นิสิตจุฬาฯ พัฒนา “ท่วมไหม” แผนที่เรียลไทม์ ช่วยคนเมืองเลี่ยงน้ำท่วม

จากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ผ่านมา นิสิตจุฬาฯ ได้พัฒนานวัตกรรมแผนที่ภาพน้ำท่วมแบบเรียลไทม์ที่มีชื่อว่า "ท่วมไหม" (tuammai.com) ช่วยให้ประชาชนเห็นสภาพถนนจริง แนะนำเส้นทางที่ดีที่สุดเพื่อเลี่ยงจุดน้ำท่วม และบอกจุดจอดรถฟรีและศูนย์พักพิงใกล้ตัว โดยเปิดให้ใช้งานฟรีตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2569 ภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังเปิดตัวมีการเข้าใช้งานแล้วกว่า 20,000 ครั้ง 

พลวัฒน์ ศิรจินดาภิรมย์ นิสิตชั้นปีที่ 2 สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CSII) ผู้พัฒนานวัตกรรมดังกล่าวเปิดเผยถึงที่มาของการพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวว่าเกิดจากคำถามที่อยู่ในใจชาวกรุงเทพฯ ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมว่าเส้นทางการเดินทางไปตามจุดต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ มีน้ำท่วมหรือไม่ และรถผ่านได้ไหม" ขณะที่พยากรณ์อากาศบอกเพียงปริมาณฝนเป็นมิลลิเมตร และข้อมูลจริงกระจัดกระจายอยู่ตามกลุ่มแชตและฟีดข่าว นวัตกรรม “ท่วมไหม” จึงรวบรวมคำตอบไว้บนแผนที่เดียว

นิสิตจุฬาฯ กับการรับใช้สังคมในยามวิกฤต

“ท่วมไหม” นวัตกรรมแผนที่ภาพน้ำท่วม ผลงานของนิสิตสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ  ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองปณิธานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ว่า “เกียรติภูมิจุฬาฯ คือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน” เป็นนวัตกรรมเพื่อคนไทย เปิดให้ใช้ฟรีโดยไม่หวังผลทางธุรกิจ

พลวัฒน์ กล่าวว่า "ในยามที่บ้านเมืองเผชิญวิกฤต ความรู้และทักษะที่เราได้รับในฐานะนิสิตจุฬาฯ ต้องนำมารับใช้สังคม ช่วงที่น้ำท่วม ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าควรใช้เส้นทางไหนที่รถจะผ่านไปได้โดยไม่เสียหาย ทั้งที่กรุงเทพฯ มีภาพน้ำท่วมหลายพันภาพที่ประชาชนแจ้งผ่าน Traffy Fondue แต่ละภาพมีทั้งตำแหน่งและเวลา แต่ยังไม่มีใครนำมาวางบนแผนที่ให้ทุกคนเห็น ผมจึงสร้าง “ท่วมไหม” ขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนรู้ก่อนออกจากบ้านว่าเส้นทางไหนไปได้อย่างปลอดภัย สามารถช่วยให้คนแค่คนเดียวไม่ต้องขับรถลงไปในน้ำที่มองไม่เห็นก็คุ้มแล้ว"

ฟีเจอร์เด่นของ “ท่วมไหม”

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือการนำทางเลี่ยงน้ำท่วม เพียงใส่จุดหมายปลายทาง ระบบจะแสดงทุกจุดที่มีการรายงานน้ำท่วมตลอดเส้นทาง พร้อมแนะนำเส้นทางที่ดีที่สุด ช่วยให้ประชาชนวางแผนได้ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน ไม่ต้องไปเจอน้ำกลางทาง หัวใจของท่วมไหมคือแผนที่ภาพน้ำท่วมแบบสด ซึ่งดึงรายงานน้ำท่วมที่ประชาชนแจ้งผ่าน Traffy Fondue แพลตฟอร์มรับแจ้งปัญหาของกรุงเทพมหานครเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และวางทุกภาพลงบนแผนที่ตรงจุดที่ถ่าย ณ วันเปิดตัวมีมากกว่า 10,000 ภาพ ผู้ใช้สามารถแตะภาพเพื่อดูภาพเต็ม เวลา ที่อยู่ และข้อความของผู้แจ้ง กรองตามเขตหรือช่วงเวลา และแชร์ลิงก์ได้ทันที

นอกจากนี้ ผู้ที่อยู่ ณ จุดน้ำท่วมยังร่วมเพิ่มภาพลงแผนที่ได้ในเวลาราว 20 วินาที ด้วยการถ่ายภาพจากกล้องสด ระบุความลึกของน้ำ และบอกว่ารถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือคนเดินผ่านได้หรือไม่ ระบบไม่รับภาพจากคลังภาพ ทุกภาพจึงถ่าย ณ สถานที่และเวลาจริง

“ท่วมไหม” ยังรวบรวมจุดจอดรถฟรีที่หน่วยงานและห้างสรรพสินค้าเปิดให้ประชาชนย้ายรถขึ้นที่สูง รวมถึงศูนย์พักพิงชั่วคราวที่กรุงเทพมหานครจัดตั้ง แต่ละแห่งระบุความจุ เวลาเปิด ผู้ดูแล เบอร์โทร และปุ่มนำทางผ่าน Google Maps โดยอ้างอิงประกาศต้นทางทุกรายการ โดยมีแท็บฉุกเฉินรวบรวมเบอร์ตำรวจ ดับเพลิงและกู้ภัย การแพทย์ฉุกเฉิน ศูนย์เอราวัณ สายด่วนกรุงเทพมหานคร 1555 และสายด่วนภัยพิบัติ ให้แตะโทรได้ในครั้งเดียว

ความโดดเด่นของ “ท่วมไหม” อยู่ที่การเป็นเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้งแอป สามารถรองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่มีการติดตามผู้ใช้ และตำแหน่งของผู้ใช้จะอยู่บนเครื่องเท่านั้น เว้นแต่ผู้ใช้เลือกส่งภาพเอง โดยสามารถใช้งานได้ที่เว็บไซต์ https://tuammai.com/

“ท่วมไหม” สะท้อนศักยภาพของนิสิตจุฬาฯ ในการนำองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์วิกฤตที่ประชาชนต้องการข้อมูลที่รวดเร็วและเข้าถึงได้ง่าย นวัตกรรมดังกล่าวจึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือช่วยวางแผนการเดินทางและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่สามารถเปลี่ยนโจทย์ใกล้ตัวให้เป็นนวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมที่ทันสถานการณ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กคช. รับนโยบาย “นิกร” ขับเคลื่อน “บ้านอิ่มใจ” พลิกอาคารเดิมสู่ “บ้านแห่งโอกาส” ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง

การเคหะแห่งชาติรับนโยบาย รมว.พม. เดินหน้าขับเคลื่อน “บ้านอิ่มใจ” ร่วมกับกรุงเทพมหานคร นำความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยและบริหารชุมชน พลิกอาคารเดิมด้วยแนวคิด Adaptive Reuse สู่พื้นที่ “บ้าน–โอกาส–คุณภาพชีวิต” เชื่อมที่พัก สุขภาพ สวัสดิการ อาชีพ และรายได้ สร้างเส้นทางให้คนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง และกลุ่มเปราะบางกลับมายืนได้ด้วยตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมผลักดัน

“สุชาติ” เผย “นายกอนุทิน” สั่งระดม “ทส.หนึ่งเดียว” ฟื้นเคหะร่มเกล้า–ลาดกระบังหลังน้ำลด ล้าง–เก็บ–ขนขยะให้จบใน 2–3 วัน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จึงเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด

ม.กรุงเทพ ประกาศผลสุดยอดอาจารย์ต้นแบบด้านการสอนในโครงการ BU Innovative Teaching Award 2026

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดโครงการ "BU Innovative Teaching Award 2026" ประกวดอาจารย์ต้นแบบด้านการสอน ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคณาจารย์ในการออกแบบการเรียนการสอนที่ทันสมัย สร้างสรรค์ และตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคปัจจุบัน

“สุชาติ” สั่งมองภัยให้ไกลกว่าวันนี้ รับมือโลกเดือด เร่งทำ “ดัชนีพหุภัย–แผนที่ความเสี่ยง” ชี้จุดเสี่ยงล่วงหน้าถึงปี 2100

จากสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ทั้งน้ำท่วม ดินถล่ม พายุ และฝนตกหนัก รวมถึงสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยที่ส่งผลกระทบแล้วกว่า 31 จังหวัด สะท้อนความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวนและเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้น ซึ่งกระทบต่อชีวิตประชาชน เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์–ไบ่ ลี่ ส่งต่อขนมขบเคี้ยวและนม ช่วยผู้ประสบภัยหลังน้ำลด ผ่าน “สถานีประชาชนสัญจร” Thai PBS

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ และ นางสราญจิตร หวัง ผู้บริหาร บริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ร่วมส่งมอบขนมขบเคี้ยวและนม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ผ่านโครงการ

ครั้งแรกรอบ 27 ปี ! "ธนพร" ชี้ "อนุทิน" นายกฯ คนแรก รับหนังสือพีมูฟด้วยตนเอง วันที่อยู่อาศัย สะท้อน รัฐบาลรับฟังปัญหาคนรากหญ้า

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงมารับหนังสือจากขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ ด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยมองว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อการรับฟังปัญหาของประชาชนฐานราก