'แมนฯ ยู' ออกสตาร์ทในลีก 6 เกมแรก ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 40 ปี

เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จาก ไบรอัน เอ็มเบอโม นาทีที่ 73 ทั้งที่รูปเกมดูเป็นรองค่อนข้างเยอะ แถมฝั่ง “ไก่เดือยทอง” ยังมาเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ โรดรีโก เบนตานกูร์ โดนไล่ออกจากสนาม 5 นาทีหลังทีมเสียประตู

อย่างไรก็ตามในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 แนวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้านทานเกมรุกของ สเปอร์ส ไม่ได้ กลายเป็น โดมินิค โซลันกี ทำประตูตีเสมอให้ทีมเยือน 1-1 และเกมจบลงด้วยการเสมอกันไป แบ่งทีมละแต้ม

จากผลงานในเกมนี้ทำให้ทีมมีแค่ 6 คะแนน รั้งอันดับที่ 12 ของตาราง มีแต้มเหนือโซนตกชั้นแค่ 3 คะแนนเท่านั้น และจากข้อมูลจอง สควอกา เผยว่านี่เป็นการออกสตาร์ทฤดูกาลที่แย่ที่สุดหลังผ่านไป 6 เกม นับตั้งแต่ปี 1986

แม้ว่าจะมีเกมเหลืออีก 32 นัดใน พรีเมียร์ลีก แต่ ไมเคิล คาร์ริก กำลังอยู่ภายใต้ความกดดันเป็นอย่างมาก โดยเกมถัดไปพวกเขาจะเจอศึกหนักใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก กับ แอตเลติโก มาดริด กลางสัปดาห์นี้

หลังจบเกม ไมเคิล คาร์ริก โดนแฟนๆ ในสนามโห่ หลังทำได้แค่เสมอกับคู่แข่งที่เหลือผู้เล่น 10 คน ไม่สามารถคว้าสามคะแนนเอาไว้ได้ โดยเจ้าตัวบอกว่าเข้าใจในสถานการณ์ และรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

“มันเป็นเกมที่หลากหลายและผสมปนเปกันไป เราพบว่ามันยากในช่วงออกสตาร์ท ด้วยเหตุหลากหลายทำให้เรายังไม่เข้าที่เข้าทางนัก เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่ท้าทาย” คาร์ริก กล่าว

“แต่ลูกทีมก็ค่อยๆ ปรับตัวและทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในครึ่งหลังผมมองว่าเราทำได้ดีกว่าในทุกด้าน เมื่อเราคุมเกมได้ตามที่ต้องการและอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ”

“เราก็ควรจะรักษามันไว้จนจบเกมได้ เราต้องรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นให้ดี นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เรามาเสียประตูในช่วงท้ายเกมซึ่งส่งผลเสียหายต่อเราอย่างมาก ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว นั่นคือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น”

“ผมไม่คิดว่าเป็นเพราะขาดความมั่นใจหรอก แต่เกมฟุตบอลมันสามารถหลุดมือไปได้ง่ายและรวดเร็วมาก เราสามารถกลับมาสู่เกมและสร้างสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้ตัวเองได้แล้วแท้ๆ ซึ่งนั่นคือหนึ่งในสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุด” เฮดโค้ชปีศาจแดง ปิดท้าย

เพิ่มเพื่อน