
"ชาดา" ร่วมตำรวจภูธรภาค1 แถลงผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติด โกดังกำแพงแสน ยึดยาบ้า 1.4 ล้านเม็ด กว่า 53 ล้านบาท เตือน ผู้กระทำความผิด "หนีไม่พ้นหลอก" หลังเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ตบตาเจ้าหน้าที่ ขอประชาชนช่วยสอดส่อง ย้ำ "เกรงคนดี อย่ากลัวคนเลว"
ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค1 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายอรรษิต สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1. และผู้แทน คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล กระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงข่าว จับกุมเครือข่ายยาเสพติด โกดังกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นการจับกุมผู้ต้องหาพักเก็บ และลำเลียงยาเสพติด จำนวน 2 คน
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาคที่ 1 ได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนนำไปสู่การจับกุมนักค้ายาเสพติด และทีมลำเลียงยาเสพติดได้จำนวนมากหลายคดี จากพื้นที่ภาคเหนือ เข้าสู่ภาคกลาง ของประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่ได้ สะกดรอยตาม และจับกุมผู้ต้องหา จนถึงบริเวณทางหลวงชนบทหมายเลข 3394 อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พบของกลาง ยาเสพติด ให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 8 กระสอบ รวม 700 มัด ประมาณ 1,400,000 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (ยาไอซ์) จำนวน 6 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 79 กิโลกรัม และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท ประเภท 2 (คีตามีน) จำนวน 5 กระสอบ รวมน้ำหนักประมาณ 85 กิโลกรัม

นายชาดา ระบุว่า ปัจจุบันผู้ค้ายาเสพติด พัฒนาระบบ และกระบวนการ ไปมาก อาทิ การลำเลียงครั้งนี้ มีการใช้ บรรจุภัณฑ์ ที่ตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ขอให้ผู้ทำผิดกฎหมาย รู้ไว้ว่า "หนีไม่พ้นครับ"
"การปราบปรามยาเสพติด ไม่ใช่หน้าที่ของ เจ้าหน้าที่รัฐเพียงอย่างเดียว พี่น้องประชาชนทุกคน ต้องร่วมมือ และช่วยเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ตามหลักการ เกรงคนดี อย่ากลัวคนเลว และตนขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน" นายชาดา กล่าว
โดยการจับกุมครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติด ไปสู่ประชาชนได้จำนวนมาก ซึ่งหากถูกนำออกมาขายสู่ท้องตลาด จะมีมูลค่าสูงถึง 53 ล้านบาท และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จะขยายผล ถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมทั้งทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง กับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อธิบดีปกครองปัดส่งไลน์ ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ เล็งใช้ ป.ป.ง ตอบโต้
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต
ยกระดับ ‘สมุดสีชมพูโฉมใหม่’ เชื่อมข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กเข้าระบบดิจิทัล
รัฐบาลยกระดับ ‘สมุดสีชมพูโฉมใหม่’ เชื่อมข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กสู่ระบบดิจิทัล ย้ำเน้นฝากครรภ์คุณภาพ ดูแลแม่–ลูกครบวงจร
'ภคมน' เย้ย 'อนุทิน' เกรงใจเอเจนซีใหญ่ ไม่กล้าถอนรากถอนโคนมาเฟียภูเก็ต สั่งย้ายข้าราชการแค่ละครตบตา
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเด้งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และรองผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต
'พลพีร์' เผยนายกฯ สั่ง 3 รมช.มหาดไทย สางปัญหาภูเก็ต โวลั่นรอดูฝีมือพวกผม
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี ครม.มีมติ โยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และสลับนายโชตินรินทร์
ปลัด มท. แจงยิบ สลับเก้าอี้ปกครองภูเก็ต เหมือนมีเม็ดทรายในรองเท้าก็ต้องเอาออก
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีครม.เห็นชอบแต่งตั้งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแทนว่า
'มท.' สั่งย้ายฟ้าผ่า 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ต พ่วงสลับเก้าอี้รวม 5 ตำแหน่ง
กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 5 ราย ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1583/2569 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป และกำหนดให้เดินทางไปรับตำแหน่งตามคำสั่งในเดือนมิถุนายน 2569

