ดร.สติธร ชี้เวทีอาเซียน-เอเปค คือจุดเปลี่ยนบทบาทไทยบนเวทีโลก ‘อนุทิน’ คืนความเชื่อมั่นประเทศ เดินเกมทูตเชิงรุก ดึงการลงทุน-เสริมความมั่นคงภูมิรัฐศาสตร์

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นประเมินผลการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) และเอเปค (APEC Summit) ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำทีมไทยเข้าร่วมว่า ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนบทบาทเชิงรุกของไทยในเวทีโลกอย่างชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และภาพลักษณ์ประเทศ

ดร.สติธร ระบุว่า การเข้าร่วมครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่คือการวางยุทธศาสตร์นำไทยกลับสู่บทบาทแกนกลางของภูมิภาค ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจ พร้อมเสริมความเชื่อมั่นแก่ประชาคมโลกว่า ไทยพร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือบนพื้นฐานสันติภาพ การเติบโตยั่งยืน และเศรษฐกิจอนาคต

“นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสบนเวทีอาเซียนและเอเปคยืนยันว่าไทยยังเป็นประเทศศูนย์กลางของภูมิภาค พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย นี่คือสัญญาณเชิงบวกที่ประเทศคู่ค้าระดับโลกจับตามอง”

อย่าลืมว่า เอเปคมีความสำคัญมาก ต่อตลาดการค้าโลก การที่ผู้นำไทยพบผู้นำประเทศมหาอำนาจและนักลงทุนรายใหญ่ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างมีนัยสำคัญ เปิดทางให้เกิดข้อตกลงด้านการค้า การลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน และเทคโนโลยีขั้นสูง สอดรับนโยบายรัฐบาลดึงดูดทุนต่างชาติและยกระดับเศรษฐกิจไทย

ไทยร่วมผลักดันประเด็นยุทธศาสตร์ เช่น การเชื่อมโยงดิจิทัล พลังงานสะอาด เศรษฐกิจสีเขียว การพัฒนาทักษะแรงงานในเศรษฐกิจใหม่ ถือเป็นการต่อยอดจากที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพผลักดันโมเดล BCG และช่วยเตรียมไทยสู่อนาคตเศรษฐกิจยั่งยืน

ดร.สติธรระบุว่า นายกรัฐมนตรีใช้การทูตอย่างมีชั้นเชิง ทั้งเวทีรวมและการหารือรายประเทศ สร้างดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจ และเสริมความมั่นคงภูมิภาค ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนขึ้น การแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในเวทีโลก สะท้อนว่าไทยคือประเทศที่เปิดกว้าง พร้อมเดินหน้าตามกติกานานาชาติ ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นระยะยาว ทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน และประชาคมโลก

“แม้ผลบางอย่างอาจไม่เกิดทันที แต่ทุนทางความเชื่อมั่นที่สะสมจากเวทีนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว”

ดร.สติธรทิ้งท้ายว่า โอกาสมหาศาลครั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายต่อเนื่อง เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อให้ไทยเก็บเกี่ยวประโยชน์ได้เต็มที่

“รัฐบาลเปิดประตูไว้แล้ว ที่เหลือคือการเดินต่ออย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหากทำได้ ไทยจะก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำภูมิภาคอย่างแท้จริง”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯเคลียร์! ปม‘ไทย-เขมร’ เชื่อมั่นกองทัพ

"อนุทิน" เผยเหตุไม่สงบชายแดนเคลียร์จบแล้ว ยันไม่มีการยิงต่อเนื่อง ชี้ผู้บังคับบัญชาแนวหน้ามีสิทธิเจรจา แต่ไม่ควรเกิดบ่อย ย้ำกองทัพไทยเข้มแข็ง ด้าน ผบ.ทสส.บุกอรัญประเทศ ตรวจเยี่ยมกองกำลังบูรพา

'อนุทิน' ลุยหาเสียงตลาดครุใน แฟนคลับแน่นแห่ถ่ายรูป อวยพรให้เป็นนายกฯอีก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางต่อมายังตลาดครุใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยเมื่อเดินทางถึงตลาด นายอนุทิน เดินทักทายแม่ค้าภายในตลาด โดยแม่ค้าร้านขายผัก บอกว่า“ตัวจริงเสียงจริง ใครมาตลาดครุในได้ทุกคน”

'อนุทิน' ฉะ 'เต้น ณัฐวุฒิ' ตลกหน้าม่านชอบสร้างวาทกรรม ไม่รู้เอาใจใครหวังได้ตำแหน่ง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการปราศรัยใหญ่ที่สวนลุมพินี ซึ่งมองกันว่าเป็นการปราศรัยที่ดุเดือด ว่า ก็เป็นการปราศรัยปกติ ในจุดที่เป็นเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทยที่จะปักธงให้ได้

นายกฯ ยันเคลียร์จบแล้ว เหตุกัมพูชายั่วยุทหารไทย ไม่มียิงต่อเนื่องแต่อย่าเกิดขึ้นบ่อย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารกัมพูชายิงลูกระเบิด M79 มายังฝั่งประเทศไทยว่า ได้รับรายงานแล้ว และทั้งหมดเป็นไปตามข่าวที่กองทัพได้เผยแพร่ ซึ่งเสนาธิการทหารบกได้รายงานให้ทราบเมื่อ

ทส. ลงพื้นที่นครสวรรค์ ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาบึงบอระเพ็ด มุ่งยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของประเทศ

พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ด

'อนุทิน' ลั่นภูมิใจไทยเป็นของคนไทย 100% ใครอยากได้นายกฯที่เขมรต้องการ ก็ไปเลือก 2 พรรคนั้น

"อนุทิน" นำทัพใหญ่เปิดปราศรัยเวที กทม. ครั้งแรก ออกตัวพูดในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ใช่นายกฯ ชี้แนวทางปกป้องอธิปไตยตัวเองกับหลานอังเคิลคนละแนวทาง ชี้ ยึด 4 คำสั่งประชาชน ลั่นไม่ต้องเกรงใจใครแม้แต่ “แด๊ดดี๊ในประเทศ” บอกใครอยากได้ผู้นำที่เขมรเลือกให้ เชิญเลือกอีก 2 พรรคนู้น! ย้ำภูมิใจไทยคือ รัฐบาลของคนไทย 100% พร้อมปกป้องประเทศและสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต ยันใครคิดแก้ ม.112 ไม่มีทางสำเร็จ เพราะมี 37 ! ขอประชาชนช่วยพา "ไอ้หนู" กลับมานำประเทศ สร้างมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่ให้ใครกดขี่ข่มเหง เหน็บคนกล่าวหาคลั่งชาติ บอกจะคลั่งให้บ้าไปเลย