรี 51% ขณะที่ชลบุรีเพิ่มขึ้น 29%

ภาพดังกล่าวยิ่งชัดเมื่อซูมเข้าไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดย เคหะร่มเกล้ามี Voice Traffic เพิ่มขึ้น 222% และเคหะคลองจั่นเพิ่มขึ้น 169%

แต่ตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด ระหว่าง 09.00–10.00 น. วันที่ 26 กันยายน เมื่อ Voice Traffic ใน เคหะร่มเกล้าพุ่งถึง 632% และเคหะคลองจั่นเพิ่มขึ้น 311% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของสัปดาห์ก่อน

พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ “Voice Call” ที่ยังมีความสำคัญในสถานการณ์เร่งด่วน เมื่อผู้คนต้องการติดต่อครอบครัว คนใกล้ตัว หรือประสานความช่วยเหลือโดยตรงและทันทีกับหน่วยงานต่างๆ

Upload พุ่งแรงกว่า Download เมื่อคนในพื้นที่ “ส่งข้อมูลออก” มากขึ้น

อีกหนึ่งสัญญาณที่โดดเด่นอยู่ที่ Mobile Data เพราะสิ่งที่พุ่งสูงของการใช้ data บน TRUE 5G ไม่ได้อยู่ที่การรับข้อมูล หรือ Download เพียงอย่างเดียว แต่คือ Upload หรือการส่งข้อมูลจากมือถือได้เพิ่มสูงขึ้นต่างจากการใช้งานปกติ

ข้อมูลเฉลี่ยวันที่ 25–26 กันยายน 2569 พบว่าเคหะร่มเกล้ามี Upload เพิ่มขึ้น 61% เทียบกับ Download ที่เพิ่มขึ้น 4% ขณะที่เคหะคลองจั่นมี Upload เพิ่มขึ้น 44% เทียบกับ Download 6%

เมื่อเจาะช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด ความแตกต่างยิ่งชัดเจน โดยเคหะร่มเกล้าช่วง 18.00–19.00 น. มี Upload เพิ่มขึ้นถึง 178% ขณะที่ Download เพิ่มขึ้น 28% ส่วนเคหะคลองจั่นช่วง 20.00–21.00 น. มี Upload เพิ่มขึ้น 94% เทียบกับ Download 30%

ตัวเลขนี้เป็นอีกมุมที่น่าจับตา เพราะ Upload เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผู้ใช้ “ส่ง” ข้อมูลออกจากอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งภาพ วิดีโอ ไฟล์ การวิดีโอคอล หรือการโพสต์และแชร์ข้อมูล ข้อมูลจึงสะท้อนว่าในช่วงวิกฤต โทรศัพท์มือถือไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรับข่าวสาร แต่ยังเป็นอุปกรณ์สำคัญในการส่งภาพและคลิปของสถานการณ์จากพื้นที่จริงออกไปสู่คนรอบตัวและโลกออนไลน์ รวมถึงใช้รายงานสถานการณ์ ประสานงาน และขอความช่วยเหลือในยามจำเป็น

LINE ครองอันดับหนึ่ง แอปสื่อสารยอดนิยมในสัปดาห์น้ำท่วม

เมื่อวิเคราะห์ Mobile App Traffic พบว่า LINE เพิ่มขึ้นสูงสุด 22% ตามด้วย Messenger 13%, Facebook 10%, Netflix 9% และ FaceTime 8%

ไม่เพียงแต่เน็ตมือถือที่เพิ่มขึ้น “เน็ตบ้าน” มีการใช้งานเพิ่มขึ้นชัดเจนในพื้นที่น้ำท่วม

ข้อมูลจาก True Online สะท้อนอีกด้านของพฤติกรรมดิจิทัลในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม โดยเมื่อพิจารณาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ พบว่า ภาคตะวันออกมีปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8% สูงสุดในภาพรวมของภูมิภาค และเมื่อเจาะระดับจังหวัดพบว่า ตราดเพิ่มขึ้นถึง 21% ขณะที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% โดยกรุงเทพฯ เพิ่มสูงสุดในกลุ่มที่ 5% และ ภาคกลาง-ตะวันตกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% โดยราชบุรีเพิ่มขึ้นสูงสุด 6%

เมื่อขยายการวิเคราะห์ไปยังภูมิภาคอื่นที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหลักจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ พบว่าปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านยังเพิ่มขึ้นแต่มีระดับเติบโตน้อยกว่า ทั้งนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1% โดย จ.อุบลราชธานีเพิ่มสูงสุด 6% ภาคใต้เพิ่มขึ้น 0.6% โดย จ. นราธิวาสเพิ่มสูงสุด 2% และ ภาคเหนืออัตราเฉลี่ยคงที่ 0% โดยจ.พิษณุโลกเพิ่มสูงสุด 1%

เมื่อมองสองกลุ่มพื้นที่ควบคู่กัน จะเห็นความแตกต่างของพฤติกรรมการใช้งานที่น่าสนใจ โดย ภูมิภาคที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหลักจากน้ำท่วมมีการเพิ่มขึ้นของปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านในภาพรวมสูงกว่าภูมิภาคอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคกลาง-ตะวันตก สะท้อนว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดิจิทัลในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบน Mobile Network แต่ยังปรากฏบนการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้วย ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูล True Online ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 เทียบกับช่วงเวลาอ้างอิงของสัปดาห์ก่อน

เมื่อเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน True Data Insight สะท้อนพฤติกรรมการสื่อสารที่น่าสนใจ ดังนี้

▪️การโทรด้วยเสียง (Voice Call) ถูกเลือกใช้งานสื่อสารในช่วงฉุกเฉิน เห็นได้จาก Voice Traffic ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

▪️ผู้ใช้งานไม่ได้เพียงรับข้อมูล แต่กำลังส่งข้อมูลออกจากพื้นที่ เห็นได้จาก Upload ที่เพิ่มขึ้นสูงกว่า Download หลายเท่าในพื้นที่ร่มเกล้าและคลองจั่น สะท้อนบทบาทของ 5G และ 4G ในการส่งภาพ วิดีโอ ข้อความ และข้อมูลจากสถานการณ์จริง

▪️ผู้ที่ใช้งานมือถือมีปริมาณการใช้งานแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้น โดย Traffic ของแอปสื่อสารอย่าง LINE และ Messenger เพิ่มขึ้น โดยแอปพลิเคชันได้รองรับการโทรด้วยเสียง (Voice Call) เพื่อติดต่อสื่อสาร

เมื่อมองทุกมิติของ Data Insight พบว่าการสื่อสารในสถานการณ์ภัยพิบัติ ไม่ได้อยู่เพียงที่ปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น แต่คือการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบพฤติกรรมการสื่อสารที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายบริการ ทั้ง Voice ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่น้ำท่วม รวมทั้งการใช้งาน Upload ที่เติบโตสูงกว่า Download แอปสื่อสารที่มี Traffic เพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านที่เพิ่มขึ้นเด่นชัดในพื้นที่ได้รับผลกระทบหลัก

ทรู คอร์ปอเรชั่นได้นำชุดข้อมูลพฤติกรรมการสื่อสารในสถานการณ์ฉุกเฉินมาเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการทำความเข้าใจรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนไปในภาวะวิกฤต เพื่อนำไปประกอบการวางแผนและบริหารเครือข่ายให้สอดคล้องกับความต้องการด้านการสื่อสารของประชาชนในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด พร้อมนำข้อมูล Data Insight เหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรู คอร์ปอเรชั่น เกาะติดเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเฝ้าระวังเพิ่ม 11 จังหวัด – รุดลงพื้นที่เคียงข้างชาวแฟลตคลองจั่น ส่งวิศวกรลุยน้ำท่วมนำเครื่องปั่นไฟเสริมการสื่อสารท่ามกลางวิกฤต

ทรู คอร์ปอเรชั่น เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หลังกรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฝ้าระวังสถานการณ์สถานีฐานรองรับการสื่อสารเพิ่มใน 11 จังหวัดเสี่ยง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ กสทช. ห่วงใยประชาชนพื้นที่น้ำท่วมเคหะร่มเกล้า ส่งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ COW เสริมสัญญาณ รองรับการติดต่อสื่อสารและประสานความช่วยเหลือ

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ สำนักงาน กสทช. ดูแลการสื่อสารในพื้นที่น้ำท่วมเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ด้วยความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเร่งนำรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell-On-Wheel: COW) เข้าติดตั้งเพื่อเสริมสัญญาณและรองรับการติดต่อสื่อสารของประชาชน

จาก “คู่ค้า” สู่ “คู่คิด”...ทรู เดินหน้าสร้างโอกาสธุรกิจที่เติบโตไปด้วยกัน เชื่อม AI ดึง GHG Emission Platform จัดการคาร์บอน และความพร้อมเข้าถึงเงินทุนสีเขียว ใน True Partner Forum 2026

เมื่อลูกค้าต้องการเครือข่ายที่ให้มากกว่าความเร็ว พร้อมรองรับทั้งชีวิตดิจิทัล และธุรกิจในยุค AI ตั้งแต่บริการบนคลาวด์ อุปกรณ์ IoT ไปจนถึงบ้าน โรงงาน และเมืองอัจฉริยะ การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างทรูและคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเลือกเทคโนโลยีและอุปกรณ์ การพัฒนาเครือข่าย

ยกระดับความปลอดภัยเพื่อคนไทย! ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึก กสทช. ลงพื้นที่สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม-เพชรบุรีตรวจเข้มมาตรการลงทะเบียนซิม สกัดการนำเลขหมายใช้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์

สมุทรสาคร – 8 กันยายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับโครงข่ายเชิงรุกรับมือมรสุม-ฝนหนัก-น้ำท่วม ใช้ AI คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสถานีฐานทั่วประเทศ

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับความพร้อมโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศ รับมือสถานการณ์พายุฝนตกหนักและความเสี่ยงอุทกภัย ด้วยแนวทางบริหารเครือข่ายเชิงคาดการณ์และป้องกันล่วงหน้า (Predictive and Preventive Network Resilience) นำ AI วิเคราะห์ข้อมูลน้ำท่วมย้อนหลัง สภาพอากาศ ระดับน้ำ และข้อมูลโครงข่าย เพื่อประเมินพื้นที่และสถานีฐานที่มีความเสี่ยงล่วงหน้า

ทรู คอร์ปอเรชั่น ระดมทีมเน็ตเวิร์กภาคเหนือ รับมือวิกฤตน้ำท่วมน่าน-พะเยา เร่งด่วนดูแลสัญญาณมือถือและเน็ตบ้านให้การสื่อสารได้ต่อเนื่อง

ทรู คอร์ปอเรชั่น ระดมทีมเน็ตเวิร์กภาคเหนือรับมือสถานการณ์อุทกภัยใน จ.น่าน และ จ.พะเยา อย่างเร่งด่วน หลังฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากโดยเฉพาะใน อ.ปัว จ.น่าน ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว กระทบบ้านเรือนและเส้นทางสำคัญ