ผู้หญิงไทยยุคใหม่หันพึ่ง "ยาปรับฮอร์โมน" มากขึ้น แพทย์ย้ำต้องเลือกให้เหมาะกับร่างกายแต่ละคน

ฮอร์โมนเพศหญิงเป็นระบบที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์จนถึงวัยหมดประจำเดือน เมื่อใดที่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเสียไป ร่างกายก็ส่งสัญญาณออกมาหลายรูปแบบ ทั้งประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวขึ้นเยอะผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน น้ำหนักขึ้นง่าย หรือแม้แต่ผมร่วง

ข้อมูลจาก American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) ระบุว่า ผู้หญิงมากถึง 80% เคยประสบปัญหาจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และหนึ่งในทางเลือกที่แพทย์นิยมใช้ก็คือ ยาปรับฮอร์โมน หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมน ซึ่งมีคุณสมบัตินอกเหนือจากการคุมกำเนิดอีกหลายอย่าง

ยาปรับฮอร์โมน ยาคุมกำเนิดเสมอไป

หลายคนเข้าใจว่ายาปรับฮอร์โมนกับยาคุมกำเนิดเป็นสิ่งเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วยาปรับฮอร์โมนครอบคลุมกว้างกว่านั้น ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมที่มีทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเป็นเพียงหนึ่งในยาปรับฮอร์โมนเท่านั้น ยังมียาฮอร์โมนเดี่ยว ยาเลื่อนประจำเดือน และฮอร์โมนทดแทนสำหรับวัยหมดประจำเดือนอีกด้วย

แพทย์อาจพิจารณาสั่งยาปรับฮอร์โมนในกรณีต่อไปนี้ ได้แก่ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ปวดประจำเดือนรุนแรง สิวที่เกิดจากฮอร์โมน (Hormonal Acne) กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) รวมถึงอาการของวัยหมดประจำเดือน เช่น ร้อนวูบวาบและกระดูกพรุน

เลือกยาปรับฮอร์โมนอย่างไร ให้เหมาะกับตัวเอง

เภสัชกรให้ความรู้ว่า ยาปรับฮอร์โมนแต่ละชนิดมีสูตรฮอร์โมนที่แตกต่างกัน จึงให้ผลลัพธ์และผลข้างเคียงไม่เหมือนกัน การเลือกใช้ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน

ปัจจัยแรกคืออาการที่ต้องการแก้ไข ถ้าเป็นเรื่องสิวและผิวมัน แพทย์มักเลือกยาที่มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย (Anti-androgen) แต่ถ้าเป็นเรื่องประจำเดือนผิดปกติ อาจใช้ยาที่เน้นโปรเจสเตอโรนเป็นหลัก ปัจจัยถัดมาคือโรคประจำตัว ผู้ที่มีความเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือดอุดตัน ไมเกรนชนิดมีออร่า หรือโรคตับ อาจไม่เหมาะกับยาที่มีเอสโตรเจน และต้องเลือกชนิดฮอร์โมนเดี่ยวแทน นอกจากนี้ ไลฟ์สไตล์ก็สำคัญ บางคนไม่ถนัดกินยาทุกวัน อาจเหมาะกับรูปแบบอื่นมากกว่า เช่น ยาฉีด แผ่นแปะ หรือยาฝัง

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ควรซื้อยาปรับฮอร์โมนกินเองโดยไม่ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะยาที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่ง ผู้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับยาปรับฮอร์โมนแต่ละประเภทว่าเหมาะกับอาการแบบไหน สามารถศึกษาจากแหล่งข้อมูลที่อ้างอิงหลักวิชาการได้

สัญญาณเตือนที่ควรไปพบแพทย์

แม้ว่าความผิดปกติของฮอร์โมนจะเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป แต่มีบางสัญญาณที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ได้แก่ ประจำเดือนขาดหายไปติดต่อกันมากกว่า 3 เดือนโดยไม่ได้ตั้งครรภ์ มีเลือดออกผิดปกตินอกรอบเดือน ปวดท้องน้อยรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิต มีขนขึ้นมากผิดปกติบริเวณใบหน้าและลำตัว หรือสิวรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะ PCOS โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือปัญหาต่อมไทรอยด์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์

แนวทางดูแลสมดุลฮอร์โมนเบื้องต้น

นอกเหนือจากการใช้ยา ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ดูแลสมดุลฮอร์โมนผ่านการปรับพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย เริ่มจากการนอนหลับให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน เพราะการอดนอนส่งผลโดยตรงต่อระดับคอร์ติซอลและฮอร์โมนอื่นๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที จัดการความเครียด และรับประทานอาหารที่หลากหลาย เน้นไขมันดี โปรตีน และผักใบเขียว

ทั้งนี้ ใครที่สงสัยว่าตัวเองมีปัญหาฮอร์โมนไม่สมดุลและอยากรู้ข้อมูลเบื้องต้นก่อนไปพบแพทย์ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Intimo Life แพลตฟอร์มสุขภาพออนไลน์ที่รวบรวมบทความโดยอ้างอิงจาก WHO, NHS และ Mayo Clinic พร้อมบริการปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประกันสังคมกำชับนายจ้างรายงานค่าจ้างประจำปี 68 ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 69 ผ่าน 2 ช่องทาง ทั้งระบบ e-Wage และสำนักงานทั่วประเทศ

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า นายจ้างควรให้ความสำคัญกับการรายงานค่าจ้างประจำปีกองทุนเงินทดแทน ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่มีผลต่อการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้าง

กัลฟ์ เดินหน้าสานต่อภารกิจสร้างรอยยิ้ม กับโครงการ 'GULF Sparks Smiles ปี 6' ผนึกกำลังทันตะ จุฬาฯ เปิดหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่รักษาฟันฟรีให้กับชุมชนคลองเตย

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ร่วมกับ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สานต่อโครงการ “GULF Sparks Smiles มอบรอยยิ้มสดใสให้ชุมชน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เดินหน้าออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ณ ศูนย์นันทนาการคลองเตย ในวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2569 มุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพช่องปากให้กับประชาชนในพื้นที่เขตคลองเตยและบริเวณใกล้เคียง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

มช. เดินหน้าภารกิจแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างต่อเนื่อง บูรณาการวิชาการสู่การแก้ปัญหา PM2.5 เชิงระบบ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรับมือวิกฤตมลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นระบบ ควบคู่การสื่อสารเชิงรุกและการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อมุ่งสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

รพ.พญาไท 2 ยกระดับศูนย์มะเร็งสตรีแบบองค์รวม เปิด Women’s Cancer Center สร้างความมั่นใจให้ผู้หญิงทุกช่วงวัย

โรงพยาบาลพญาไท 2 เดินหน้าสานต่อพันธกิจ “ส่งมอบประสบการณ์การดูแลรักษาที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น พร้อมยกระดับบริการให้ดียิ่งขึ้น”

พม. จัดพิธีต้อนรับคณะเยาวชนโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ครั้งที่ 49

นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีต้อนรับคณะเยาวชนโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ครั้งที่ 49 ประจำปี 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต้อนรับเยาวชนจากประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ จำนวนกว่า 200 คน

NSM ชวนชมนิทรรศการ "ศาสตร์ ศิลป์ สืบสาน จากภูมิปัญญา สู่ศิลปาชีพ” เทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช. ต.คลอง 5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM กล่าวในการแถลงข่าว “31 ปี NSM จากรากฐานแห่งพระมหากรุณาธิคุณ สู่นวัตกรรมแห่งอนาคต” ว่า ในโอกาสครบรอบ 31 ปีของ NSM ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าชม นิทรรศการ "ศาสตร์ ศิลป์ สืบสาน จากภูมิปัญญา สู่ศิลปาชีพ” ที่ชั้น 1