
การพัฒนากฎหมายมีความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชนทุกคน ในปัจจุบัน เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิต การทำงาน และการดำเนินธุรกิจ หรือแม้แต่การปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐ ดังนั้น การสนับสนุนให้การพัฒนาเทคโนโลยีเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือแนวคิด technology for public goods จึงสำคัญอย่างยิ่ง เป็นหัวข้อที่ตามมาซึ่งคำถามทั้งทางกฎหมาย ธรรมาภิบาล และจริยธรรมของการพัฒนา ให้บริการ และนำเทคโนโลยีไปใช้
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้มีบทบาทโดยตรงในการกำหนดนโยบายด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ Artificial Intelligence (AI) แต่ในฐานะที่เป็นหน่วยงานกลางทางกฎหมายที่มีหน้าที่ให้ความเห็นทางกฎหมายแก่คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ ตรวจสอบ แก้ไขและยกร่างกฎหมายของรัฐบาล รวมทั้งมีหน้าที่ในการพัฒนากฎหมายของประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สำนักงานฯ ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถเตรียมการรองรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต และปรับปรุงแก้ไขกฎหมายของประเทศให้รองรับกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านั้น และในขณะเดียวกันก็เพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายของรัฐบาลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
เมื่อกล่าวถึง AI เราได้เห็นแนวทางการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาปรับใช้ในภาคประชาชนและธุรกิจ โดยเฉพาะการสร้าง Chatbot ที่มีความฉลาดสามารถตอบและประมวลผลจากคำถามของผู้ใช้งานได้ใกล้เคียงหรือเสมือนเป็นการพูดคุยสนทนากับมนุษย์ด้วยกัน กล่าวคือ AI มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นในการเข้าใจรูปแบบและลักษณะของข้อมูล และนำความเข้าใจในข้อมูลนั้นไปสร้างแนวทางการตอบคำถามหรือการสร้างข้อมูลชุดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากพิจารณาการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในวงการกฎหมาย เราเริ่มเห็นการนำ AI ในรูปแบบใหม่ หรือ Generative AI มาใช้ต่อยอดการบริหารจัดการข้อมูลกฎหมาย เช่น การแก้ไขและชำระข้อมูลที่มีความบกพร่องหรือตกหล่นด้วยการประมวลผลข้อมูลในรูปแบบภาษาธรรมชาติ (natural language processing) หรือการนำ AI มาช่วยการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มเพื่อลดต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎหมายของประชาชนและผู้ประกอบการ เช่น การกรอกใบคำร้องต่ออายุใบอนุญาต หรือ การกรอกเอกสารยื่นภาษีเงินได้ เป็นต้น
ด้วยศักยภาพและโอกาสในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงผลกระทบและปัจจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้ในสังคมไทย โดยในปัจจุบันอาจแบ่งประเด็นพิจารณาออกได้เป็นทั้งหมดสามเรื่องหลัก ดังนี้

- ปัจจัยด้านกฎหมาย (legal implications) เทคโนโลยี AI มีผลเพิ่มความเป็นอิสระในการดำเนินการให้แก่อุปกรณ์หรือระบบต่าง ๆ ซึ่งในกรณีที่มีการดำเนินการที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่สวัสดิภาพของบุคคล จำเป็นที่จะต้องมีแนวทางในการกำหนดความผิดและผู้รับผิดชอบในความผิดนั้น (harm and causation of harm) ในเรื่องนี้ หน่วยงานด้านกฎหมายต่างประเทศเริ่มให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการพัฒนากฎหมายแห่งประเทศสหราชอาณาจักร (UK Law Commission) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับ AI (AI and the Law: a discussion paper) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 โดยมีการตั้งประเด็นไว้ว่าอาจต้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายแพ่งเพื่อรองรับการกำหนดความรับผิดชอบและผู้รับผิดชอบในกรณีที่อุปกรณ์เครื่องใช้หรือซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์สร้างความเสียหายต่อผู้ใช้งาน นอกจากนั้น ยังมีการตั้งประเด็นเพิ่มเติมว่า จำเป็นต้องมีการกำหนดประเภทของบุคคลเพิ่มเติม (จากประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) ให้แก่ระบบ AI ที่มีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลและดำเนินการเป็นการทั่วไปได้เสมือนมนุษย์หรือไม่
- ปัจจัยด้านการกำกับดูแล (regulatory implications) นอกเหนือจากปัจจัยและข้อคำถามด้านกฎหมายแล้ว การพัฒนาสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI อาจมีความจำเป็นต้องพิจารณากฎหมายเชิงกำกับดูแลประกอบควบคู่ไปด้วย การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจหรือการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นต้นทุนที่ควรกำหนดเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาที่หากปล่อยให้เอกชนหาวิธีการแก้ไขอาจไม่ทันการณ์หรืออาจสร้างความเสียหายเพิ่มเติมโดยเฉพาะต่อกลุ่มคนที่ไม่มีอิทธิพลหรือไม่มีอำนาจต่อรอง ปัญหาเหล่านี้อาจเรียกรวมได้ว่าเป็นปัญหาความบิดเบือนของตลาด (market distortion) หรือความล้มเหลวของตลาด (market failure) หากใช้กฎหมายกำกับดูแลแบบพร่ำเพรื่อหรือไม่สอดคล้องกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข อาจะส่งผลเป็นการเพิ่มต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชนโดยไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่น ในประเทศสิงคโปร์ รัฐบาลเลือกที่จะไม่ออกกฎหมายเพื่อกำกับดูแลเทคโนโลยี AI เป็นการทั่วไป แต่เลือกที่จะออกกฎหมายกำกับดูแลการนำ AI ไปใช้ในบางกรณี (specific use case) เช่น เรื่องยานยนต์ไร้คนขับ (autonomous vehicle) เป็นต้น
- ปัจจัยด้านการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี (innovation promotion) ปัจจัยสุดท้ายที่หน่วยงานด้านกฎหมายอาจเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล ได้แก่ การช่วยเหลือสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI เกี่ยวข้องกับหลายเรื่อง เช่น การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีคลาวด์ (cloud computing) การสร้างส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับคอมพิวเตอร์ รวมถึงการส่งเสริมให้มีการสร้างทุนมนุษย์ที่มีทักษะความสามารถพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและกลายไปเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในอนาคต เป็นต้น เรื่องเหล่านี้บางเรื่องจำเป็นต้องใช้การผลักดันด้านกฎหมายเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงหลักการที่มีส่วนในการสนับสนุนการผลักดันสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะเรื่องการสนับสนุนการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะหน่วยงานทางกฎหมายของรัฐบาล เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวนี้ และจะดำเนินภารกิจด้านการพัฒนากฎหมายโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
AI กำลังเปลี่ยนระบบการเงินไทย : โอกาสหรือความเสี่ยงที่มองไม่เห็น ?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ ปัญญาประดิษฐ์” (Artificial Intelligence: AI) กลายเป็นคำที่ถูกกล่าวถึงแทบทุกวงการ ตั้งแต่การศึกษา การผลิต แพทย์ อุตสาหกรรม ไปจนถึงการลงทุน แต่ในภาคการเงิน
ล่าระทึก 'ดีเจรัสเซีย' เอเย่นต์ยานรกรายใหญ่ สั่งซื้อผ่าน AI ขุดดินรับของ
ปฏิบัติการสกัดระทึกย่านชุมชน ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายชาวต่างชาติพักอาศัยในซอยบ่อขยะ ต.เกาะพะงัน ลักลอบขายยาเสพติดหลายชนิดให้กับนักท่องเที่ยว
สภาดิจิทัลฯชงเสริมทักษะ Data–AI วางเป้าไทยฮับอาเซียน
ท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดการลงทุน Data Center และ AI ทั่วภูมิภาค สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) จัดการประชุม DCT Digital Policy Conference ข้อเสนอนโยบายจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมดิจิทัล ระดมความคิดเห็นจาก 6 ภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล เสนอนโยบายเร่งด่วน 5 ด้าน ยกระดับ “อุตสาหกรรมดิจิทัล” เป็นวาระแห่งชาติ พลิกโฉมประเทศไทยจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” สู่การเป็น “ศูนย์กลางการพัฒนาและลงทุนด้านดิจิทัล” ในระดับภูมิภาค
กฤษฎีการ่วมผลักดันไทยผ่านด่านสำคัญสู่สมาชิก OECD
ประเทศไทยขยับเข้าใกล้การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ไปอีกขั้นสำคัญ หลังยื่นบันทึกเบื้องต้น (Initial Memorandum)
งานประชุมวิชาการนานาชาติประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา OCS Symposium 2026 'Strengthening Thailand’s Resilience: Law Development in an Era of Global Paradigm Shift'
ท่ามกลางพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หรือรูปแบบเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป
ระวัง AI แต่งภาพเหมือนจริง ลวงลูกหลาน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน Safer Internet Day Thailand 2026 (SIDTH 2026) ภายใต้แนวคิด “Too Good to be True :

