นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นห่วงปัญหาลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ภาคใต้ สั่งทุกหน่วยบูรณาการการทำงานร่วมกัน หยุดขบวนการลักลอบตัดไม้ที่ผิดกฎหมายเด็ดขาด ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปกท.ทส. ได้สั่งการให้กรมป่าไม้เพิ่มมาตรการในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ โดยการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าในพื้นที่ที่อยู่อาศัยใกล้เคียงแนวเขตป่า

วันนี้ (16 ธันวาคม 2564 ) เวลา 10.00 น. นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายสมบูรณ์ ธีรบัณฑิตกุล ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ผอ ศปพ จชต กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่ ศปป 4 ได้ร่วมประชุมแนวทางการป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ทั้งนี้ ในที่ประชุม อธิบดีกรมป่าไม้ได้เน้นถึงการสนธิกำลังในการปฏิบัติงานด้านป้องกันและรักษาป่า การจัดทำแผนในการหยุดยั้งการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ จังหวัดนราธิวาสต่อจากนั้น อธิบดีกรมป่าไม้พร้อมด้วยแม่ทัพภาคที่ 4 และคณะได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เพื่อบินตรวจสอบสภาพป่าในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

ทั้งนี้ นายสุรชัย เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีความห่วงใยเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก จึงได้มีข้อสั่งการให้กรมป่าไม้ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพภาคที่ 4 ในการกำหนดมาตราการด้านการป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในปัจจุบันสภาพพื้นที่ป่าไม้กลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบันมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 10,936.864 ตร.กม. หรือประมาณ 6.80 ล้านไร่ แบ่งเป็น จังหวัดปัตตานี พื้นที่ป่า 68,556.30 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 5.5 ของพื้นที่จังหวัด จังหวัดยะลา พื้นที่ป่า 908,973.23 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 32.49 ของพื้นที่จังหวัด และจังหวัดนราธิวาส พื้นที่ป่า 2,807,081.61 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 26.59 ของพื้นที่จังหวัด

“กรมป่าไม้ได้เร่งดำเนินการประสานสร้างความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้ออกระเบียบเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ทส 1605.43/18031 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 – 13 และทุกสาขาดำเนินการและถือปฏิบัติ โดยให้กำชับเจ้าหน้าที่หมั่นตรวจตรา เฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน และปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในท้องที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เมื่อตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ให้บังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด และให้บูรณาการความร่วมมือหยุดยั้งขบวนการลักลอบค้าไม้ผิดกฎหมาย และปราบปรามการลักลอบตัดไม้มีค่าในป่ามาสวมสิทธิ์เป็นไม้ถูกกฎหมาย ให้ใช้มาตรการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย ข้อระเบียบ มาตรการ และแนวทางปฏิบัติที่กรมป่าไม้กำหนด และบูรณาการทางกฎหมายหาข้อกำหนดรูปแบบความเกี่ยวเนื่องร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในท้องที่รับผิดชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”

“พร้อมกันนี้ขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนเจ้าของที่ดินสำหรับในกรณีไม้ที่ขึ้นหรือปลูกในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินประกอบด้วย ไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยุงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้ชิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเขาควาย ถือว่าไม่เป็นไม้หวงห้าม ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 สามารถนำที่ดินมาขึ้นทะเบียนที่ดินเป็นสวนป่า ตาม พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ. 2535 อีกทั้งเมื่อมีการตัดฟันไม้ออกจากสวนป่าและนำเคลื่อนย้าย จะได้มีเอกสารหลักฐานเพื่อใช้กำกับควบคุม สำหรับในส่วนของประชาชนที่เป็นเจ้าของสามารถทำหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของไม้ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยจัดทำหนังสือรับรองตนเองว่า ไม้ที่นำเคลื่อนย้ายเป็นไม้ที่ได้มาจากที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยมีกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านลงนามเป็นพยาน” อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ' เผยรับรายงานอธิบดีกรมป่าไม้ ลุยจับขบวนการตัดไม้ป่าลำปาง ย้ำรัฐบาล 'อนุทิน' เดินหน้าปราบบุกรุกป่า-ทำลายทรัพยากรอย่างเด็ดขาด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ถึงผลการปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่จังหวัดลำปาง
DSI ชงศาลออกหมายจับ 'ภาวุธ' กับอีก 29 ราย โยงคดีฟอเร็กซ์
'รมว.ยุติธรรม' เผยดีเอสไอขอศาลออกหมายจับคดีฟอเร็กซ์ 30 ราย ทั้งบุคคล-นิติบุคคล รวม 'ป้อม ภาวุธ' สส.ปชน.
กวาดล้างขบวนการค้าไม้เถื่อน! 'รมว.สุชาติ' สั่งอธิบดีกรมอุทยานฯ เดินหน้าขยายผลจับกุมกลุ่มนายทุนข้ามชาติ ย้ำ! ปราบปรามผู้กระทำผิดเด็ดขาดตามนโยบายรัฐบาล
จากการติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มขบวนการดังกล่าวมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง พบข้อมูลแน่ชัดว่ากลุ่มอาชญากรกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมลักลอบเข้าไปตัดไม้มีค่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงพื้นที่ป่าที่ไม่มีเอกสารสิทธิครอบครอง ก่อนจะทำการแปรรูปและใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ลำเลียงไม้เถื่อนเหล่านั้นออกจากพื้นที่ป่าเพื่อส่งขายต่อ
'รมว.สุชาติ' สั่งหยุดทันที! หลังพบปล่อยตะกอนไหลลงทะเล เสี่ยงกระทบระบบนิเวศชายฝั่ง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีตะกอนจากพื้นที่เอกชนไหลลงสู่ทะเลบริเวณเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พร้อมสั่งให้ระงับการปล่อยตะกอนลงทะเลโดยทันที เพื่อป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
'รมว.สุชาติ' เดินหน้ารับรองสิทธิประชาชน เร่งปลดล็อกที่ดินทำกิน ตามนโยบายรัฐบาล มอบ อส.12 กว่า 1,500 ครัวเรือน ขับเคลื่อนนโยบาย 'คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน'
นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความขัดแย้งระหว่างคนกับป่า ให้เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ภายใต้แนวคิด “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” โดยการมอบหนังสือรับรอง อส.12 ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยหรือทำกิน แต่เป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีรายได้ที่มั่นคง และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
รมว.สุชาติ สั่ง คพ. หารือกรมกิจการชายแดนทหาร ชงประเด็นสิ่งแวดล้อมข้ามแดน สู่เวที HLC ไทย-เมียนมา เร่งแก้ไฟป่า หมอกควัน และโลหะหนักในแม่น้ำอย่างเป็นรูปธรรม
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) หารือกรมกิจการชายแดนทหาร (ชด.) ผลักดันประเด็นความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมข้ามแดนเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย–เมียนมา (HLC) ครั้งที่ 9 มุ่งยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันข้ามแดน และจัดการมลพิษทางน้ำ แก้ปัญหาโลหะหนัก เพื่อเสริมสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

