
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์3 จ.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วยหาเสียงให้กับนายอัณณพ อารีย์วงศ์สกุล ผู้สมัครสส. เขต 1 เบอร์ 1 และนางสาวธนภร โสมทองแดง ผู้สมัครสส. เขต 3 เบอร์ 3 โดยปราศรัยจุดแรก ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร อ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นเดินทางไปปราศรัย วัดโพธิ์เผือก ต.บ้านใหม่ และเดินทางไปปราศรัย วัดอินทาราม ต.วัดตะกู อ.บางบาล
นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปปราศรัยอีก 2 พื้นที่ โรงเรียนวัดนางชี ต.บ้านหีบ อ.อุทัย และที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้มีพี่น้องประชาชนมาฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก
นายอนุชาระบุว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้ทำนโยบายสำคัญหลายๆ อย่างสำเร็จแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังจนทำให้คนไทยห่างไกลยาเสพติด,กองทุนหมู่บ้านที่สามารถเข้าถึงชาวบ้านทุกหย่อมหญ้า นำไปต่อยอดความเป็นอยู่ของตนเอง ,หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ otop ที่ทำให้คนในท้องถิ่นนั้นๆ มีอาชีพ นำวัตถุดิบจากพื้นที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์
และนโยบายสำคัญ 30 บาท รักษาทุกโรค ซึ่งเป็นนโยบายที่พี่น้องประชาชนได้ใช้กันทุกคน ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการหาเงินมารักษา ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็สามารถใช้ 30 บาทรักษาได้
และในครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้ยกเครื่องนโยบาย 30 บาทด้วย AI เพื่อยกระดับการรักษาให้สะดวก ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมยกเครื่องปราบปรามยาเสพติด ไม่จบไม่เลิก
นายอนุชา กล่าวว่า ยังมีนโยบายที่ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ได้คิดเพื่อประชาชนฐานรากทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายลดหนี้ประชาชน ใครเป็นหนี้ 200,000 บาทจ่ายเพียง10% , ใครมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ยกหนี้ให้เลย ,หรือผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด นโยบายหวยเกษียณ ซื้อหวยถ้าถูกรางวัลได้เงิน 1 ล้าน ถ้าไม่ถูกรางวัล เงินที่ใช้ซื้อหวยสามารถเก็บไว้เป็นเงินออมตอนเกษียณ ,
นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย-รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท ซึ่งนโยบายนี้พี่น้องต่างจังหวัดหลายๆ คน ยังคงสงสัยว่าจะได้อะไรจากนโยบายนี้ แต่ลูกหลานของเราและพี่น้องต่างจังหวัดที่ไปเรียน ไปทำงานในกทม. มีจำนวนมากได้ใช้อย่างแน่นอน ซึ่งจากเดิมต้องจ่ายค่ารถไปกลับวันละหลายร้อย ทั้งเดือนก็จะจ่ายประมาณ4,000-5,000 แต่ถ้านโยบายรถไฟฟ้า20 บาทตลอดสายเกิดขึ้นจริง การเดินทางไปกลับในแต่ละวันก็จะน้อยลง ทำให้มีเงินเหลือที่ยังสามารถนำไปผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโด หรือมีเงินส่งให้คนทางบ้านได้เพิ่มขึ้น หรือต่อยอดในด้านอื่นๆ ทำให้ลูกหลานมีโอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้น
อีกหนึ่งนโยบายใหม่ที่จะทำให้พี่น้องคนไทยได้มีโอกาส สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน โดยการหมุนเลขลุ้นรวย รางวัลละ 1 ล้านบาท 9 รางวัล 9 คน ทุกวัน โดยแบ่งเป็น 5 รางวัล ลุ้นรางวัลจากเลขใบเสร็จ และอีก 4 รางวัล จากผู้ที่ยื่นแบบภาษีเงินได้ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน และอาสาสมัครที่ขึ้นทะเบียน
“ตนขอโอกาส และคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนให้กับนายอัณณพ อารีย์วงศ์สกุล ผู้สมัครสส. จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 เบอร์ 1 และนางสาวธนภร โสมทองแดง ผู้สมัคร สส.จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 3 เบอร์ 3 ได้เข้าไปยกมือให้ อ.เชน เป็นนายกฯ เพื่อทำงานในสภาฯ เป็นตัวแทนเข้าไปแก้ไขปัญหา และพัฒนาให้คนในพื้นที่ รวมถึงขอคะแนนพรรคเพื่อไทยเบอร์ 9 ให้ อ.เชน แบบชนะขาด ให้ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เข้าไปบริหารเพื่อผลักดันนโยบายของพรรคสู่พี่น้องประชาชนทุกคนให้เกิดความอยู่ดีกินดีของคนทั้งประเทศ“
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่พลาด! พี่ศรี บุก กกต.ร้องสอบ 'เพื่อไทย' นโยบายสุ่มแจกเงิน 9 ล้าน เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้หรือไม่
ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อขอให้สอบสวนและไต่สวนพรรคเพื่อไทย
ชำแหละ! 'พท.' ขายฝัน 'ปั้นเศรษฐีเงินล้าน' เพิ่มภาระ-ส่อขัดรธน.
'นักวิชาการเศรษฐศาสตร์' ชำแหละประชานิยมเพื่อไทย 'เศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน' เพิ่มภาระประชาชน แถมส่อขัดรธน.
'เต้น' บุกโคราชตามบี้เด็กเก่า พท. โวย 'โกศล' ส่งคนอัดเทปปราศรัยร้อง กกต.
‘ณัฐวุฒิ’ บุกโคราชแฉ ‘โกศล’ จะส่งคนอัดเทปปราศรัย ร้อง กกต. บอก มันเก่าแล้วได้ยินแค่เสียง มันไม่เท่ ต้องอัดคลิป เย้ย ย้ายพรรคได้ แต่ ปชช.กาคนใหม่ได้เหมือนกัน ชี้ เป็นครั้งแรกกลุ่มการเมืองโคราชผนึกกำลังกัน อ้อน ขอเหมา 16 เขตให้พรรคใช้นโยบายแก้ปัญหาเข้าไปทำงาน
'กรณ์' ชี้เช็คช่วยชาติ 'ปชป.' ต่างจากสุ่มแจกเงินล้านเพื่อไทย แจงเป็นมาตรการแก้ศก. ไม่ใช่หาเสียง
กรณ์ แจงเช็คช่วยชาติประชาธิปัตย์ ต่างจากนโยบายเพื่อไทย ที่ประกาศหาเสียงด้วยการสุ่มแจกเงินรางวัลหลักล้านบาท
เงินล้านไม่ตรงปก! พท.ส่งกกต.มีแค่นโยบายของขวัญ/จุลพันธ์เพ้อเป็นการลงทุน
“จุลพันธ์” อ้างเต็มปากโครงการสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ไม่ใช่แจกเงิน
‘สมศักดิ์’ ชี้เปรี้ยงเพื่อไทยแจกเงินล้าน ใช้งบ 3.2 พันล้าน สร้างรายได้แสนล้าน!
“สมศักดิ์” ปราศรัยสุโขทัย แจง “สร้างเศรษฐีเงินล้าน” ไม่ได้ใช้งบฟุ่มเฟือย ชี้ใช้งบปีละ 3,285 ล้านบาท แต่สร้างรายได้เข้าประเทศได้ถึง 1 แสนล้านบาท ขณะที่ “ณัฐธิดา” เผยไทยมีเศรษฐกิจใต้ดิน อันดับ 14 ของโลก จะช่วยดึงเงินใต้ดินเข้าสู่ระบบ พร้อมเก็บข้อมูล-วิเคราะห์นโยบายส่งตรงประชาชน

