หลังจาก กกต.ประกาศรับรอง สส.เขตและบัญชีรายชื่อครบ 499 คน ตามเกณฑ์ร้อยละ 95 แล้ว ขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญคือการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายใน 15 วัน โดย สส.ทยอยรายงานตัวต่อเนื่อง และสภาฯ จะประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ เปิดประชุมนัดแรก วาระสำคัญที่ถูกจับตาคือ การเลือกประธานสภาฯ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 12 หรือ 19 มีนาคมนี้
พรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล แม้ยังไม่ประกาศชื่อประธานสภาฯ อย่างเป็นทางการ แต่กระแสการเมืองพุ่งไปที่ “โสภณ ซารัมย์” สส.บุรีรัมย์หลายสมัย คนใกล้ชิดแกนนำพรรค ขณะที่เจ้าตัวยังแบ่งรับแบ่งสู้ ระบุให้รอการตัดสินใจของที่ประชุม
ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่ 1 มีหลายชื่อ ทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก๋า เช่น “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” สส.อ่างทอง “มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช” สส.ลพบุรี, “สนอง เทพอักษรณรงค์” สส.บุรีรัมย์ และ “ศุภชัย ใจสมุทร” สส.บัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติก็เป็นอีกจุดที่ต้องจัดสมดุลภายในพรรค และช่วยงานผลักดันกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศสอดรับนโยบายต่างๆ ที่ต้องการผลักดัน
แม้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันต่อสาธารณะว่ายังไม่เปิดดีลจัดตั้งรัฐบาล ต้องรอเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน
แต่ในทางการเมืองมีการประเมินกันว่า โครงสร้างรัฐบาลถูกวางไว้แล้ว โดยพรรคร่วมที่ถูกระบุชื่อประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 192 เสียง พรรคเพื่อไทย 75 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย และพรรคไทยสร้างไทย พรรคละ 2 เสียง รวมถึงพรรคเล็กอื่นๆ อีกหลายพรรค รวมเสียงประมาณ 292 เสียง
โจทย์ใหญ่จึงตกอยู่ที่การบริหารจัดการโควตารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีการจัดสรรไว้ 14 กระทรวง 19 ตำแหน่ง ท่ามกลางแรงกดดันจากกลุ่มบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามาสังกัดจำนวนมาก ทั้งเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น 60-70 ตระกูล บุคลากรเลือดแท้ของพรรค และทีมคนรุ่นใหม่ในคณะกรรมการบริหารพรรค หากจัดไม่ลงตัว ย่อมเสี่ยงแรงกระเพื่อมภายใน และอาจกระทบเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่ต้นทาง
กระทรวงในความรับผิดชอบของพรรคครอบคลุมตั้งแต่ มหาดไทย การคลัง พาณิชย์ การต่างประเทศ คมนาคม พลังงาน ท่องเที่ยวและกีฬา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม สาธารณสุข วัฒนธรรม ยุติธรรม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไปจนถึงสำนักนายกรัฐมนตรี
รายชื่อที่ถูกวางตัวมีทั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควบมหาดไทย ทรงศักดิ์ ทองศรี, ศศิธร กิตติธรกุล, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, ไชยชนก ชิดชอบ, พัฒนา พร้อมพัฒน์, สุชาติ ชมกลิ่น, สุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล, ซาบีดา ไทยเศรษฐ์, ภราดร ปริศนานันทกุล, ศุภมาส อิศรภักดี, นภินทร ศรีสรรพางค์ รวมถึงชื่อของ วราวุธ ศิลปอาชา และเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่ยังต้องจับตาว่าจะลงเอยที่อุตสาหกรรมหรือพลังงาน ขณะที่ “อนุชา สะสมทรัพย์” ก็เป็นอีกตัวแปรจากกลุ่มบ้านใหญ่ที่ต้องประเมินบทบาท หลังออกมาส่งสัญญาณเรื่องโควตารัฐมนตรีหลัง ได้ สส. นครปฐมมา 4 คน ประกาศแยกตัวจากกลุ่มสุพรรณบุรี
ในอีกด้าน พรรคเพื่อไทย ได้โควตา 8 ตำแหน่ง คาดว่าจะดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ศึกษาธิการ และแรงงาน มีชื่ออย่าง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน ถูกพูดถึง แต่ยังต้องรอดูความชัดเจน โดยเฉพาะกระแสที่ระบุว่ารัฐบาลใหม่ต้องการภาพลักษณ์รัฐมนตรีรุ่นใหม่ และจะยึดหลักเกณฑ์ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญล่าสุดเป็นบรรทัดฐาน
ส่วนเก้าอี้รองประธานสภาฯ คนที่ 2 มีชื่อของ นางมนพร เจริญศรี จากพรรคเพื่อไทย ถูกปล่อยออกมา ท่ามกลางแรงเสียดทานภายในพรรคแดงเอง ขณะที่ 3 ตำแหน่งจะเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเล็ก
ด้าน พรรคประชาชน ชัดเจนว่าเป็นฝ่ายค้าน ส่วน พรรคกล้าธรรม และ พรรคประชาธิปัตย์ แม้ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่แนวโน้มไม่ร่วมรัฐบาลมีสูง
ทั้งหมดจึงสะท้อนว่า งานของ “อนุทิน” ไม่ใช่เพียงการรวบรวมเสียงให้เกินกึ่งหนึ่งของสภา เพื่อเลือกนายกฯ และจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ แต่คือการจัดสรรอำนาจให้ลงตัว ระหว่างบ้านใหญ่ คนทำงานเดิม และคนรุ่นใหม่ พร้อมคัดเลือกบุคคลที่มีภาพลักษณ์เหมาะสม ลดจุดเสี่ยงทางการเมือง สังคมตอบรับและไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดรอยร้าวในพรรค
การสัมมนา สส.พรรคภูมิใจไทย 192 คน ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 8-9 มีนาคม จึงถูกมองว่าเป็นมากกว่ากิจกรรมภายในพรรค แต่คือพิธีกรรมทางการเมืองที่จะส่งสัญญาณชัดเจนว่า ใครจะเป็นประธานสภาฯ พรรคใดจะได้ร่วมรัฐบาล และโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะออกมาในทิศทางใด ซึ่งจะเป็นคำตอบว่าการจัดทัพใหญ่ครั้งนี้จะสร้างเสถียรภาพ หรือก่อตัวสร้างแรงสั่นสะเทือน และความขัดแย้งไว้ภายในกันแน่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โสภณ’ปัดยื้อสอบปปช. เปิด‘ครม.เงา’จับผิดรบ.
“อนุทิน” ดอดร่วมวงสื่อทำเนียบฯ ทีมโทรโข่งปั้นรายการใหม่ “คุยให้เคลียร์กับโฆษก”
ฉลุย!ค่าไฟสูตรใหม่ ไม่เกิน500หน่วยถูกลงเคาะรับซื้อโซลาร์2.2บาท
“กพช.” ไฟเขียวปรับโครงสร้างค่าไฟ 200 หน่วยแรก คิดไม่เกิน 3 บาท
กธ.ปรับขบวนทัพ รับสถานการณ์ 'ธรรมนัส' ค้าน ‘ไม่แค้น’
‘พรรคกล้าธรรม’ คือ อาณาจักรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา มาตั้งแต่แรก การขยับขึ้นนำทัพเองในตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรค’ ครั้งล่าสุด จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร
ฟ้าหนุนส้มยื่นสอบปปช.ปล่อยโอ๋
“นายกฯ” พา “รมว.กลาโหมสิงคโปร์” กินโจ๊กเจ้าดังบางรัก เซ็นตั้ง “วีระพงษ์” ผู้แทนการค้าไทย
เคาะอุ้มค่าไฟ3บาท 200หน่วย‘ขั้นบันได’สะดุด กองทุนนํ้ามันกู้2หมื่นล้าน
รัฐบาลเคาะวาระแห่งชาติด้านพลังงาน อุ้มค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
เกมใหม่หลังยกเลิกMOU44 ดึง‘กัมพูชา’เข้ากรอบ‘คนละครึ่ง’
แม้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพด้วยคะแนนสนับสนุนที่ท่วมท้น แถมมีพรรครอร่วมรัฐบาลรอเสียบ แต่การเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน พรรคภูมิใจไทย จึงต้องเดินหน้านโยบายที่ได้หาเสียงไว้ให้เป็นรูปธรรม เช่น คนละครึ่งพลัส (ไทยช่วยไทยพลัส) ผลักดันทหารอาสา ยกเลิก MOU 44 เป็นต้น

