ปัตตานีระทึก 4 คนร้าย ขี่ จยย. กราดยิง อส.ยะหริ่ง เจ็บ 1 นาย คาดตอบโต้เหตุปิดล้อม-วิสามัญ 2 ราย

คนร้าย 4 คนใช้อาวุธสงครามกราดยิง อส.ยะหริ่ง ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ็บ 1 นาย พบปลอกกระสุนกว่า 10 ปลอก นำไปตรวจหาหลักฐานดีเอ็นเอแฝง พร้อมตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทางคนร้ายใช้ก่อเหตุและหลบหนี คาดฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบกลุ่มเดิมในพื้นที่ อ.ยะหริ่งและพื้นที่รอยต่อ

19 มีนาคม 2569 - จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา คนร้ายจำนวน 4 คน ใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย บริเวณประตูทางเข้าที่ว่าการอำเภอยะหริ่ง หมู่ 1 ต.ยามู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่กำลังเตรียมตัวละหมาด

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ อส.ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 นาย ทราบชื่อคือ อส.มูฮำหมัดฟริดดาวซ์ ถูกสะเก็ดปูนบริเวณลำตัว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ อส. ยังคงดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมนำเชือกกั้นพื้นที่ Police Line ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณดังกล่าว เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐาน ส่งผลให้ไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้ และต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน

จากการตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนสงครามกว่า 10 ปลอก ตกอยู่บริเวณทางเข้า เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบความเสียหายบริเวณประตูรั้ว หลังคาป้อม กำแพง และรถจักรยานยนต์ที่ถูกกระสุนปืนหลายแห่ง รวมถึงรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ถูกกระสุนปืนบริเวณกระจกด้านหลังฝั่งขวา 1 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ อส. จำนวน 3 นาย ปฏิบัติหน้าที่ โดย 2 นายอยู่ภายในป้อมยาม ขณะที่ อส.มูฮำหมัดฟริดดาวซ์ นั่งรับประทานอาหารอยู่บริเวณด้านหน้าป้อมฝั่งตรงข้าม

ต่อมา คนร้ายจำนวน 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาจากฝั่งหาดตะโละกาโปร์ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนสงคราม เบื้องต้นคาดว่าเป็นปืน AK และ M16 กราดยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้ อส.ที่อยู่ในป้อมต้องหมอบลงกับพื้นเพื่อหลบกระสุน ขณะที่ อส.มูฮำหมัดฟริดดาวซ์ ได้หมอบและคลานเข้าที่กำบังทันที จึงรอดพ้นจากการถูกยิงโดยตรง ได้รับเพียงสะเก็ดปูนเล็กน้อย

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้าน 2 ราย ที่กำลังกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในบริเวณดังกล่าว โดยรายหนึ่งหมอบลงกับพื้น ส่วนอีกรายวิ่งเข้าหาที่กำบัง ก่อนที่คนร้ายจะเร่งเครื่องหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ เก็บปลอกกระสุนและหัวกระสุน เพื่อนำไปตรวจหาดีเอ็นเอแฝง รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้ก่อเหตุและหลบหนี เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นหน่วยความมั่นคงเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบกลุ่มเดิมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่อำเภอยะหริ่งและพื้นที่รอยต่อ โดยคาดว่าเป็นการตอบโต้หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมและวิสามัญผู้ก่อเหตุไป 2 ราย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยก 'นายอำเภอ' หัวหอกดับไฟใต้ รัฐบาลมอบอำนาจ 14 อำเภอนำร่องชายแดนมาเลเซีย

รัฐบาลให้อำนาจ 14 นายอำเภอชายแดนใต้เต็มที่ “บิํกดุลย์” เผยเป็นหัวหน้าทีมคุม “ทหาร-ตร.-การศึกษา“ เชื่ออำเภอเป็นพื้นที่แตกหัก ย้ำต้องมองภาพสถานการณ์และข้อมูลข่าวเป็นเอกภาพ ทั้ง ส่วนกลาง-จังหวัด-พื้นที่

'กลาโหม' ชูสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์แทนไอโอ ถกแผน 14 อำเภอนำร่องดับไฟใต้

ประชุมแผนปฏิบัติ14อำเภอนำร่อง “ดับไฟใต้” วางเป้าหมาย 5 ด้าน งัด “สื่อสารเชิงยุทธศาสตร์”แทน“ ไอโอ” เน้นทิศทางเดียวกันบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง “บิ๊กดุลย์”ย้ำต้องนำไปใช้แก้ไขปัญหาได้จริง การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์

'พล.ต.เทพพิทักษ์' นำคณะตรวจฐานสุคิริน เตรียมพร้อมก่อนรับตำแหน่ง ผบ.ฉก.นราธิวาส

ฉก.พัน.ร.ที่ 3 ให้การต้อนรับ พล.ต. เทพพิทักษ์ นิมิตร รอง มทภ.1 และคณะฯ ในโอกาสเดินทางมาตรวจภูมิประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ฐานปฏิบัติการพระตำหนักสุคิริน บ.ราษฎร์สามัคคี ต.สุคิริน อ.สุคิริน จว.นราธิวาส

ภาคประชาสังคมชง 'ดับไฟใต้' 16 ข้อ ยึดปชช.ศูนย์กลาง

ดร.อังคาร กาญจนเพชร ประธานสมัชชาพลเมืองพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ เปิดเผยว่า วันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้

ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM

'วรศิษฎ์' ลงนราธิวาส ติดตามเหตุบึ้มรถ อส. สุคิริน เยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ

“อนุทิน” มอบหมาย “วรศิษฎ์” ลงนราธิวาส ติดตามเหตุลอบวางระเบิดรถบรรทุกสมาชิก อส. กำชับดูแลเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียเต็มที่ตามสิทธิทันที พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจ สมาชิก อส. ที่ได้รับบาดเจ็บทุกนาย