
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. จ.ชัยนาท เขต 1 เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ ต.พระยาบันลือ อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วยนายจิรทัศ ไกรเดชา ผู้สมัคร สส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 5 เบอร์ 6 หาเสียง
โดยชูนโยบาย ประกันกำไรพืชผลการเกษตรให้ 30% ป้องกันไม่ให้ขาดทุน และมีเป้าหมายดันราคาข้าวให้เพิ่มขึ้น คือ ข้าวขาว 10,000 บาท/ตัน ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน เน้นให้พี่น้องเกษตรกรมีเงิน
นอกจากนี้ยังมีนโยบายปลดหนี้ ใครมีหนี้ 200,000 บาท จ่ายแค่ 10% ปิดจบล้างหนี้ คนวัยเกษียณหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท ล้างหนี้ให้เลย ใครเป็นหนี้นอกระบบให้กู้ 50,000 บาท เพื่อปิดหนี้นอกระบบ ซึ่งเรื่องปากท้องของพี่น้องคนไทยเป็นวาระสำคัญของพรรคเพื่อไทย
และนโยบายพักหนี้เกษตรกร พักต้นและดอก 3 ปี วงเงิน 500,000 บาท ระหว่างพัก ดอกเบี้ยหยุดนิ่ง รัฐจ่ายดอกเบี้ยในช่วงที่พักหนี้แทนเกษตรกร ช่วยเกษตรกรได้ราว 3.5 ล้านบัญชี มูลหนี้กว่า 500,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันมีนโยบายหวยเกษียณ ซื้อหวยแล้วเงินไม่หาย พอถึงอายุ 60 เงินเป็นของเรา /นโยบายบ้านเพื่อคนไทย คนไทยเข้าถึงบ้าน ผ่อนบ้านแบบไม่มีเงินดาวน์เดือนละ 4,000 บาท รัฐจัดให้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนที่มีรายได้น้อย ได้มีโอกาสมีบ้านเป็นของตนเอง /
และอีกหนึ่งนโยบาย คือรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และรถเมล์ติดแอร์ 10 บาท ซึ่งแม้จะถูกตั้งคำถามว่าไม่ใช่นโยบายของคนต่างจังหวัด แต่นโยบายนี้สามารถตอบโจทย์ให้คนต่างจังหวัดที่เข้าไปเรียนและทำงานใน กทม.ได้ และยังสามารถมีเงินเหลือเก็บเพื่อนำไปสร้างอนาคตของตัวเอง หรือผ่อนบ้าน คอนโด
ระหว่างการปราศรัยมีพี่น้องประชาชน ได้สอบถามหาแนวทางให้ผู้มีรายได้น้อย มีโอกาสลืมตาอ้าปาก เช่น เรื่องคนละครึ่ง สำหรับคนที่ไม่มีมือถือ ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้รับตรงนี้ไป /การแก้ปัญหาน้ำท่วม ให้มีศักยภาพมากกว่านี้ ลดผลกระทบที่ชาวบ้านในพื้นที่รับน้ำอย่างเราได้รับ
นายอนุชา ระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายหลายอย่าง ที่พร้อมขับเคลื่อน และผลักดัน เพื่อให้คนที่มีรายได้น้อยได้พ้นจากความลำบาก รวมถึงเป็นนโยบายที่ทำเพื่อคนฐานราก ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ
“ที่ผ่านมามีรัฐบาลใดได้ให้อะไรแก่พวกเราบ้าง มีอะไรที่พวกเราได้บ้างตลอด 20 กว่าปีมานี้ ไม่มีใครที่จะคิดให้คนจนจริงๆ เหมือนกับพรรคเพื่อไทย โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค พวกเราได้ใช้กันทุกคน ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็สามรถใช้ 30 บาทรักษาได้ ทั้งโรคหัวใจ โรคมะเร็งและโรคอื่นๆ และยังมีนโยบายกองทุนหมู่บ้าน ที่เข้าถึงชาวบ้านจริงๆ ทั่วทั้งประเทศ และนโยบายอื่นๆ อีกมากมาย”
ดังนั้นจึงอยากขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนจ.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 ให้เลือกทั้งคน ทั้งพรรคให้ถล่มทลาย เลือกคนให้เลือกเบอร์ 6 เลือกพรรคให้เลือกเบอร์ 9 เข้าไปผลักดันนโยบายเพื่อไทย เพื่อให้เราได้พ้นจากความลำบาก มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เพื่อไทยลุยนนทบุรี ชูนโยบายเกษตร-แก้ฝุ่น ดันกฎหมายอากาศสะอาด
ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ช่วยผู้สมัครนนทบุรีหาเสียง ชูนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร แก้ pm 2.5 เร่งผลักดันร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้บังคับใช้โดยเร็ว อ้อนขอคะแนนเสียงทั้งคน และพรรค เข้าไปพัฒนาพื้นที่ ดันนโยบายเพื่อไทยทำได้
ลลิดา ผู้สมัครส.ส.ภูมิใจไทย กับโอกาสปักธงในกทม.ของพรรคสีน้ำเงิน
สนามเลือกตั้ง "กรุงเทพมหานคร"เมืองหลวงประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งสนามเลือกตั้งที่"พรรคภูมิใจไทย"พรรคแกนนำรัฐบาลคาดหวังไว้มากเช่นกันสำหรับการเลือกตั้งรอบนี้ 8 ก.พ. 2569
เลือกไทยภักดี ไปปราบโจรในสภาฯ
อีกหนึ่งพรรคการเมืองที่คนจับตามองและรอลุ้นกันไม่น้อย สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะได้ สส.บ้างหรือไม่ นั่นก็คือ "พรรคไทยภักดี" ที่มี "นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เป็นหัวหน้าพรรคไทยภักดี"
อนุชา ตระเวนชัยนาท ชูนโยบายเพื่อไทย สร้างความเข้าใจรถไฟฟ้า20บาท ทำให้ลูกหลานมีทรัพย์สินได้
“อนุชา นาคาศัย” ผู้สมัคร สส.ชัยนาท เขต1 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 3 ลุยหาเสียง เน้นย้ำกาเพื่อไทย2ใบ ให้ชนะขาด เพื่อสานต่อนโยบายช่วยให้คนไทยหายจน ทั้งรถไฟฟ้า20บาท ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ล้างหนี้ประชาชนและการสานต่อ 30บาท AI
“อนุชา นาคาศัย” ผู้สมัคร สส.ชัยนาท เขต1 พรรคเพื่อไทย ลงพบปะพี่น้อง ณ ตลาดสดเทศบาลเมืองชัยนาท เน้นย้ำกาเพื่อไทย2ใบ ไปสานต่อนโยบาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณ ตลาดสดเทศบาลเมืองชัยนาท อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย เบอร์3
กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม เรียกร้องคว่ำบาตรทางคะแนนเสียง ต่อพรรคที่มีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาประเทศ
แถลงการณ์กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม เรื่อง: วิกฤตศรัทธาและทางรอดของประเทศไทยในการเลือกตั้ง 8 กมุ ภาพันธ์ 2569

