
กรมชลประทาน ร่วมกับ ชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำวังโตนด มีแผนพัฒนา โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่ออุปโภค บริโภค การใช้ในภาคการเกษตร รวมไปถึงอนุรักษ์ผืนป่า และสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้นประโยชน์ของการพัฒนาโครงการดังกล่าว จึงมีความสำคัญต่อการเพิ่มศักยภาพแหล่งกักเก็บน้ำ และเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ตลอดจนการบรรเทาปัญหาอุทกภัยและปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ ที่เกิดขึ้นบริเวณ อ.ท่าใหม่ อ.นายายอาม และ อ.แก่งหางแมว ที่จะมีส่วนสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
บนพื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์ของระบบประทานของโครงการทั้งหมดประมาณ 69,468 ไร่ ซึ่งลุ่มน้ำคลองวังโตนด เป็นลุ่มน้ำย่อยในลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ครอบคุลมพื้นที่ 3 อำเภอในจังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่ประมาณ 1,652 ตร.กม. ปริมาณน้ำท่า รายปีเฉลี่ย 1,237 ล้าน ลบ.ม.เพื่อการแก้ไขปัญหาของสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีความลาดชันสูง ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนจะมีการใช้พื้นที่เพาะปลูกไม้ผลเป็นหลัก ขณะที่พื้นที่ตอนล่างจะประกอบอาชีพประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ดังนั้นเมื่อโครงการฯดำเนินการแล้วเสร็จจะเป็นกลไกที่มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ผลที่ได้จากการพัฒนาโครงการแห่งนี้ ทุกภาคส่วนมั่นใจว่า จะสามารถเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อการอุปโภค และบริโภค และยังเป็นพื้นที่สำรองน้ำดิบ ให้การประปาส่วนภูมิภาค จ.จันทรบุรี ถึง 15 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี สามารถให้บริการให้กับประชาชนได้ ถึง 99,067 ครัวเรือน และยังสามารถเป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคตะวันออกที่ได้ถึงปี ละ 70 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ยังสามารถบรรเทาความรุนแรง หรือการชะลอน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ที่มักเกิดอุทุกภัยครอบคลุมพื้นที่ 5,575 ไร่
นอกจากนี้ขีดความสามารถอ่างเก็บน้ำ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ ที่จะส่งผลให้ฟื้นฟูระบบนิเวศทางธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ป่า มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำเพื่อการผลักดันน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้ง ยังเป็นการเพิ่มแหล่งน้ำเพื่อสัตว์ป่าและพันธ์พืชในพื้นที่อีกด้วย
โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี จึงเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำประเภทอ่างเก็บน้ำ ที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ในขั้นการเตรียมความพร้อมของโครงการและเตรียมพัฒนาโครงการให้แล้วเสร็จต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
7 จว.ลุ่มเจ้าพระยารับมือ! เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำ หลังน้ำเหนือหลาก ส่งผลท้ายเขื่อนสูงขึ้น
ฝนที่ตกทางพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงลุ่มเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
กรมชลประทาน คาดเริ่มสร้างอ่างเก็บน้ำแม่วาง จ.เชียงใหม่ ปี 2574 งบ 3 พันล้าน
สำนักงานชลประทานที่ 1 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายพิเชษฐ รัตนปราสารทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน เป็นประธานกิจกรรมตรวจติดตามโครงการ พร้อมคณะผู้บริหารกรมชลประทานได้นำสื่อมวลชน
เปิดรายงานศึกษา สศช.-จุฬาฯ ค่าฟื้นฟูระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมสูงกว่ารายรับจาก 'แลนด์บริดจ์'
นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความ เรื่อง ค่าฟื้นฟูระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมสูงกว่ารายรับจากแลนด์บริดจ์ มีเนื้อหาดังนี้
ครม.เห็นชอบเก็บค่าชลประทาน อ่างหนองทุ่งมน เหตุมีการใช้น้ำภาคธุรกิจที่มิใช่การเกษตร
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำหนองทุ่งมน เป็นทางน้ำชลประทาน ที่จะเรียกเก็บค่าชลประทาน พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอและให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้
ชาวตำบลบางสมบูรณ์ หนุนกรมชลฯ สร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำนครนายก แก้น้ำแล้ง-น้ำเค็มรุกพื้นที่
กรมชลประทาน จัดสื่อสัญจรศึกษาความเหมาะสมฯ สร้างความมั่นคงด้านน้ำ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีในพื้นที่ลุ่มต่ำปลายน้ำแม่น้ำนครนายก
กรมชลประทาน สรุปแนวทางปรับปรุงโครงการส่งน้ำเจ้าเจ็ด-บางยี่หน อยุธยา
กรมชลประทาน เข้าพบนายเดชะ สิทธิสุทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อบรรยายสรุปแนวทางการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน ณ ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี

