วันที่ 16 สิงหาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้นายอาทิตย์ อิสโม นายกสมาคมผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาแรงงาน ที่ได้นำนายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะเข้าพบ เพื่อหารือการดำเนินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานด้วยการสร้างสุขภาวะในองค์กร (Happy Workplace) โดยมี นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน
.
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ผมพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ขอขอบคุณผู้อำนวยการกองทุน สสส.และคณะ ที่ได้มาเยี่ยมเยียนถึงกระทรวงแรงงานในวันนี้ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงแรงงานกับ สสส.ได้ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณที่ สสส.ได้สนับสนุนงบประมาณกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ในการขับเคลื่อนงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพของพี่น้องผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการ การได้มาหารือกันในวันนี้จึงเป็นนิมิตรหมายที่ดีว่า นอกเหนือจากการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะในองค์กรแล้ว สสส.จะมีแนวทางสนับสนุนความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัดกระทรวงแรงงานอย่างไร เช่น ความร่วมมือในการรณรงค์ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งในส่วนนี้ผมได้มอบหมายให้ สสปท.ไปวางระบบป้องกันก่อนการเกิดเหตุ ซึ่งทุกหน่วยงานต้องช่วยกันป้องกันไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุแล้วมาเยียวยาทีหลัง
.
“ผมจะพัฒนากระทรวงแรงงานให้เป็นกระทรวงต้นแบบด้านองค์กรสุขภาวะซึ่งจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กระทรวงแรงงานเราเป็นกระทรวงที่ดูแลแรงงานตั้งแต่ระดับล่างสุดไปจนถึงแรงงานระดับสูงสุด เพราะทุกคนเป็นคนทำงานที่ต้องแลกกับรายได้ เราจึงต้องดูแลเพื่อให้แรงงานทุกภาคส่วนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีสิทธิเท่าเทียมกันทั้งหมด ดังนั้น การหารือร่วมกันทั้งสองฝ่ายในวันนี้ กระทรวงแรงงานเองพร้อมสนับสนุนขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อมุ่งสร้างสุขภาวะในองค์กรและยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานให้ดียิ่งขึ้น” นายพิพัฒน์ กล่าว
.
ด้าน นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ในนาม สสส.ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ที่เปิดโอกาสให้เข้าพบเพื่อหารือความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานด้วยการสร้างสุขภาวะในองค์กร
ในวันนี้ และขอขอบคุณทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน สสส.เองเราให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะของวัยทำงานทุกคน และเรายินดีที่จะทำงานร่วมกันกับกระทรวงแรงงาน ในการสร้างสุขภาวะให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานให้มีสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ เชื่อมโยงกันเป็นองค์รวม เพื่อให้กำลังแรงงานของประเทศเข้มแข็งและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พิพัฒน์' แจงตั้ง 'ปลัดคมนาคม' คนใหม่ อายุราชการเหลืออีก 10 ปี พิจารณาคุณสมบัติ ไม่เกี่ยวโควตาบ้านใหญ่
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเสนอชื่อนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ว่า
'พิพัฒน์' ลุยของบ 'พรก.เงินกู้' เปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะเป็นระบบไฟฟ้า เร่งเสนอภายใน ส.ค.นี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะ จากรถสันดาปเป็นรถ EV โดยใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 2 แสนล้านบาทว่า เรื่องนี้ตนได้หารือกับนายเอกนิ
'พรรคส้ม' ตอกลิ่ม ภาพสยบรอยร้าว 2 น. 1 พ. สะท้อนขัดแย้งหนัก จับตาปรับ ครม.หนู 2 จูบปากหรือเขี่ยทิ้ง
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภาพสยบรอยร้าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายกฯหนู เปิดภาพ สยบปมร้าว 2 น. 1 พ.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์รูปภาพยืนข้างนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
'ภัณฑิล' ถาม 'พิพัฒน์' เหตุใดลมเปลี่ยนทิศ ดันแลนด์บริดจ์ไม่สำเร็จ หันมาย้ายท่าเรือคลองเตย
นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมจะย้ายท่าเรือคลองเตยไปยังท่าเรือแหลมฉบัง และพัฒนาพื้นที่เป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) โดยไม่มีกาสิโน ว่า หลังเลือกตั้งใหญ่ ตนเคยพูดคุยกับนายพิพัฒน์เกี่ยวกับเรื่องท่าเรือคลองเตย
'จุลพันธ์' รับเร่งจ่ายหนี้คงค้างของผู้ประกันตน
'จุลพันธ์' แจงงบ ก.แรงงานเพิ่มขึ้น ผ่อนหนี้ผู้ประกันตน 7 พันล้านบาท

