รมว.สุชาติ ปลื้ม! แข่งฝีมือแรงงานคึกคัก กองเชียร์แห่ให้กำลังใจเยาวชนกว่า 3,000 คน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 29 ขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 พ.ค 66 มีพิธีเปิดและเริ่มการแข่งขันแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ โดยได้รับรายงานจากนางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานว่า การแข่งขันฯเป็นไปอย่างราบรื่น บรรยากาศการแข่งขันในวันที่ 2 นั้น บางสาขาแข่งขันเสร็จสิ้นและคณะกรรมการเริ่มรวบรวมคะแนน ซึ่งแต่ละสนามได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ประจำสนามแข่งขันว่ามีกองเชียร์และประชาชนร่วมให้กำลังใจน้องๆเยาวชนรวมกว่า 3,000 คน รวมถึงการรับชมไลฟ์สดผ่านเพจ Facebook ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานด้วย ถือได้ว่าการแข่งขันในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศเป็นอย่างมาก และจะมีการประกาศผลการแข่งขันและจัดพิธีปิดวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 พร้อมมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศ

นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวต่อไปว่า การแข่งขันในครั้งนี้มีทั้งหมด 5 กลุ่มสาขาอาชีพ จำนวน 25 สาขา และสาขาสาธิต จํานวน 1 สาขา รวมทั้งสิ้น จำนวน 26 สาขา โดยแยกเป็น 6 สนามแข่งขันและเริ่มแข่งขันไปแล้วหลายสาขา อาทิ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 19 เชียงใหม่ จัดงานแข่งขันในสาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ประเภททีม) ซึ่งได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สนับสนุนบุคลากร สถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการจัดงาน มีผู้เข้าแข่งขัน จำนวน 7 ทีม ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก ( 2 ทีม) วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี ศูนย์การเรียนรู้การเขียนโปรแกรมและนวัตกรรมหุ่นยนต์ วิทยาลัยเทคนิคลำปาง และมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง สนามสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร วิทยาลัยการแรงงาน แข่งขันในสาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีผู้เข้าแข่งขันจำนวน 11 คน จากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกระบี่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ วิทยาลัยเทคนิคถลาง วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ และวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ SBAC (สะพานใหม่) การแข่งขันจะมี 4 Module คือ Module A : Food and Beverages Service Module B : Special Task Module : C : Bar Service และ Module D : Coffee Service สำหรับสาขานี้ประเทศไทยเคยส่งเยาวชนเข้าแข่งขันในเวทีการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 46 ณ เมืองลูเซิร์น สมาพันธรัฐสวิส และเยาวชนไทยสามารถคว้ารางวัลเหรียญฝีมือยอดเยี่ยมมาได้

นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวต่อไปว่า การแข่งขันในครั้งนี้มีทั้งหมด 5 กลุ่มสาขาอาชีพ จำนวน 25 สาขา และสาขาสาธิต จํานวน 1 สาขา รวมทั้งสิ้น จำนวน 26 สาขา โดยแยกเป็น 6 สนามแข่งขันและเริ่มแข่งขันไปแล้วหลายสาขา อาทิ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 19 เชียงใหม่ จัดงานแข่งขันในสาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ประเภททีม) ซึ่งได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สนับสนุนบุคลากร สถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการจัดงาน มีผู้เข้าแข่งขัน จำนวน 7 ทีม ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก ( 2 ทีม) วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี ศูนย์การเรียนรู้การเขียนโปรแกรมและนวัตกรรมหุ่นยนต์ วิทยาลัยเทคนิคลำปาง และมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง สนามสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร วิทยาลัยการแรงงาน แข่งขันในสาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีผู้เข้าแข่งขันจำนวน 11 คน จากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกระบี่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ วิทยาลัยเทคนิคถลาง วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ และวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ SBAC (สะพานใหม่) การแข่งขันจะมี 4 Module คือ Module A : Food and Beverages Service Module B : Special Task Module : C : Bar Service และ Module D : Coffee Service สำหรับสาขานี้ประเทศไทยเคยส่งเยาวชนเข้าแข่งขันในเวทีการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 46 ณ เมืองลูเซิร์น สมาพันธรัฐสวิส และเยาวชนไทยสามารถคว้ารางวัลเหรียญฝีมือยอดเยี่ยมมาได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' เด้งรับนโยบายนายกฯ พร้อมเคลียร์อาวุธปืนที่สะสม!

'สุชาติ' เด้งรับนโยบายนายกฯ ห้ามพกปืนรับมีหลายกระบอก แต่เป็นของสะสม-เล่นกีฬา ตั้งแต่ยังไม่มีตําแหน่ง ยันไม่กังวลเรื่องลงพื้นที่ ถ้าถูกทําร้าย ถือเป็นโชคร้ายของเรา

'รมว.สุชาติ' ลุยจันทบุรี เร่งแก้ 'น้ำ-ช้างป่า-ที่ดินทำกิน' ย้ำรัฐต้องดูแลทั้งคนและผืนป่า เดินหน้าสร้างสมดุล 'คนอยู่ได้ ช้างอยู่ได้ ป่าอยู่รอด'

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง

'รมว.สุชาติ' ชู 'น้ำคือความมั่นคง' ลุยจันทบุรี เติมน้ำกว่า 2,500 ไร่ แหล่งผลิตทุเรียนส่งออกของไทย พร้อมเติมน้ำให้ช้างป่า

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เร่งเพิ่มน้ำต้นทุนให้ภาคการเกษตร รองรับทั้งฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก

'รมว.สุชาติ' มอบหมาย อ.อ.ป. ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา สนับสนุนคอมพิวเตอร์ 22 เครื่อง เติมโอกาสเด็กโรงเรียนบ้านกิ่วลม จ.เชียงใหม่

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ดำเนินการจัด “พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ณ โรงเรียนบ้านกิ่วลม ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยสนับสนุนคอมพิวเตอร์ จำนวน 22 เครื่อง สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและส่งเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

'รมว.สุชาติ' ห่วงประชาชน เหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลยางบ้านบึง สั่ง คพ. ตรวจคุณภาพอากาศเข้ม-แจ้งเตือนประชาชนใกล้ชิด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลยางรถยนต์ บริษัท ซิน อี้ ไท่ อินดัสเตรียล เทรด จำกัด ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี อย่างใกล้ชิด ด้วยความห่วงใยผลกระทบด้านมลพิษและสุขภาพของประชาชน พร้อมสั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสนับสนุนการระงับเหตุ ตรวจสอบคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

'รมว.สุชาติ' เดินหน้าแก้ปัญหาขยะ 'ทับเบิก-เขาค้อ' ตามนโยบายรัฐบาล ยกระดับสู่แหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ สร้างรายได้ควบคู่รักษาสิ่งแวดล้อม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน