
สำนักงานประกันสังคมพัฒนาช่องทางการให้บริการหลากหลายรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สถานประกอบการและนายจ้างได้ใช้ประโยชน์จากการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเพิ่มช่องทางการบริการชำระเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) เป็นหนึ่งในการพัฒนาช่องทางชำระเงินสมทบ เพื่อให้นายจ้างทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วทันใจ
นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ระบุว่า สำนักงานประกันสังคม ได้อำนวยความสะดวกให้แก่สถานประกอบการและนายจ้างได้นำส่งข้อมูลเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) โดยจากเดิมนายจ้างจะต้องชำระเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แต่ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้ขยายเวลาให้สถานประกอบการและนายจ้างสามารถนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ออกไปอีก 7 วันทำการ นับจากวันที่พ้นกำหนดวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการหักเงินสมทบ ซึ่งการขยายเวลานี้ได้ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่มกราคม 2565 และมีผลไปจนถึงเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งช่องทางการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมมาตรา 33 ได้ทั้งหมด 3 ช่องทาง คือ 1.ชำระที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา 2.ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ 3.ชำระผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ทั้ง 15 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ธนาคาร มิซูโฮ จำกัด สาขากรุงเทพฯ ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ. ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารดอยซ์ แบงก์ ธนาคารบีเอ็นพี พารีบาส์ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเจพีมอร์แกน เชส และบริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส ทุกสาขา

เลขาธิการ สปส. กล่าวต่อไปว่า ระบบ e-Payment เป็นบริการรับชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคม จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้นายจ้างสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทาง ลดขั้นตอน ลดเวลาการยื่นเอกสาร ถือเป็นระบบที่มาช่วยสนับสนุนการทำธุรกรรมของสถานประกอบการและนายจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็วและทำให้ธุรกิจเกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นด้วย
สำหรับขั้นตอนการนำส่งข้อมูลเงินสมทบและชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) นายจ้างต้องเข้าเว็บไซต์ สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th เลือกหัวข้อ สถานประกอบการ และเลือก ส่งข้อมูลเงินสมทบ จากนั้น Login เข้าสู่ระบบและนำส่งข้อมูลเงินสมทบในระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม โดยเลือกหัวข้อชำระเงินผ่านระบบ e-Payment และเลือกธนาคาร/หน่วยบริการ เพื่อเข้าสู่ระบบให้บริการชำระเงินของธนาคาร/หน่วยบริการ เมื่อชำระเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถพิมพ์และดาวน์โหลดใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์จากระบบ e-Receipt ได้ด้วยตนเอง ที่เว็บไซต์ สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง Line: @ssothai และดูข้อมูลการใช้งาน e-Payment ได้ทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th
#Website: www.sso.go.th
#Facebook: สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
#Instagram: sso_1506
#Twitter: @sso_1506
#YouTube: สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
#Hotline: 1506 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
#LINE: @SSOTHAI
#TikTok: @SSONEWS1506
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานประกันสังคมแสดงความห่วงใยลูกจ้างรถบรรทุกน้ำมันเสียชีวิต จากเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกน้ำมันในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น
สำนักงานประกันสังคม ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของลูกจ้างผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 09.40 น. ณ บริเวณจุดกระจายน้ำมันด้านหลังปั๊มสุขสันต์กรุ๊ป ถนนกระนวน–ท่าคันโท ตำบลหนองโก
'สังศิต' หนุนปฏิรูป 'ประกันสังคม' ไม่ทำลายหลักการ 'ไตรภาคี' เบรก 'พรรคส้ม' มองปัญหาสุดขั้ว
นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีตวุฒิสมาชิก เผยแพร่บทความเรื่อง ปฏิรูประบบประกันสังคม มีเนื้อหาดังนี้
เลขาธิการประกันสังคม เร่งเยียวยาทายาทลูกจ้าง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกจากที่สูง จ.สระบุรี
กรณีเกิดอุบัติเหตุลูกจ้างเสียชีวิต 1 ราย จากการพลัดตกที่สูงขณะปฏิบัติงาน ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมมอบหมายให้ นายภัทรพล ตันเสถียร ประกันสังคมจังหวัดสระบุรี เร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายโดยทันที
สำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่ เยียวยากรณีผู้ประกันตนที่เสียชีวิตจากการทำงาน เหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่ม อำเภอสีคิ้ว นครราชสีมา
กรณีเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดเหตุเครนถล่มของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟ บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แสดงความห่วงใย พร้อมสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบข้อมูลเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุดังกล่าวอย่างเร่งด่วนแล้ว

