ปี 2568 คดีร้อนแรงแห่งปี จากคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ ก็คือการวินิจฉัยให้ แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกฯ จากคำร้องคดีคลิปเสียงฮุน เซน จนทำให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกฯ แทน และเกิดผลทางการเมืองตามมา จนเตรียมได้กลับมาเป็นนายกฯ รอบ 2 ในการโหวตนายกฯ กลางสัปดาห์นี้
สำหรับปีนี้ 2569 ผ่านมาได้ยังไม่ครบ 3 เดือน เผือกร้อนในมือ ศาล รธน.ที่กำลังเตรียมถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานของ 9 ตุลาการศาล รธน.ในสัปดาห์นี้ ก็คือคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ยื่นคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยกรณีการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการพิมพ์รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและรหัสคิวอาร์ (QR Code) ในบัตรเลือกตั้งระบบเขต ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาคำร้องจากที่ยื่นมาร่วม 21 กลุ่มบุคคลแล้ว มีความเห็นคือ
“มีเหตุอันน่าเชื่อได้ว่าสามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 85 อันมีลักษณะเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้”
ซึ่งผลแห่งคดี หากศาล รธน.วินิจฉัยว่าการมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ อันเป็นการฝ่าฝืนหรือขัดรัฐธรรมนูญ ก็ต้องดูว่าจะวินิจฉัยให้ต้องมีการลงคะแนนออกเสียงกันใหม่ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์หรือไม่ หรือจะแค่เลือกตั้งใหม่ระบบปาร์ตี้ลิสต์อย่างเดียว อย่างที่บางฝ่ายประเมินก่อนหน้านี้ว่า ผลทางลบร้ายแรงสุด คงไม่ถึงกับล้มกระดานทั้งหมด อาจแค่เลือกใหม่ระบบบัญชีรายชื่อ
ทว่าก็ไม่แน่ ศาล รธน.อาจ ปิดจบ-ตัดเกม ด้วยการไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัยเลย พบว่าคนบางกลุ่มก็ยังมองว่าสิ่งนี้อาจเกิดขึ้นได้แม้จะเป็นไปได้น้อย หรือไม่ ก็อาจรับไว้วินิจฉัย แต่สุดท้ายยกคำร้อง เพราะมองว่า การเลือกตั้งยังเป็นความลับ ที่ก็คือไม่มีการลงคะแนนเสียงใหม่
สำหรับมติผู้ตรวจการแผ่นดินที่ปัจจุบันมีอยู่ 2 คน ให้เหตุผลในการส่งคำร้องไปศาล รธน.ว่าผลการพิจารณาข้อมูลจากการแสวงหาข้อเท็จจริงและประกอบกับข้อกฎหมายแล้วเห็นว่า ประเด็นดังกล่าวมีน้ำหนักและเหตุผลเพียงพอที่จะวินิจฉัยว่า การที่ กกต.-เลขาธิการ กกต.และสำนักงาน กกต.จัดการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. โดยจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด
“ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 85 อันมีลักษณะเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้ จึงเห็นชอบให้ยื่นคำร้องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยต่อไป”
คาดว่า คำร้อง-เอกสารของผู้ตรวจการแผ่นดิน คงส่งถึงฝ่ายสารบรรณ สำนักงานเลขาธิการศาล รธน.สัปดาห์นี้ และต้องลุ้นกันว่า จะมีการนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมตุลาการศาล รธน.วันพุธที่ 18 มีนาคมนี้ทันหรือไม่ โดยหากพิจารณาไม่ทัน เพราะเอกสารเพิ่งส่งมาและเป็นเรื่องสำคัญทางการเมือง ที่ตุลาการศาล รธน.ต้องดูกันอย่างละเอียด ก็อาจนัดลงมติสัปดาห์หน้าว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย
ก่อนหน้านี้มีการวิเคราะห์รูปคดีดังกล่าวไว้ว่า อาจออกมาได้หลายสูตร บนหลักวิเคราะห์ที่แตกต่างกันไปตามสมมุติฐานและความน่าจะเป็น เช่น
1.ศาล รธน.ไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย
แต่บางฝ่ายมองว่า ความน่าจะเป็นมีน้อยมาก เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรอิสระ หากยื่นมาตามช่องทางถูกต้อง มีการระบุถึงปมปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเขียนไว้ชัดในคำร้องที่ศาล รธน.ต้องทำให้เคลียร์ คนก็มองว่ายากที่ศาลจะไม่รับคำร้อง
กระนั้นก็มีบางฝ่ายยกผลการประชุมตุลาการศาล รธน.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เองคือ 11 มีนาคม 2569 ที่มีนายสมพล หริกุล ยื่นคำร้องต่อศาล รธน.ว่าการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี 2567 ของ กกต. พบว่า ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ปี 2561 อันทำให้การเลือก สว.ไม่สุจริตเที่ยงธรรม เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้สมัคร สว.และขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ
ซึ่งปรากฏว่าที่ประชุมตุลาการศาล รธน.พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้อง หากผู้ร้องเห็นว่าตนเองโดนละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ผู้ร้องสามารถใช้สิทธิร้องศาลอื่นได้ตามรัฐธรรมนูญ ศาล รธน. "จึงมีมติเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย"
อย่างไรก็ตาม มีการแย้งว่ามติดังกล่าวเป็นเรื่องการร้องกรณีการเลือก สว.ที่มีเรื่องของโพยรายชื่อผู้สมัคร และบริบทแตกต่างกันมาก กับกรณีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง สส. อีกทั้งเป็นการร้องส่วนบุคคล ไม่ใช่ยื่นโดยผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงแย้งสำทับว่า มติตุลาการศาล รธน. 11 มีนาคม ไม่อาจใช้เป็นบรรทัดฐานในการที่ศาล รธน.จะไม่รับคำร้องคดีบัตรเลือกตั้งครั้งนี้ได้
2.ศาล รธน.รับคำร้อง และวินิจฉัยว่า การมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ดังนั้นการเลือกตั้งจึงไม่เป็นโมฆะ ไม่ต้องลงคะแนนเสียงใหม่
3.ศาล รธน.รับคำร้อง และวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เป็นความลับ แต่เป็นเรื่องทางเทคนิคเป็นความผิดพลาดของ กกต. และวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่า สูตรนี้มีความเป็นไปได้น้อย เพราะหากศาลวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ อันขัดหรือแย้งกับ รธน.และ พ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. การเลือกตั้งก็ต้องเป็นโมฆะตามไปด้วย ต้องจัดการออกคะแนนเสียงกันใหม่
4.ศาล รธน.รับคำร้อง และวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เป็นความลับ ขัดกับ รธน.และกฎหมายการเลือกตั้ง ต้องจัดให้มีการลงคะแนนเสียงใหม่ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์
5.ศาล รธน.รับคำร้องและวินิจฉัยว่า การพิมพ์บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ จึงให้ลงคะแนนเสียงใหม่เฉพาะในระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนระบบเขตที่ใช้คิวอาร์โค้ดไม่มีผลทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ เพราะป้องกันความลับได้รัดกุมกว่า
ส่วนจะมีสูตรอื่น-ผลคำวินิจฉัยของศาล รธน.นอกจาก 5 แนวทางข้างต้นได้หรือไม่ ดูแล้วก็อาจมีได้
คำร้องคดีนี้ของผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงเป็นเผือกร้อนตั้งแต่ต้นปีของศาล รธน. ส่วนว่าผลคำวินิจฉัยจะทำให้หน้ากระดานการเมืองไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงตามมาหรือไม่ ฉากนี้มีระทึก
แต่ลำดับแรก ลุ้นก่อนว่า ศาล รธน.จะพิจารณาคำร้องในวันใด และจะรับคำร้องไว้วินิจฉัยหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก
การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"
'สนธิญา' ยื่นผู้ตรวจการฯ ส่งศาล รธน. ฟันพรรคกล้าธรรม ส่งผู้สมัครมีประวัติจำคุก
“สนธิญา” ร้องผู้ตรวจฯ ชี้ขาด “ธรรมนัส- กก.บห.กล้าธรรม” หลังส่งผู้สมัครขาดคุณสมบัติลงชิงเขต 8 นครศรีธรรมราช ลั่นไม่ได้เตะตัดขาสกัดร่วมรัฐบาล ชี้ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานทุกพรรคเฟ้นหาผู้สมัคร
พลิกเกมคดีฮั้วสว.ล้างไพ่ดีเอสไอ ระวังดาบสองคม“หันทิ่มรัฐบาล”
มติ ครม.วันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา เกิดฟ้าผ่าดังเปรี้ยง เมื่อมีคำสั่งย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ พ้นเก้าอี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งไปลอยแพเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับ 11 ปลอบใจ พร้อมตีตั๋วข้ามห้วยดึง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เสียบเก้าอี้เบอร์ 1 ดีเอสไอแทนแบบไร้รอยต่อ
‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’
‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
ต่ออายุ'ไทยช่วยไทยพลัส 2' ลดค่าครองชีพหรือกู้เรตติ้ง?
คนไทยเฮ! อีกรอบ เมื่อรัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไฟเขียวต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ออกไปอีก 2 เดือน
อธิบดีสรรพากรคนใหม่ ทวงภาษีทักษิณ1.7หมื่นล้าน ผวาซ้ำรอย"เบญจา"คุก2ปี
วิบากกรรมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หมด เพราะแม้พ้นโทษคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 เมื่อ 11 พ.ค.2569 แต่ตอนนี้ยังมีชนักติดหลังอยู่อย่างน้อยที่เห็นก็ 2 เรื่อง

