สวนทรายงาม จ.ชุมพร นำแนวทางเกษตรอินทรีย์ เดินหน้าธุรกิจการเกษตร ควบคู่ดูแลชุมชน

ธุรกิจสวนเกษตร บริษัท สวนทรายงาม จำกัด ในกลุ่มธุรกิจพร็อพเพอตี้ ของเอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) เดินหน้าสวนเกษตรแบบผสมผสาน พร้อมนำแนวทางเกษตรอินทรีย์มาปรับใช้ในพื้นที่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร เพื่อเพิ่มผลผลิตให้หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ลูกค้าและเพิ่มรายได้ต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าแลกเปลี่ยนความรู้วิถีเกษตรกับชุมชนรอบๆ พื้นที่

นายสุทัศน์ ภาพลงาม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนทรายงาม จำกัด กล่าวว่า “สวนทรายงาม เป็นธุรกิจสวนเกษตร ภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มพร็อพเพอตี้ ของเอสวีแอล กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจที่ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ปัจจุบัน สวนทรายงามมีพืชผลทางการเกษตรที่หลากหลาย บนพื้นที่กว่า 1,800 ไร่ ประกอบไปด้วยปาล์มน้ำมัน, ยางพารา, ยูคาลิปตัส, กระถินเทพา ฯลฯ รวมถึงการปลูกพืช ผลไม้อีกหลายชนิด เช่น เมล่อนญี่ปุ่น, ข้าวโพดขาวฮอกไกโด, มะนาว, มะพร้าว เป็นต้น รวมไปถึงกระบวนการทำปุ๋ยประเภทต่างๆ เพื่อนำมาใช้ภายในสวนฯ อาทิ ปุ๋ยจากมูลไส้เดือน, แปลงทดลองปุ๋ยจากใบกระถินเทพา เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การดูแลของนักวิชาการเกษตรที่มีประสบการณ์ ที่ได้นำทั้งองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และเกษตรวิถีชุมชนมาปรับใช้ เพื่อสร้างมูลค่าและต่อยอดธุรกิจสวนเกษตรให้ทันกับสถานการณ์การเกษตรในปัจจุบัน”

“สวนทรายงาม ทำสวนเกษตรแบบผสมผสาน มีการแบ่งโซนต่างๆ เพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการ ทั้งเรื่องของการปลูกพืชเศรษฐกิจ พืชพลังงาน รวมถึงผลไม้-พืชผักที่นำมาบริโภคในชีวิตประจำวัน โดยแบ่งสัดส่วนการใช้พื้นที่เป็นโซน เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ ที่สำคัญคือปัจจุบันนี้ได้นำแนวคิด “เกษตรอินทรีย์” เพราะเราคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรทุกประเภททั้งดิน น้ำ อากาศ ฯลฯ พร้อมๆ ไปกับการสร้างความสมดุลในระบบนิเวศ ลดความเสี่ยงของสารเคมีจากการทำเกษตรกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อตัวเราและผู้บริโภค ในทุกกระบวนการผลิตของสวนทรายงามนั้น ล้วนใส่ใจทุกขั้นตอน เพราะต้องการควบคุมคุณภาพตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคัดเมล็ดพันธุ์ การเลือกหรือสร้างโรงเรือนสำหรับพื้นที่เพาะปลูก การใช้อินทรีย์วัตถุในการบำรุงรักษาพืชผลทางการเกษตร ตลอดจนการส่งผลผลิตให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างสมบูรณ์ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สวนทรายงามตั้งใจทำตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างระบบการทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืน ยกตัวอย่างเรื่องการทำปุ๋ยจากกระถินเทพา ที่สวนฯ กำลังศึกษาและเตรียมนำมาทดลองใช้ภายในสวนฯ และจะต่อยอดไปสู่การร่วมมือกับชุมชนโดยรอบด้วย

ซึ่งหัวใจหลักของการทำธุรกิจสวนเกษตรของสวนทรายงาม คือ “เราไม่ได้หวังผลกำไรที่สูงสุด แต่เน้นที่กระบวนการผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คน และสัตว์ ตลอดจนคุณภาพของสินค้าที่ต้องได้มาตรฐาน และขายให้กับผู้บริโภคในราคาที่เป็นธรรม และสามารถนำผลผลิตที่เหลือใช้ไปแปรรูปสร้างมูลค่าต่อไป”

นายสุทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้สวนทรายงามยังให้ความสำคัญกับนโยบายดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดการยอมรับและไว้วางใจ ผ่านการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นการอนุรักษ์ป่าและรักษาสิ่งแวดล้อม การให้ความรู้การทำเกษตรอินทรีย์แก่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อนำไปปรับใช้และสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง โดย “สวนทรายงามจะยังคงมุ่งมั่น พัฒนา เป็นผู้นำด้านการทำเกษตรอินทรีย์ของชุมชน อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร สร้างความร่วมมือซึ่งกันและกัน และต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืน” นายสุทัศน์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้าราชการหึงโหด บุกจ่อยิงหนุ่มปะทิว 3 นัด ก่อนลั่นกลไกดับตัวเองหนีความผิด

เกิดเหตุยิงกันสะเทือนขวัญกลางวงพนันใน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ชายวัย 59 ปี ข้าราชการกรมทรัพยากรทางทะเล เกิดความหึงหวงกลัวหญิงคนสนิทแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจ้าของบ้าน บุกจ่อยิง 3 นัดซ้อนจนเสียชีวิตคาวงไพ่ ส่วนหญิงวัย 60 โดนลูกหลงเจ็บ ก่อนผู้ก่อเหตุวิ่งไปขึ้นรถกระบะยิงขมับตัวเองดับคาเบาะเพื่อหนีความผิด

รวบ 2 คู่หู หาปืนเถื่อน รัวยิงอริดับ 1 สาหัส 2 อ้างแค้นถูกบีบคอเหยียบหัว

เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เมื่อสองผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย สอบสวนเบื้องต้นพบชนวนเหตุเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว อ้างแค้นโดนทำร้ายตีนปีบคอเหยียบหัว ด้านตำรวจ สภ.หลังสวน ลงพื้นที่แกะรอยตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมของกลางอาวุธปืน ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ชาวประมงพื้นบ้านปะทิว บุกศาลากลางชุมพร ค้าน OECMs หวั่นกระทบอาชีพ

ชาวประมงพื้นบ้านปะทิวรวมตัวกว่า 100 คน ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ชุมพร คัดค้านการเดินหน้าโครงการ OECMs ในพื้นที่ทะเลชายฝั่ง หวั่นขาดความชัดเจนและการมีส่วนร่วมของชาวประมงในพื้นที่ พร้อมขอให้จังหวัดชะลอการแต่งตั้งคณะทำงาน จนกว่าจะมีการทำความเข้าใจและประชาคมอย่างชัดเจน