สินเชื่อส่วนบุคคล VS เงินด่วนบัตรเครดิต เลือกทางไหนตอนช็อต ?

ในช่วงเวลาที่สภาพคล่องทางการเงินสะดุด หรือมีเหตุฉุกเฉินให้ต้องใช้เงินก้อน การมองหาตัวช่วยทางการเงินเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่คำถามโลกแตกที่มักตามมาคือ “ควรใช้วิธีไหนดี?” ระหว่างการเดินไปที่ตู้ ATM แล้วกดเงินสดจากบัตรเครดิตที่มีอยู่ หรือการยื่นเรื่องขอสินเชื่อส่วนบุคคลก้อนใหม่

แม้ทั้งสองอย่างจะเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค (Consumer Loan) เหมือนกัน แต่ในมุมมองของโครงสร้างดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกผิดประเภทอาจทำให้หนี้ก้อนเล็กกลายเป็นภาระก้อนโตในระยะยาวได้

  1. เงินด่วนจากบัตรเครดิต

การกดเงินสดจากบัตรเครดิต (Cash Advance) คือความสะดวกขั้นสูงสุด เพียงแค่มีบัตรและรหัส ก็สามารถเบิกถอนเงินสดจากวงเงินคงเหลือได้ทันทีที่ตู้ ATM แต่ความสะดวกนี้มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั่วไป

โครงสร้างค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย:

  • ค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสด (Cash Advance Fee): ทันทีที่กดเงินออกมา จะถูกคิดค่าธรรมเนียม 3% ของยอดที่กด บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ของค่าธรรมเนียมนั้น ตัวอย่างเช่น กดเงิน 10,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียมทันทีประมาณ 321 บาท
  • ดอกเบี้ยเดินรายวันทันที: หลายคนเข้าใจผิดว่าบัตรเครดิตมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย (Grace Period) เหมือนตอนรูดซื้อของ แต่สำหรับการกดเงินสด ดอกเบี้ยจะเริ่มเดินตั้งแต่วินาทีแรกที่กด จนกว่าจะชำระคืนครบทั้งจำนวน โดยอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันมักอยู่ที่สูงสุดตามกฎหมายกำหนด (ประมาณ 16% ต่อปี)

เหมาะกับสถานการณ์ไหน ?

เหมาะสำหรับ “ยอดเงินน้อย และคืนไว” เช่น ต้องการใช้เงินสดฉุกเฉินหลักพันบาท และมั่นใจว่าจะคืนได้ทั้งหมดภายในไม่กี่วัน หรือทันทีที่เงินเดือนออก การกดบัตรเครดิตจะคุ้มค่ากว่าการไปเสียเวลาทำเรื่องกู้ใหม่

  1. สินเชื่อส่วนบุคคล

สินเชื่อส่วนบุคคลในที่นี้ หมายถึงสินเชื่อแบบรับเงินก้อนโอนเข้าบัญชี (Term Loan) โดยผู้กู้จะทำสัญญาผ่อนชำระเป็นรายเดือนเท่าๆ กัน ในระยะเวลาที่กำหนดชัดเจน (เช่น 12, 24 หรือ 36 เดือน)

โครงสร้างค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย:

  • อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate): ดอกเบี้ยจะถูกคิดจากเงินต้นคงเหลือ ยิ่งผ่อนไปเรื่อยๆ เงินต้นลดลง ดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็จะลดลงตาม
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมเบิกถอน: ส่วนใหญ่สินเชื่อส่วนบุคคลจะไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าหรือค่าธรรมเนียมการโอนเงินก้อน (ยกเว้นค่าอากรแสตมป์เล็กน้อย)
  • ดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำกว่า: หากมีประวัติเครดิตดี สถาบันการเงินมักเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเพดานสูงสุดของบัตรเครดิต โดยเฉพาะวงเงินอนุมัติที่สูงขึ้น ดอกเบี้ยมักจะถูกลงตามลำดับขั้นบันได

เหมาะกับสถานการณ์ไหน ?

เหมาะสำหรับ “เงินก้อนใหญ่ และต้องการเวลาผ่อน” เช่น ค่าซ่อมบ้าน ค่ารักษาพยาบาล หรือการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต (Debt Consolidation) เพื่อรวมหนี้ เพราะการรู้ยอดผ่อนที่แน่นอนช่วยให้วางแผนการเงินได้ง่ายกว่า และดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาจะถูกกว่าการกดบัตรเครดิตแล้วจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อเปรียบเทียบ

เงินด่วนบัตรเครดิต (Cash Advance)

สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan)

ความเร็วในการได้เงิน

ทันที 

1-3 วันทำการ (ต้องรออนุมัติ)

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า

3% ของยอดกด + VAT 7%

มักจะไม่มี (ฟรีค่าธรรมเนียมจัดการ)

การคิดดอกเบี้ย

เดินรายวันทันทีที่กด

คิดแบบลดต้นลดดอกตามงวดผ่อน

การผ่อนชำระ

อิสระ (จ่ายขั้นต่ำ 5-8% ได้)

ยอดคงที่ทุกเดือน (Fix Installment)

ความเสี่ยง

เสี่ยงเป็นหนี้เรื้อรังหากจ่ายแต่ขั้นต่ำ

เป็นภาระผูกพันระยะยาว

สูตรการตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจกู้ ให้ถามตัวเองด้วยสองคำถามง่ายๆ คือ "ใช้นานแค่ไหน?" และ "คืนได้เมื่อไหร่?"

  1. ถ้าต้องการเงิน 10,000 บาท เพื่อหมุนเวียนและจะคืนสิ้นเดือน -> เลือกกดบัตรเครดิต (ยอมเสียค่าธรรมเนียมแลกความเร็ว และปิดหนี้ทันที)
  2. ถ้าต้องการเงิน 50,000 บาท เพื่อซ่อมรถ และต้องผ่อน 12 เดือน -> เลือกสินเชื่อส่วนบุคคล (ประหยัดดอกเบี้ย และบังคับวินัยการผ่อนที่ชัดเจน)

การเลือกเครื่องมือทางการเงินที่ถูกต้อง ไม่เพียงช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังช่วยรักษาสุขภาพทางการเงินในระยะยาว การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การเป็นหนี้โดยไม่เข้าใจกติกาคือความเสี่ยงที่แท้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไขข้อสงสัย จำนำรถกับสินเชื่อรถแลกเงิน ต่างกันอย่างไร ?

จำนำรถ เป็นคำค้นหาที่หลายคนใช้เมื่อกำลังมองหาวิธีนำรถมาเปลี่ยนเป็นเงินสดแบบเร่งด่วน แต่ในขณะเดียวกัน “สินเชื่อรถแลกเงิน” ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

รวบแก๊งโกงบัตรเครดิต ตระเวนรูดซื้อสินค้า เสียหายกว่า 18 ล้านบาท

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.),  พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) พร้อมเจ้าหน้าที่แถลงข่าวร่วมกันจับกุม

MQDC กางแผนธุรกิจ3 ปี เร่งการขายและโอนปั้นรายได้

MQDC กางแผนธุรกิจ3 ปี เร่งการขาย และโอนโครงการที่แล้วเสร็จมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้จากการรับพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ต่อยอดไปสู่งานพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ