“สุขภาพดี วิถีล้านนา” สสส. สานพลัง มรอ.-ภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนสุขภาวะภาคเหนือตอนบน

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการกองทุน และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 7 สสส. กล่าวภายหลังลงพื้นที่ศึกษาดูงานภายใต้แผน 13 ด้านการขับเคลื่อนสุขภาวะชุมชน และเยี่ยมชมการทำงานของภาคีเครือข่ายสุขภาวะ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จ.น่าน ว่า สสส. ร่วมกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพตามบริบทพื้นที่ ผ่านกลไกบุคคลและสถาบันการศึกษา เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุมทั้งเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ โดยหัวใจสำคัญของการทำงานในยุคนี้ คือการเปลี่ยนผ่านจากการรับฟังรายงานในห้องประชุมสู่การลงพื้นที่สัมผัส “ของจริง” เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกในวิถีชีวิตและการจัดการสุขภาวะของชุมชนอย่างแท้จริง

“การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมการฯ มุ่งศึกษา 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ 1. การจัดการโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ระดับชุมชน 2. การสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านโมเดลอาหารปลอดภัย 3. การติดตามความพร้อมรับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งสะท้อนการบูรณาการงานวิชาการเข้ากับการทำงานในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง และจะเป็นฐานสำคัญในการกำหนดนโยบายสนับสนุนงานสุขภาวะที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่จริง” รศ.นพ.สรนิต กล่าว

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบผ่าน โดยให้ความสำคัญกับการใช้ “พื้นที่เป็นฐาน” เพื่อให้การแก้ปัญหาสอดคล้องกับบริบทและความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง สำหรับการขับเคลื่อนงานสุขภาวะภาคเหนือตอนบน สสส. มุ่งยกระดับสุขภาวะประชาชนแบบองค์รวมภายใต้แนวคิด “สุขภาพดี วิถีล้านนา” ผ่านการพัฒนาระบบสนับสนุนวิชาการ และเสริมศักยภาพภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัดและภูมิภาค โดยความสำเร็จของ “น่านโมเดล” สะท้อนให้เห็นการนำทุนทางสังคมและวัฒนธรรมชุมชนมาใช้แก้ปัญหาสุขภาวะอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้แนวคิด “กินอาหารเป็นยา” ในพื้นที่ อบต.ป่าคา จ.น่าน การส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและอาหารพื้นถิ่นเพื่อป้องกันโรค NCDs รวมถึงการสร้างกลไกชุมชนรับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 ผ่านความร่วมมือของท้องถิ่น ภาคสาธารณสุข และภาคประชาชน จนเกิดการผลักดันสู่เทศบัญญัติท้องถิ่นและการจัดการเชิงนโยบายในระดับพื้นที่

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ กล่าวว่า ภายใต้แผนพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการอำนวยความสะดวกและเสริมพลังภาคีเครือข่าย ผ่านแนวคิด “TOGETHER WE CAN” ที่เน้นการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยน สร้างความเป็นเจ้าของร่วมกัน และเสริมสมรรถนะภาคีให้สามารถขยายผลได้อย่างเข้มแข็ง โดยมี “ศูนย์ประสานงานและสนับสนุนภาคีระดับภูมิภาค” ซึ่งดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ (มรอ.) เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมประสานภาคีเครือข่ายภาคเหนือตอนบน  กลไกดังกล่าวจะทำหน้าที่ผ่าน 4 มิติหลัก 1. การสื่อสารคุณค่าสุขภาวะ 2.การสร้างระบบข้อมูลองค์ความรู้ 3. การพัฒนาศักยภาพ 4. การเชื่อมประสานภาคี เพื่อยกระดับการทำงานข้ามพื้นที่และข้ามประเด็น พร้อมเดินหน้าสร้างพลังคนรุ่นใหม่ ขยายกลไกสนับสนุนภาคี และถอดบทเรียนความสำเร็จจากพื้นที่ต้นแบบ เพื่อผลักดันสู่การขยายผลเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ

ผศ.ดร.กิตติ เมืองตุ้ม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ กล่าวว่า มรอ. ได้ขับเคลื่อนโครงการ “พัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนวิชาการเพื่อขับเคลื่อนงานสุขภาวะภาคเหนือตอนบน” ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. โดยนำองค์ความรู้และทรัพยากรทางวิชาการมาร่วมยกระดับการทำงานสุขภาวะใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา ลำพูน แพร่ และน่าน ทำให้เกิดการขับเคลื่อน 5 ประเด็นสำคัญ 1. อากาศสะอาด 2. ความมั่นคงทางอาหาร 3. ระบบรองรับสังคมสูงวัย 4. สุขภาพจิต 5. บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกระบวนการ ‘โชว์ แชร์ เชื่อม’ ที่ช่วยสร้างพื้นที่กลางของการเรียนรู้ข้ามพื้นที่และข้ามประเด็น จนนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่จับต้องได้ เช่น มาตรการจัดการฝุ่น PM2.5

ศ.ดร.จักรกฤษณ์ พิญญาพงษ์ ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนวิชาการเพื่อขับเคลื่อนงานสุขภาวะภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับงานสุขภาวะใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ผ่านระบบสนับสนุน 4 ด้าน 1. การเชื่อมโยงฐานข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ 2. การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ 3. การพัฒนาสมรรถนะภาคี 4. ระบบติดตามประเมินผลเพื่อถอดบทเรียนร่วมกัน  ในพื้นที่ อบต.ป่าคา จ.น่าน สามารถบูรณาการงานสังคมสูงวัยเข้ากับความมั่นคงทางอาหารได้อย่างโดดเด่น ผ่านกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุและแนวคิด “กินอาหารเป็นยา” จนเกิดการเปลี่ยนแปลงจากการทำงานเชิงตั้งรับสู่เชิงรุก และผลักดันเข้าสู่เทศบัญญัติท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีการสร้าง “พื้นที่กลาง” ให้ภาคีทุกภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การขยายผลและผลักดันนโยบายสาธารณะที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่อย่างแท้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“เตาปูนโมเดล” พลิกชุมชนสู่เมืองน่าอยู่ สร้างนวัตกรรมลดรายจ่าย ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เทศบาลตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผ่าน “เตาปูนโมเดล” ต้นแบบการจัดการท้องถิ่นที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน

สสส.เผยผลสำเร็จ “โครงการอารักข์สา” สร้างภูมิคุ้มกันเด็กเล็กต้านบุหรี่ไฟฟ้า ครอบคลุม 70 จังหวัด

เด็กไทยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วัยอนุบาล! ทั้งใกล้ชิด และ ได้ลองสูบ “โครงการอารักข์สา” หนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังทักษะชีวิตและการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์

สสส.ชวนเปลี่ยนชีวิต 90 วัน งดเหล้าเข้าพรรษา เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า

สสส. Kick Off แคมเปญ "90 วัน Challenge เก็บแต้มชีวิตที่ดีกว่า" ช่วงเข้าพรรษา สสส. ร่วมกับ สคล. และภาคีเครือข่าย แถลงข่าว โครงการรณรงค์ฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2569

สสส. นำทีมบูรณาการ 5 กองทุน ผนึกกำลังขับเคลื่อน “พื้นที่นำร่วมลำปาง” บูรณาการด้านสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-โลกร้อน ฟื้นฟูแม่น้ำวัง สร้างเมืองสุขภาวะที่ยั่งยืน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ก.ค. 2569 ที่อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง ศาลากลางจังหวัดลำปาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับจังหวัดลำปาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ยึดผลลัพธ์สุขภาพยั่งยืน จัดงบแนวใหม่เพื่อสุขภาวะไทย

สสส. ร่วมกับ มสช. วางแนวทางการลงทุนเพื่อสุขภาพคนไทย เน้นร่วมมือ-จ่ายงบตามผลลัพธ์ ขยายผล 5 นวัตกรรมต้นแบบลงทุนสุดคุ้มไปทั่วประเทศ

สสส. หนุนใช้ "สื่อสร้างสรรค์" ขับเคลื่อนเรื่องเพศและสุขภาพจิต

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)