“วราวุธ” ชวนประชาชน ทั่วประเทศ ร่วมดูแลบำรุงต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ปี 2564 น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย

กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้ ประจำปีของชาติประจำปี 2564 พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2564 โดยส่วนกลางจัดให้มีการบำรุงต้นไม้ที่ปลูกอยู่ภายในกรมป่าไม้ โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ร่วมกิจกรรมบำรุง ใส่ปุ๋ย ตัดแต่งกิ่งต้นไม้

สืบเนื่องจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2533 กำหนดให้วันที่ 21 ต.ค.ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ให้เป็นวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ ต่อมา ครม.ได้มีมติ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2533 ให้ใช้ชื่อว่า “วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ” เพื่อให้ประชาชนร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระราชปณิธานอย่างแรงกล้า ที่จะฟื้นฟูความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายวราวุธ  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญในการดูแลทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่าเพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติที่ได้กำหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศ ร้อยละ 40 ของพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนแล้ว ยังคงให้ความสำคัญต่อการดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้แต่เดิม โดยการ บำรุง ดูแล รักษา เพราะต้นไม้ที่มีการปลูกไว้นั้นเมื่อเจริญเติบโตมาแล้วระยะเวลาหนึ่ง อาจจะมีโรคที่เกิดขึ้นจากแมลง  และกิ่งก้านของต้นไม้มีขนาดใหญ่โตขึ้น ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแล เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจากไม้ใหญ่ดังกล่าว ซึ่งจะเห็นได้จากมีการเสนอข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากไม้ใหญ่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เกิดการแตกหักของกิ่งไม้ ลำต้นผุจากแมลงเจาะกินหรือโรคต้นไม้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการโค่นล้ม และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดต่อประชาชน การดูแล รักษา ต้นไม้ประจำปีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการดูแล โดยการตัดแต่งกิ่ง รักษาโรคที่เกิดขึ้นจากแมลง การใส่ปุ๋ยพรวนดิน กำจัดวัชพืช โดยรอบให้กับต้นไม้ ให้ไม้ใหญ่ได้เจริญเติบโตต่อไปอย่างแข็งแรง  

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้  กล่าวต่อว่า ในปีนี้กรมป่าไม้ กำหนดจัดงานขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม พร้อมกันทั่วประเทศ ภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยในส่วนกลางได้จัดกิจกรรม บำรุง ดูแล รักษา ต้นไม้บริเวณกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้และเจริญเติบโตควรได้รับการดูแล ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดทีม "รุกขกร" หรือหมอต้นไม้ ในการตรวจสุขภาพต้นไม้ใหญ่ พร้อมให้ความรู้ทางทฤษฎีและการปฏิบัติในการดูแลต้นไม้ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น การตัดแต่งกิ่ง การบำรุง ดูแล และการรักษาต้นไม้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ นอกจากนี้จะจัดแสดงนิทรรศการ เรื่องโครงการพระราชดำริ โครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก "รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน" เรื่องป่านันทนาการ และโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) เพื่อให้ความรู้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ในโอกาสนี้ กรมป่าไม้ ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมกันแสดงพลังความสามัคคีในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยช่วยกันดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ภายในบริเวณที่อยู่อาศัยของตนเอง หรือตามสถานที่ต่างๆ ตามกำลังที่จะสามารถทำได้ เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะ และแสดงความกตัญญู กตเวทิตา ต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี องค์สมเด็จย่าที่เหล่าประชาชนคนไทยรักยิ่ง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยลดภาวะโลกร้อนให้ต้นไม้เหล่านั้นได้เจริญเติบโตแข็งแรงเป็นร่มเงา และเป็นพื้นที่สีเขียวที่แข็งแรงให้กับประเทศ 

นายสุรชัย กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ ประชาชนที่สนใจต้องการปลูกต้นไม้เสริม กรมป่าไม้ได้มีการเพาะชำกล้าไม้พันธุ์ดี ตามโครงการจ้างงานประชาชนในด้านการส่งเสริมและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน ให้ทำหน้าที่ในการจัดเตรียมแปลงเพาะและเพาะเมล็ดไม้ รวมถึงการย้ายชำกล้าไม้ และบำรุงดูแลรักษากล้าไม้อย่างต่อเนื่อง กว่ากว่า 1,410 ราย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งกล้าไม้ที่เพาะชำได้รวม 70,000,000 กล้า ล้วนเป็นไม้เศรษฐกิจที่สามารถสร้างประโยชน์ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในอนาคต เช่น ต้นสัก ต้นพะยูง ต้นยางนา ต้นมะฮอกกานี ต้นมะค่าโมง ฯลฯ เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ให้ความสนใจในการปลูกต้นไม้ชนิดต่าง ๆ เพิ่มขึ้น สำหรับกล้าไม้ที่ได้จากการเพาะชำทางกรมป่าไม้ได้แจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ขอรับเพื่อนำกลับไปปลูก ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ในการปลูกไม้เศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศอีกทางหนึ่งด้วย โดยประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่หน่วยงานเพาะชำกล้าไม้ในสังกัดกรมป่าไม้ทั่วประเทศ หรือสอบถามได้ที่เบอร์0 2561 4292–3 ต่อ 5551และขอเชิญชวนร่วมลงทะเบียนปลูกต้นไม้ในโครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้ และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก "รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน" อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กวาดล้างขบวนการค้าไม้เถื่อน! 'รมว.สุชาติ' สั่งอธิบดีกรมอุทยานฯ เดินหน้าขยายผลจับกุมกลุ่มนายทุนข้ามชาติ ย้ำ! ปราบปรามผู้กระทำผิดเด็ดขาดตามนโยบายรัฐบาล

จากการติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มขบวนการดังกล่าวมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง พบข้อมูลแน่ชัดว่ากลุ่มอาชญากรกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมลักลอบเข้าไปตัดไม้มีค่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงพื้นที่ป่าที่ไม่มีเอกสารสิทธิครอบครอง ก่อนจะทำการแปรรูปและใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ลำเลียงไม้เถื่อนเหล่านั้นออกจากพื้นที่ป่าเพื่อส่งขายต่อ

'รมว.สุชาติ' สั่งหยุดทันที! หลังพบปล่อยตะกอนไหลลงทะเล เสี่ยงกระทบระบบนิเวศชายฝั่ง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีตะกอนจากพื้นที่เอกชนไหลลงสู่ทะเลบริเวณเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พร้อมสั่งให้ระงับการปล่อยตะกอนลงทะเลโดยทันที เพื่อป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

'รมว.สุชาติ' เดินหน้ารับรองสิทธิประชาชน เร่งปลดล็อกที่ดินทำกิน ตามนโยบายรัฐบาล มอบ อส.12 กว่า 1,500 ครัวเรือน ขับเคลื่อนนโยบาย 'คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน'

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความขัดแย้งระหว่างคนกับป่า ให้เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ภายใต้แนวคิด “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” โดยการมอบหนังสือรับรอง อส.12 ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยหรือทำกิน แต่เป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีรายได้ที่มั่นคง และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

รมว.สุชาติ สั่ง คพ. หารือกรมกิจการชายแดนทหาร ชงประเด็นสิ่งแวดล้อมข้ามแดน สู่เวที HLC ไทย-เมียนมา เร่งแก้ไฟป่า หมอกควัน และโลหะหนักในแม่น้ำอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) หารือกรมกิจการชายแดนทหาร (ชด.) ผลักดันประเด็นความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมข้ามแดนเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย–เมียนมา (HLC) ครั้งที่ 9 มุ่งยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันข้ามแดน และจัดการมลพิษทางน้ำ แก้ปัญหาโลหะหนัก เพื่อเสริมสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

"ทส.ร่วมขับเคลื่อนภารกิจมูลนิธิอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เดินหน้า Upcycling for Life เปลี่ยนขยะทะเลเป็น 'ผ้าพลิกตัวผู้ป่วยติดเตียง' สร้างคุณค่าที่ยั่งยืน"

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังมูลนิธิอนุรักษ์ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนโครงการ Upcycling for Life น้อมนำแนวพระดำริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เปลี่ยนขยะพลาสติกและเศษอวนในทะเลให้เป็น “ผ้าพลิกตัวผู้ป่วยติดเตียง” ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ควบคู่การสร้างคุณค่าจากทรัพยากรตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

'สุชาติ' ขอบคุณเยอรมนี หนุนไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดขยะพลาสติก-ขยะทะเล

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมปิดโครงการ MA-RE-DESIGN พร้อมแสดงความขอบคุณรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีที่สนับสนุนประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกและป้องกันขยะทะเล