นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ห่วงใยประชาชนจากเหตุการณ์ "ต้นยางนา" บริเวณริมถนนสายเชียงใหม่ - ลำพูน โค่นล้มทับบ้านเรือน เนื่องจากลมพายุและฝนตกหนักลมแรง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยนายวราวุธได้มอบหมายให้กรมป่าไม้นำทีมเจ้าหน้าที่ “รุกขกร” ลงพื้นที่สำรวจต้นยางนา และหารือแนวทางการดูแล ฟื้นฟู บำรุงรักษา และประเมินความเสี่ยงของต้นยางนาให้ปลอดภัยต่อประชาชน เนื่องจากต้นยางนาที่ปลูกในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว มีอายุมากกว่า 100 ปี ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจต่อประชาชนในพื้นที่ และเป็นถนนสายเอกลักษณ์ของ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวภายหลังลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการดูแล ฟื้นฟู และบำรุงรักษาต้นยางนา โดยนายคงศักดิ์ มีแก้ว ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยการจัดการป่าไม้ และนายสมบูรณ์ บุญยืน ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ นำเจ้าหน้าที่รุกขกรเข้าไปดำเนินการสำรวจต้นยางนาและประเมินความเสี่ยงครบทุกต้น ในเบื้องต้น กรมป่าไม้ได้บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยอธิบดีกรมป่าไม้ประชุมหารือกับนายเลอยศ พุทธชิโนรสสกุล นายอำเภอสารภี นายวรเดช เต็มดี นายกเทศมนตรีตำบลสารภี นายเสริมยศ สมมั่น ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ นักวิชาการจากสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อจัดทำแผนการจัดการฟื้นฟู ดูแลรักษาต้นยางนาให้แข็งแรง ร่มรื่น สวยงาม และปลอดภัย สร้างประโยชน์และสร้างคุณค่าต่อประชาชนในพื้นที่ โดยวางแผนการบริหารจัดการ ออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
1)ระยะเร่งด่วน กรมป่าไม้ดำเนินการสำรวจและประเมินความเสี่ยงต้นยางนา นำทีมรุกขกรดำเนินการตัดแต่งกิ่งและเรือนยอดต้นยางนาที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมทั้งมีแผนจัดอบรมรุกขกร นอกจากนี้ ได้หารือร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ในการสนับสนุนการจัดหาเครื่องสแกนต้นไม้ (Tree Radar Scan) เพื่อสำรวจหาโครงสร้างภายในและระบบรากของต้นยางนาทั้งหมด พร้อมทั้งทำประชาพิจารณ์และจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
2)ระยะปานกลาง เสนอให้มีการวิจัยทำรากเทียมเพื่อเป็นรากแขนง เพื่อให้มีแรงในการยึดเกาะให้ป้องกันการล้มของต้นยางนาในอนาคต ส่งเสริมให้มีการปลูกต้นยางนาทดแทน รวมทั้งตัดแต่งกิ่งและเรือนยอดเมื่อครบกำหนดเวลา และจัดให้มีระบบเตือนภัยให้ประชาชนรับทราบหากเกิดเหตุ
3)ระยะยาว เสนอให้มีการศึกษาวิจัยอนุรักษ์ต้นยางนา การให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกให้ประชนเกิดความรักและหวงแหนต้นยางนา และส่งเสริมให้เกิดเป็นถนนสายวัฒนธรรม พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนโครงสร้างของถนนให้รากต้นยางนาสามารถเจริญเติบโตได้

นอกจากนี้ รุกขกรกรมป่าไม้ ได้ให้คำแนะนำ สาธิต และฝึกปฏิบัติการประเมินความเสี่ยงพร้อมแนะแนวทางการจัดการต้นยางนาให้กับเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ร่วมกับภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชน ทั้งนี้ จากการสำรวจและร่วมประเมินความเสี่ยงพบต้นยางนาที่ต้องเข้าไปดูแลรักษา จำนวนกว่า 115 ต้น ที่จะต้องเข้าไปดำเนินการ ซึ่งกรมป่าไม้จะได้เสนอข้อมูลให้จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าไปดำเนินการต่อไป อีกทั้งจะเร่งดำเนินการตามแนวทางที่ได้สำรวจและประเมินไว้ และสิ่งที่สำคัญคือให้เจ้าหน้าที่สร้างการมีส่วนร่วม สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ต้นยางนาให้แข็งแรง สามารถเติบโตเคียงคู่กับถนนสายประวัติศาสตร์ของประเทศ

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้เยี่ยมชมการสาธิตการจัดการต้นยางนาอายุกว่า 100 ปี จากเจ้าหน้าที่รุกขกร กรมป่าไม้ โดยรุกขกรได้ตัดลดทอนความสูงเรือนยอด พร้อมทั้งตัดแต่งกิ่ง ปรับสมดุลเป็นทรงพุ่มเพื่อลดทอนน้ำหนักของกิ่งที่ขยายออกด้านข้าง ซึ่งเสี่ยงต่อการหักโค่น ตัดแต่งภายในทรงพุ่มเพื่อลดแรงปะทะลมพายุ และทำศัลยกรรมลำต้นอุดโพรงป้องกันน้ำไหลเข้าไปภายในลำต้น ซึ่งจะทำให้ลำต้นผุเป็นโพรง และฉีดพ่นสารป้องกันเชื้อรา ทาสีน้ำมัน ซึ่งการสาธิตดังกล่าวจะใช้เป็นแนวทางในการจัดการต้นยางนาต้นอื่น ๆ ต่อไป เพื่อการอนุรักษ์ต้นยางนาให้อยู่ยั่งยืน และป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ' เผย นายกฯ สั่งเร่งล่าจระเข้หลุด 4 ตัวสระแก้ว ระดมทีมไล่ล่า ใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสม คุมสถานการณ์ให้ประชาชนอุ่นใจ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงกรณีจระเข้จำนวน 4 ตัวหลุดออกจากพื้นที่ในจังหวัดสระแก้วว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการตั้งแต่ช่วงบ่าย ขณะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ให้เร่งติดตามและควบคุมจระเข้ทั้ง 4 ตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่
'สุชาติ' ลงพื้นที่ชลบุรี สั่ง ทส.ระดมกำลัง-เครื่องมือ เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้ารับมือสถานการณ์
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ณ หมู่บ้านมณีแก้ว ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยกำชับทุกหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
'สุชาติ' รับนโยบาย 'อนุทิน' สั่ง ทส. ระดมกำลัง-เครื่องจักร เร่งช่วยประชาชนประสบอุทกภัยทั่วประเทศ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับและประสานทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากอย่างเต็มกำลัง
รมว.ทส. 'สุชาติ' ห่วงใยประชาชนพื้นที่เสี่ยง สั่งกรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 25 จังหวัดเสี่ยงภัย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศฝนตกหนัก จึงมอบหมายสั่งการให้กรมทรัพยากรธรณี ยกระดับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
'สุชาติ' เร่ง ทส. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ คลี่คลายน้ำท่วมปราจีนบุรี-สิงห์บุรีสระบุรี ช่วยประชาชนได้รับผลกระทบ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เร่งติดตามสถานการณ์น้ำและเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขัง โดยสั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 และสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว
ไทยจับมือจีนยกระดับวิจัยทางทะเล ดันเทคโนโลยี AI เฝ้าระวังมหาสมุทร
ไทย-จีนเดินหน้าความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล แลกเปลี่ยนงานวิจัย-เทคโนโลยี รับมือภูมิอากาศ ไมโครพลาสติก และฟื้นฟูระบบนิเวศ พร้อมขยายเครือข่ายสู่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

