
กิจกรรม “เติมพลังใจ” สร้างการเรียนรู้ความปลอดภัยทางถนนแก่เด็กนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อยกระดับมาตรฐาน “รถรับส่ง-คนขับ” สร้างการเรียนรู้ ป้องกันเหตุซ้ำรอย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สานพลังเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต-ภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “เติมพลังใจ สร้างพลังความปลอดภัยทางถนน” สร้างการเรียนรู้ให้นักเรียนตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนน

นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า จากเหตุเพลิงไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยา จ.อุทัยธานี บนถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณตรงข้ามพหลโยธิน 72 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2567 ขณะพาครูและนักเรียนรวม 44 คน เดินทางไปทัศนศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก สสส. จึงร่วมกับเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต เครือข่ายพลังผู้สูญเสียทางถนน และภาคีเครือข่าย ร่วมออกแบบกิจกรรมเสริมพลังใจและสร้างการเรียนรู้ให้กับนักเรียนและชุมชน เพื่อเยียวยา ฟื้นฟูจิตใจ และเพิ่มทักษะการดูแลตัวเองขณะเดินทาง กิจกรรมเน้น “องค์ความรู้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน” ครอบคลุมการข้ามถนนอย่างปลอดภัย การสังเกตป้ายจราจร การสวมหมวกนิรภัย และการคาดเข็มขัดนิรภัย ตลอดจนการเรียนรู้ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้บุหรี่ไฟฟ้า พร้อมเปิดพื้นที่ส่งต่อกำลังใจให้คุณครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคนในชุมชน เพื่อร่วมกันก้าวผ่านความสูญเสีย และสร้างวัฒนธรรมการเดินทางที่ปลอดภัยมากขึ้น

“สสส. ให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะนักเรียนที่ต้องเดินทางไป-กลับระหว่างบ้านกับโรงเรียนเป็นประจำ จึงเร่งผลักดันมาตรการและมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งรถรับส่งนักเรียน รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ควบคู่กับการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยและวินัยจราจรในสถานศึกษา โดยย้ำว่าความปลอดภัยเป็น ‘สิทธิขั้นพื้นฐาน’ ของเด็ก และเป็น ‘หน้าที่ร่วมกันของผู้ใหญ่ทุกคน” นางก่องกาญจน์ กล่าว

นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า เรายังเห็นความโศกเศร้าและความสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา จึงได้ร่วมกับทางโรงเรียนจัดกิจกรรมเติมกำลังใจให้กับครู ผู้ปกครอง และคนในชุมชน ควบคู่กับการสร้างการเรียนรู้เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้กับนักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้บทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแรงผลักดันในการเสริมสร้างความปลอดภัยทางถนน และพัฒนาทักษะดูแลตัวเองเมื่อจำเป็นต้องเดินทาง ผ่านฐานกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ทั้งเรื่องการสังเกตและทำความเข้าใจป้ายจราจร ความสำคัญของการสวมหมวกกันน็อก การข้ามถนนอย่างปลอดภัยผ่านทางม้าลาย รวมถึงฐานความรู้เรื่องพิษภัยและความเสี่ยงจากการดื่มแอลกอฮอล์และการใช้บุหรี่ไฟฟ้า

นายมหาโภคัย ขำกระแส พ่อน้องปูอัด ผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัส กล่าวว่า ตลอด 1 ปีหลังเกิดเหตุ ผู้ปกครองยังคงอยู่กับความเศร้า โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้นอีก ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกสูญเสีย พร้อมมองว่า “อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ป้องกันได้” หากมีการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องสภาพรถและอุปกรณ์สำคัญ การลดความเสี่ยงต้องอาศัยความรับผิดชอบและจรรยาบรรณของทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าของรถ เจ้าของอู่ คนขับรถ เจ้าหน้าที่ขนส่ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้มาก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หลายครั้งเมื่อเกิดเหตุร้ายแรงมักมีการพูดถึงแนวทางแก้ไขแบบเฉพาะหน้า ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็กลับเหมือนเดิม

กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การให้ความรู้ แต่คือการส่งต่อกำลังใจแก่ผู้สูญเสีย และย้ำว่า “ความปลอดภัยคือสิทธิพื้นฐานของเด็ก และเป็นหน้าที่ร่วมกันของผู้ใหญ่ทุกคน” เพื่อให้เด็กทุกคนเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มั่นคง เดินทางไป–กลับโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ
แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป
'ภาษีบาป' เดือด! 4 ร่างกฎหมายจุดศึก รื้อเงินบำรุง-หนุนค้านโต้กันยับ
ร่างกฎหมายรื้อระบบ “ภาษีบาป” จุดกระแสถกเถียง “ศุภชัย” ยันไม่ยุบ 4 องค์กร แค่เปลี่ยนเงินเข้าสู่ระบบงบ
โฆษกรัฐบาลยันไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน แค่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ
โฆษกรัฐบาล โต้ปมเงินเหล้า–บุหรี่ ย้ำไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน–ตัดภารกิจ แต่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ ชี้ร่างกฎหมายยังไม่บังคับใช้ มุ่งโปร่งใส–วินัยการคลัง
'ป้ามล' แฉยับภาครัฐขอใช้งบ สสส. มากกว่าเอ็นจีโอ
นางทิชา ณ นคร (ป้ามล) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใน คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข
ไม่เข้าใจหรือตั้งใจบิดเบือน! 'เอกภพ' ซัดกลุ่มค้านแก้กฎหมายดึงภาษีบาปเข้าคลัง
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณี ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง 4 กองทุนรัฐ "ThaiPBS-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ" โดยยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากสุราและยาสูบเข้ากองทุนโดยตรง
นายกฯ ไม่ตอบปมแก้กฎหมายภาษีบาป บอกวันนี้คุยเรื่องภัยพิบัติ
นายกฯ ปฏิเสธตอบคำถามปมเสนอแก้กฎหมาย สสส. ยกเลิกเงินบำรุงจากสุราและยาสูบ ระบุสั้นๆ วันนี้มาประ

