
คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) สนับสนุนและส่งเสริมบทบาทของ “ห้องปฏิบัติการพลังงานทดแทนและยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการวิจัย พัฒนา และทดสอบเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาด เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายด้านพลังงานสีเขียวและความยั่งยืนตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG และเป้าหมาย SDGs
รองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ห้องปฏิบัติการแห่งนี้มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการศึกษา ทดลอง และวิจัย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ คำฝอย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรพล โพธิ์พงศ์วิวัฒน์ จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เป็นผู้ดูแลหลัก โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้จากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวล และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อพัฒนาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และรองรับการใช้งานได้จริงทั้งในระดับครัวเรือนและอุตสาหกรรม

ภารกิจหลักของห้องปฏิบัติการนี้ คือ การทดสอบและประเมินสมรรถนะของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนและยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร ประกอบด้วย:
- การทดสอบแบตเตอรี่ที่ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าและระบบโทรคมนาคม ทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของแบตเตอรี่ รวมถึงฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ของ BMS เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้ได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้สูงสุด
- การทดสอบเครื่อง Rectifier ที่ใช้งานร่วมกับแบตเตอรี่ ตรวจสอบสมรรถนะและฟังก์ชันการทำงานของเครื่อง Rectifier อย่างละเอียด เพื่อประเมินความสามารถในการจ่ายและควบคุมพลังงานอย่างมีเสถียรภาพ
- การทดสอบความเข้ากันได้ของเครื่องอัดประจุไฟฟ้ากับระบบ PEA Volta Platform โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน OCPP ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ใช้เป็นเกณฑ์กลางระดับประเทศ เพื่อรับรองความสอดคล้องของระบบอัดประจุกับโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าปัจจุบัน
ด้านงานวิจัย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่:
- งานวิจัยด้านพลังงานทดแทน
- พลังงานไฮโดรเจน มุ่งพัฒนาระบบผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้ระบบ Electrolyzers ที่ควบคุมด้วยวงจรอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานสะอาดที่ไม่มีคาร์บอน
- พลังงานแสงอาทิตย์ พัฒนาเทคโนโลยีในการตรวจสอบและวิเคราะห์ประสิทธิภาพ รวมถึงอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อรองรับการใช้งานระยะยาวและเพิ่มความคุ้มค่าด้านการลงทุน
- พลังงานลม วิจัยและจำลองระบบผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม เพื่อศึกษาศักยภาพในการผลิตพลังงาน และการนำไปใช้จริงในพื้นที่ที่มีลักษณะลมเฉพาะ
- งานวิจัยด้านยานยนต์ไฟฟ้า
- การพัฒนารถกระบะดัดแปลง วิจัยการดัดแปลงจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน ให้เป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขนส่งที่ปลอดคาร์บอน
- การพัฒนาเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบติดตั้งในรถ (On-board Charger) มุ่งออกแบบระบบควบคุมการอัดประจุที่ติดตั้งภายในรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถรองรับแหล่งพลังงานภายนอกได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- การพัฒนาระบบส่งกำลังไฟฟ้าแบบไร้สาย (Wireless Power Transfer) วิจัยระบบอัดประจุไฟฟ้าที่ไม่ต้องใช้สาย เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวก และศักยภาพในการใช้งานของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

นอกจากบทบาทในด้านเทคนิค ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ยังเป็นเวทีสำคัญในการ บ่มเพาะนักวิจัยและนวัตกรรุ่นใหม่ โดยเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและบุคลากรทางวิศวกรรมได้ลงมือปฏิบัติจริงในโครงการต้นแบบ นำไปสู่การต่อยอดในระดับเชิงพาณิชย์และสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ห้องปฏิบัติการพลังงานทดแทนและยานยนต์ไฟฟ้าแห่งนี้ คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสังคมไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
ผศ.ดร.ธีรพล โพธิ์พงศ์วิวัฒน์
ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สนพ.เปิดรับฟังความเห็นการจัดทำแผน PDP2026
สนพ. เปิดรับฟังความเห็น “ค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้า” หนุนจัดทำแผน PDP2026 รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล–พลังงานอนาคตและพฤติกรรมการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป
TEGH ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 2.2 หมื่นล้าน
TEGH ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 2.2 หมื่นล้านเติบโต 10% คาดยอดขายยางแท่ง ทำสถิติสูงสุดใหม่ 2.8-2.9 แสนตัน เร่งขยายกำลังการผลิต - ลุย Green Gas หนุนอนาคตโตก้าวกระโดด
Code Red! '110' ราคาน้ำมันโลกเข้าสู่ระดับอันตราย 'กอบศักดิ์' แนะเร่งหาพลังงานทดแทน หนุนEVจริงจัง
รอบนี้ ที่ราคา 110 ดอลล่าร์ต่อบาเรล แม้ว่าย่อเล็กน้อยเช้านี้ แต่มีความเสี่ยงที่ราคาจะเพิ่มขึ้นในช่วงต่อไป และความเสียหายที่อาจเกิดต่อโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในตะวันออกกลาง
ร่วมทริปคาราวานยานยนต์ไฟฟ้า พาคนไทยไปเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ปัจจุบัน ความนิยมของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ถือว่าเริ่มดีมากขึ้น โดยในทุกๆ เดือนจะมีตัวเลขการจดทะเบียนรถ EV เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงค่ายรถต่างๆ ก็พากันเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย

