
นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า มีนายจ้างแจ้งลูกจ้างเข้าทำงานและแจ้งออกจากงานล่าช้าไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ลูกจ้างไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ เสียสิทธิที่พึงได้รับ หรือได้รับประโยชน์ทดแทนเกินสิทธิ สำนักงานประกันสังคมจึงจำเป็นต้องมีการปรับแนวทางการดำเนินการกับนายจ้าง ที่ได้มีการแจ้งเข้า - ออกล่าช้า หากพบว่านายจ้างมีเจตนาแจ้งเข้าออกล่าช้า ให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ซึ่งมีโทษทางอาญา คือ การเปรียบเทียบปรับ และโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
นางมารศรี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเตือนให้นายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างทุกครั้งที่ลูกจ้างมีการเข้าทำงานภายใน 30 วัน และแจ้งออกจากงาน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยส่งข้อมูลผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้ ขอความร่วมมือนายจ้างซึ่งมีลูกจ้างทำงานในสถานประกอบการตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) สำหรับผู้ที่ไม่เคยขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาก่อน หรือขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน สำหรับผู้ที่เคยขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนแล้ว โดยนายจ้างที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นแบบได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำหรับนายจ้างที่มีสำนักงานใหญ่ในส่วนภูมิภาคให้ยื่นแบบขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ทั้งนี้ นายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน กรณีที่มีลูกจ้างลาออกจากงาน ให้นายจ้างแจ้งการออกจากงาน พร้อมระบุสาเหตุการออกจากงาน โดยใช้หนังสือแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (สปส. 6-09) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากที่ลูกจ้างลาออกจากงาน

อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมยังมีช่องทางอำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือ e-Payment โดยนายจ้างสามารถใช้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตดังกล่าว ได้แก่ งานขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03) การแจ้งลาออก (สปส.6-09) การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตน (สปส. 6-10) และการส่งข้อมูลเงินสมทบ (สปส.1-10) ซึ่งเมื่อนายจ้างทำการลงทะเบียนผ่านระบบเรียบร้อยแล้ว จะมี e – mail ตอบกลับให้พิมพ์แบบ สปส. 1-05 แล้วนำกลับมายื่นที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขาก่อน เจ้าหน้าที่จึงจะทำการอนุมัติ USER PASSWORD ให้แก่นายจ้าง โดยจะตอบกลับอัตโนมัติ หลังจากนั้น นายจ้างสามารถเข้าใช้บริการได้ทันที เพื่ออำนวยความสะดวก และรวดเร็วแก่นายจ้างในการชำระเงินสมทบ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อานนท์' เปิดใจหลังถูกทาบนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม ชี้กองทุน 3 ล้านล้านคือระเบิดเวลาลูกใหญ่!
ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ผมขอนำเรียนว่า ผมไม่
ประกันสังคมฟากส้มเซ็ง ระเบียบเลือกบอร์ดใหม่!
ประกันสังคมสีส้มโวยแก้ระเบียบเลือกบอร์ดประกันสังคมใหม่
‘ไอซ์ รักชนก’ ทำใจชวดตำแหน่งรัฐมนตรี เล็งประธานกมธ.แรงงาน
นางสาวรักชนก ศรีนอก ว่าสส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า สิ่งที่ทำให้เสียใจมากที่สุด หลังเห็นผลการเลือกตั้ง คือ โอกาสที่พรรคประชาชนจะได้เข้
ระทึก! ถกปฏิรูปประกันสังคม ฝ่ายนายจ้างส่ง ‘ดร.อานนท์’ ชน ‘ไอซ์-ทีมก้าวหน้า’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงแรงงาน มีการประชุมคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นครั้งที่ 2 โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัด
ประกันสังคมรุดเยียวยาทายาทลูกจ้างประสบเหตุตกกระเช้ารถเครนเสียชีวิต จังหวัดตรัง
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. เกิดอุบัติเหตุลูกจ้างเสียชีวิตจำนวน 2 ราย จากการพลัดตกจากกระเช้ารถเครนขณะปฏิบัติงาน ภายในบริเวณโรงยิมเนเซียม สนามกีฬา ทุ่งแจ้ง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมมอบหมายให้ นางสาวสุมณฑา พลคง ประกันสังคมจังหวัดตรัง เร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตโดยทันที
ประกันสังคมกำชับนายจ้างรายงานค่าจ้างประจำปี 68 ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 69 ผ่าน 2 ช่องทาง ทั้งระบบ e-Wage และสำนักงานทั่วประเทศ
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า นายจ้างควรให้ความสำคัญกับการรายงานค่าจ้างประจำปีกองทุนเงินทดแทน ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่มีผลต่อการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้าง

