
ท่ามกลางวาทกรรมการตลาดที่พยายามทำให้สังคมเชื่อว่า “บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่า เลิกง่ายกว่า และไม่อันตรายเท่าบุหรี่มวน” ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์กลับชี้ไปอีกทางอย่างชัดเจนว่า นิโคตินและสารเคมีในไอระเหยกำลังค่อยๆ ทำลายสมอง ปอด หัวใจ และหลอดเลือด โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนที่ร่างกายยังพัฒนาไม่เต็มที่
สถานการณ์ที่น่ากังวลนี้ทำให้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ และภาคีเครือข่าย เปิดพื้นที่ให้ “เยาวชนนักสื่อสารสุขภาวะรุ่นใหม่” ลุกขึ้นมาส่งเสียงเตือนภัย ผ่านโครงการ Design Hero 2025 : Innovator x บุหรี่ไฟฟ้า (Say No! to e-Cigarettes)
จาก 472 ทีมทั่วประเทศ คัดเลือกเหลือ 16 ทีมสุดท้าย รวมเยาวชน 126 คน เข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะโดยนักออกแบบสื่อมืออาชีพ เพื่อสร้างนวัตกรรมสื่อรณรงค์ใน 4 หมวด ได้แก่ ศิลปะการแสดง คลิปวิดีโอ กราฟิกดีไซน์ และงานศิลปะสร้างสรรค์ เวทีถอดบทเรียนและประกาศรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่อาคารสยามสเคป กรุงเทพฯ พร้อมอัญเชิญถ้วยพระราชทานเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อมอบแก่ผลงานยอดเยี่ยม

นางญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. สะท้อนว่า ปัญหาใหญ่ไม่ใช่แค่การเข้าถึงสินค้า แต่คือ “ความเข้าใจผิด” จากภาพจำที่การตลาดสร้างไว้ เด็กจำนวนมากเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตราย มีกลิ่นหอม และช่วยเลิกบุหรี่ได้ ทั้งที่ข้อเท็จจริงตรงกันข้าม สสส.จึงต้องการให้เด็กสื่อสารกับเด็ก ผ่านภาษาและศิลปะที่เข้าถึงกันเอง เปลี่ยนแนวคิดจาก “ถูกห้าม” เป็น “ไม่อยากใช้”
ข้อมูลเชิงประจักษ์ยิ่งตอกย้ำความน่าห่วง ผลสำรวจ GYTS ปี 2565 โดยกรมควบคุมโรค พบว่า เด็กอายุ 13-15 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.3 เท่า ภายใน 7 ปี ขณะที่ข้อมูลปี 2567 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ชี้ว่าจำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่า 11 เท่า และการสำรวจเยาวชน 40,164 คนทั่วประเทศ พบว่า 61.23% เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ได้ และ 50.2% เชื่อว่าอันตรายน้อยกว่า

ดร.ดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ระบุว่า แม้กฎหมายไทยห้ามจำหน่ายและห้ามสูบ แต่การลักลอบขายยังแพร่หลาย การสื่อสารรู้เท่าทันจึงต้องเดินควบคู่กฎหมาย และเยาวชนต้องเป็นพลังสำคัญในการเตือนกันเอง
ด้านหลักฐานวิชาการ ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า นิโคตินสังเคราะห์ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าดูดซึมเร็ว ระคายคอน้อย และสามารถปรับระดับสูงกว่าบุหรี่มวนหลายเท่า ส่งผลกระทบต่อสมองที่กำลังพัฒนา ทำลายการเรียนรู้ ความจำ สมาธิ และการควบคุมอารมณ์ อีกทั้งเสี่ยงภาวะปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลัน (EVALI) ที่อาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และไอระเหยยังกระทบคนรอบข้าง

ผลงานที่ได้รับถ้วยพระราชทานมาจากทีม Phase X โรงเรียนปรินส์รอแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ นำโดย “ธาม ทำดี” นักเรียน ม.4 กับผลงาน “Decaying Lungs” งานศิลปะในกรอบรูปที่ปั้นอวัยวะสำคัญจากดินเยื่อกระดาษ สื่อถึงความเสื่อมสลายของร่างกายจากบุหรี่ไฟฟ้า และต่อยอดเป็นสื่อปฏิทินใช้ในห้องเรียนได้จริง
ธามเล่าว่า ยิ่งค้นข้อมูลยิ่งเห็นโทษชัด เขาไม่เคยลองสูบ และตั้งใจทำสื่อที่เข้าใจง่าย ใช้สอนได้จริง เพื่อเตือนเพื่อนวัยเดียวกันให้เห็นภาพอันตรายที่ซ่อนอยู่หลังควันหอม

บรรยากาศภายในงานถูกออกแบบให้เป็น “พื้นที่เรียนรู้มีชีวิต” ผู้เข้าร่วมสามารถเดินชม ทดลอง และพูดคุยกับเจ้าของผลงานได้โดยตรง แต่ละบูธไม่ใช่เพียงนิทรรศการ หากเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดระหว่างเยาวชน ครู ผู้ปกครอง และภาคีสุขภาพ เพื่อร่วมกันตั้งคำถามว่า เหตุใดบุหรี่ไฟฟ้าจึงแทรกซึมในชีวิตเด็กได้ง่ายเช่นนี้
หลายทีมใช้ภาษาภาพ เสียง และศิลปะการแสดง บางทีมทำคลิปสั้นจำลองสถานการณ์ในห้องเรียน บางทีมออกแบบโปสเตอร์สะดุดตา และบางทีมใช้ศิลปะจัดวางให้ผู้ชม “รู้สึก” ถึงความเสื่อมของอวัยวะ มากกว่าการอ่านข้อความยาว วิธีคิดเหล่านี้สะท้อนว่า เด็กเข้าใจดีว่าเพื่อนวัยเดียวกันรับสารแบบใด และอะไรที่จะทำให้ “หยุดคิด” ได้จริง
บทเรียนสำคัญจากโครงการพบว่า เยาวชนจำนวนไม่น้อยยอมรับว่า ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม พวกเขาเองก็เคยเข้าใจผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า แต่เมื่อได้ค้นข้อมูลเชิงลึก พูดคุยกับแพทย์ และอ่านงานวิจัย ความเชื่อเดิมก็ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง กระบวนการนี้ทำให้ “ผู้ผลิตสื่อ” เปลี่ยนตัวเอง ก่อนจะไปเปลี่ยนคนอื่น
ครูหลายโรงเรียนที่มาร่วมงานสะท้อนตรงกันว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป พบทั้งการลักลอบนำพอตเข้ามาในห้องเรียน แอบสูบในห้องน้ำ และการชักชวนเพื่อนให้ทดลอง เพราะเชื่อว่า “ไม่อันตราย” และ “ไม่ติด” ภาพจริงเหล่านี้ทำให้ครูต้องมองหาวิธีสื่อสารใหม่ที่เข้าถึงนักเรียนมากขึ้น
ผู้ปกครองที่ร่วมงานจำนวนมากยอมรับว่า ภาพจำเรื่อง “ควันน้อย กลิ่นหอม” ทำให้ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป เวทีนี้จึงไม่ได้สื่อสารกับเด็กเท่านั้น แต่ส่งสารไปถึงครอบครัว
หนึ่งในไฮไลต์คือการสาธิตสื่อการสอนจากผลงานเยาวชนที่หยิบไปใช้ในห้องเรียนได้ทันที ทั้งโปสเตอร์ เกมการเรียนรู้ คลิปวิดีโอ และงานศิลปะ ช่วยให้ครูเปิดบทสนทนาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่แค่รางวัล แต่คือการสร้าง “คลังสื่อ” ให้โรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศนำไปใช้ต่อยอด ลดช่องว่างระหว่างความรู้เชิงวิชาการกับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
หลายผลงานยังออกแบบให้เหมาะกับโซเชียลมีเดีย เช่น คลิปแนวตั้ง อินโฟกราฟิก และสติกเกอร์ เพื่อให้สารเตือนภัยเดินทางไปในพื้นที่ที่เยาวชนใช้เวลามากที่สุด
เสียงจากเยาวชนผู้เข้าร่วมสะท้อนตรงกันว่า สิ่งที่ได้มากกว่ารางวัล คือความภูมิใจที่ได้ทำบางอย่างเพื่อสังคม และได้เรียนรู้ว่าศิลปะและการสื่อสารสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมคนได้จริง
เวทีนี้จึงไม่ใช่เพียงการประกวด แต่คือการขยับวิธีคิดของสังคม จากการรับสารโฆษณา สู่การตั้งคำถาม จากความเชื่อผิดๆ สู่ความเข้าใจที่ถูกต้อง และจากการถูกชักจูง สู่การลุกขึ้นปกป้องตนเองและคนรอบข้าง
เมื่อเยาวชนลุกขึ้นมาพูดเรื่องนี้ด้วยภาษาของเขาเอง เสียงเตือนภัยบุหรี่ไฟฟ้าจึงทรงพลังยิ่งกว่าคำสั่งห้ามใดๆ และอาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สังคมไทยหยุดวงจร “สูบก่อน รู้ทีหลัง” ได้ในที่สุด
เพราะการป้องกันที่ยั่งยืน อาจไม่ใช่คำสั่งจากผู้ใหญ่ แต่คือความเข้าใจที่เกิดจากใจของเด็กเอง ว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่แฟชั่น และไม่ใช่ทางลัดของการเลิกบุหรี่ หากคือภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำลายอนาคตโดยไม่รู้ตัว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส. ย้ำสติคนไทย ‘‘ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง’’
สสส. ผนึกภาคีเครือข่ายทั่วไทย รณรงค์สงกรานต์ 2569 ‘‘ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง’’ ข้อความสั้นๆปลุกสติ หยุดพฤติกรรมเสี่ยง
“เวทีอาหารสุขภาวะ 2569” สสส. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืน ดัน “กินดี กินพอ กินหลากหลาย” รับมือวิกฤตอาหารโลก-ยกระดับนโยบาย-นวัตกรรมระบบอาหารตลอดห่วงโซ่
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่ ห้องไดมอนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านอาหารเพื่อสุขภาวะ จัดงาน “เวทีบูรณาการเครือข่ายอาหาร ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” หรือ Food for Health Forum 2026 ภายใต้แนวคิด
สสส. จัดมหกรรมครอบครัว 2026 ปลุกพลัง ‘‘ใกล้ใจ ไม่ไกลกัน’’
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน “มหกรรมครอบครัว หรือ FAM FESTIVAL 2026” ปีที่ 2
“วิกฤตอาหารนนทบุรี” สู่โจทย์ใหญ่สุขภาพคนเมือง
สถานการณ์ด้านอาหารของจังหวัดนนทบุรีกำลังส่งสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ เมื่อข้อมูลล่าสุดจากสภานโยบายอาหารนนทบุรีสะท้อนภาพ “วิกฤตซ้อนวิกฤต”
'เชียงใหม่' ตัดวงจรผู้ป่วยเสพยาติดซ้ำ ผนึกท้องถิ่น 'ล็อก 1 ปี' ดูแลต่อเนื่อง
สสส. ผนึกท้องถิ่น ชู 9 อำเภอต้นแบบ “ชุมชนล้อมรักษ์” จ.เชียงใหม่ “ล็อก 1 ปี” ป้องกัน – บำบัด ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดต่อเนื่อง ตัดวงจรหวนคืนกลับมาเสพซ้ำ ล้างความรุนแรงมุ่งสร้างชุมชนปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน
ปลุกพลังเยาวชน..เปลี่ยนอนาคตท้องถิ่น 7,800อปท.ออกต้นแบบสร้างสุขภาวะ
ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม

