มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อรับมือวิกฤตมลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นระบบ ควบคู่การสื่อสารเชิงรุกและการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อมุ่งสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยมุ่งผสานองค์ความรู้จากหลายศาสตร์เข้ากับงานวิจัยเชิงลึก เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และกลไกการสื่อสารสาธารณะ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีหลักฐานรองรับ โดยกำหนดทิศทางการทำงานครอบคลุมการพัฒนาระบบติดตามคุณภาพอากาศ การขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงนโยบาย และการเสริมพลังให้ชุมชนมีบทบาทร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
บทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงมิได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตองค์ความรู้ หากยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อผลักดันการลดมลพิษทางอากาศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาวะของประชาชน และการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ในเชิงปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้พัฒนานวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ ระบบติดตามคุณภาพอากาศสำหรับประชาชนผ่าน Line Official Account “Air Quality by CMU (@aircmu)”, สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศมาตรฐาน, เทคโนโลยีโดรนผสาน AI ตรวจจับไฟป่า, แพลตฟอร์ม PM2.5 Big Data และระบบบัญชาการ “Fireman” เพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง การตัดสินใจ และการจัดการสถานการณ์หมอกควันอย่างแม่นยำ
พร้อมกันนี้ ยังมีการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชนและกลุ่มเปราะบาง ผ่านโครงการ CleanAirNET ชุดกล่องลังฟอกอากาศ DIY และการพัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล “FireD” รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูล Baseline ของจุดความร้อนและฝุ่น PM2.5 ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายแบบใช้ข้อมูลเป็นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ
การขับเคลื่อนทั้งหมดอยู่ภายใต้แผนงาน ภายใต้แผนงาน P24 “การลดไฟในป่ากรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ นโยบาย และการสื่อสารเชิงรุก: Air for All” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ตามนโยบายของประเทศ พร้อมต่อยอดสู่แผนนโยบายการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศระยะ 5 ปีของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และตาก เพื่อสร้างต้นแบบการแก้ไขปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค และต่อยอดสู่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยด้านอากาศสะอาดให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 603 แห่ง ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันสะท้อนความมุ่งมั่นของ มช. ในการเชื่อมโยงวิชาการ ข้อมูล นโยบาย และพลังของประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่หนุนผู้ประกอบการไทยสร้างนวัตกรรมอาหารสู่ตลาดโลก ร่วมยินดีผลงานบริษัทไทยนิจิคว้ารางวัล 7Innovation Awards 2026
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตอกย้ำบทบาทการนำองค์ความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมไปสร้างประโยชน์แก่ ภาคอุตสาหกรรม หลัง บริษัท ไทยนิจิ อินดัสทรี จำกัด
โปรดเกล้าฯ 'พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล' เป็นอธิการบดี ม.เชียงใหม่ ต่อไปอีกวาระ
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เชิญชวนนักเรียนทั่วประเทศร่วม CMU Open House Online 2026 เปิดบ้านออนไลน์ 22 คณะ เตรียมความพร้อมสู่การศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยสำนักพัฒนาคุณภาพการศึกษา (Office of Educational Quality Development: EQD)
มช. ชูโมเดล “ขยะเป็นพลังงาน” เปลี่ยนของเสียเป็นคุณค่า ลดฝังกลบกว่า 95% มุ่งสู่มหาวิทยาลัยปลอดคาร์บอน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ผ่าน “ศูนย์บริหารจัดการชีวมวลครบวงจร” ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ERDI-CMU) ด้วยแนวคิด “ขยะเป็นพลังงาน” (Waste to Energy)
อบอุ่น! มช.รับน้องรถไฟ ผูกพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้อง
หนึ่งเดียว มช.จัดประเพณีรับน้องรถไฟ มช. 2569 บรรยากาศสุดอบอุ่นส่งต่อรุ่นต่อรุ่น ท่ามกลางการดูแลรุ่นพี่ศิษย์เก่า - ปัจจุบัน
Entaneer Academy มช. เปิดพื้นที่เรียนรู้วิศวกรรมศาสตร์ เสริมนักเรียน ม.ปลาย สะสมหน่วยกิต พร้อมต่อยอดสู่รั้วมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ เปิดรับสมัครผู้เรียนเข้าร่วมโครงการ Entaneer Academy ประจำปี 2569ช่องทางการเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจด้านวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และต่อยอดสู่การประกอบอาชีพวิศวกรในอนาคต ภายใต้แนวคิดการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Education) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยเข้าถึงองค์ความรู้และพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่อง

