'มาโน'เปิดตัว24ช้างศึก เตรียมอุ่นเครื่อง ก่อนลุยชิงแชมป์อาเซียน 2022

ตามที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เตรียมส่ง ฟุตบอลชายทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2022 หรือ AFF Mitsubishi Electric Cup ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2565 - 16 มกราคม 2566 นั้น
 
มาโน โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ได้ทำการคัดเลือก จำนวน 24 คน เพื่อเตรียมทีมเข้าแคมป์ฝึกซ้อม และเข้าร่วมการแข่งขัน AFF Mitsubishi Electric Cup ต่อไป โดยมีรายชื่อนักกีฬา ดังนี้
 
ผู้รักษาประตู
กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล สโมสรราชบุรี เอฟซี
สรานนท์ อนุอินทร์ สโมสรลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด
 
กองหลัง
ธีราทร บุญมาทัน สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ศศลักษณ์ ไหประโคน สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
พรรษา เหมวิบูลย์ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
กฤษดา กาแมน สโมสรชลบุรี เอฟซี
เฉลิมศักดิ์ อักขี สโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี
ศุภนันท์ บุรีรัตน์ สโมสรการท่าเรือ เอฟซี
จักพัน ไพรสุวรรณ สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ สโมสรชลบุรี เอฟซี
 
กองกลาง
สุมัญญา ปุริสาย สโมสรชลบุรี เอฟซี
บดินทร์ ผาลา สโมสรการท่าเรือ เอฟซี
เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ สโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด
สารัช อยู่เย็น สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ศิวกรณ์ เตียตระกูล สโมสรลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด
พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว สโมสรชลบุรี เอฟซี
วีระเทพ ป้อมพันธุ์ สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด
เอกนิษฐ์ ปัญญา สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด
สรรวัชญ์ เดชมิตร สโมสรเคดาห์ ดารุล อามัน เอฟซี (มาเลเซีย)
 
กองหน้า
ธีรศิลป์ แดงดา สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด
อดิศักดิ์ ไกรษร สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด
ปรเมศย์ อาจวิไล สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด
 
สำหรับ นักกีฬาที่มีรายชื่อดังกล่าวจะ ต้องมารายงานตัวที่โรงแรม โนโวเทล รังสิต และทำการฝึกซ้อมที่ สนามซ้อมของสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป
 
ทีมชาติไทย ในฐานะแชมป์เก่า มีโปรแกรมอุ่นเครื่องสองนัดพบกับ เมียนมา และ ไต้หวัน ในวันที่ 11 และ 14 ธันวาคม 2565 เวลา 20.30 น. ที่ ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ถ่ายทอดสดทาง AIS Play ทั้งสองนัด
 
สำหรับ แฟนบอลสามารถซื้อบัตร เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องของทัพช้างศึก ชุดใหญ่ และ U23 ที่ ไทยทิตเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา
การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2022 ทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมกับ ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, กัมพูชา และ บรูไน ซึ่งการแข่งขันจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2565 - 16 มกราคม 2566
 
โดยโปรแกรมการแข่งขันมีดังนี้
20 ธันวาคม 2565 บรูไน พบ ไทย
26 ธันวาคม 2565 ไทย พบ ฟิลิปปินส์
29 ธันวาคม 2565 อินโดนีเซีย พบ ไทย
2 มกราคม 2566 ไทย พบ กัมพูชา
 
รอบรองชนะเลิศ
6-7 มกราคม 2566  นัดแรก
9-10 มกราคม 2566 นัดที่ 2
 
รอบชิงชนะเลิศ
13 มกราคม 2566 นัดแรก
16 มกราคม 2566 นัดที่ 2

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทีมชาติไทยขึ้นอันดับ93โลก หลังคว้าแชมป์กลุ่ม เข้ารอบท้าย'เอเชียนคัพ2027'

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ประกาศผลการจัดอันดับโลก ของฟุตบอลชาย FIFA World Ranking อย่างเป็นทางการ โดย ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ขึ้นมารั้งอันดับ 93 ของโลก

'ฮัดสัน'มั่นใจ'ช้างศึก'ได้เปรียบเติร์กฯ นักเตะเลือกตัวดีสุด ลุย'เอเชียนคัพ'คัดเลือกนัด6

วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว สนามราชมังคลากีฬาสถาน ฝ่ายจัดการแข่งขัน จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันตบอล เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่มดี นัดที่ 6 ที่ ทีมชาติไทย จะพบกับ เติร์กเมนิสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569

ทีมชาติไทยU23ซ้อมเข้ม ก่อนชน'เกาหลีเหนือ'ตัดสินแชมป์ 'อรรถพล'ปลุกทีมต้องพร้อม

วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ สนามซ้อม โอลิมปิก พาร์ค ในเมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ทีมชาติไทย U23 ลงฝึกซ้อมครั้งสุดท้าย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลรายการ CFA Team China International Youth Tournament Xi'an นัดที่สามที่จะพบกับ เกาหลีเหนือ

เปิดเบอร์เสื้อ23ช้างศึก คัดเอเชียนคัพนัดที่6 ชี้ชะตากับ'เติร์กเมนิสถาน'

ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ประกาศหมายเลขเสื้อ นักกีฬาทั้ง 23 คน ที่ทำการแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก นัดที่ 6 พบกับ เติร์กเมนิสถาน ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ภายใต้การคุมทัพของ "แอนโธนี ฮัดสัน" หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอังกฤษ

แข้งทีมชาติได้'รพ.สมิติเวช'ดูแล3ปี ยกระดับสมรรถภาพ'ช้างศึก' สู่มาตรฐานสากล

ฟุตบอลทีมชาติไทย หรือ "ช้างศึก" กำลังอยู่ในช่วงที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปี ล่าสุดทีมชาติไทยไต่อันดับโลกฟีฟ่าขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 96 ของโลก ในการประกาศอันดับโลกเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดในรอบกว่า 16 ปี และยังคงครองตำแหน่งทีมอันดับ 1 ของอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิในระหว่างการเดินทางอันน่าภาคภูมิใจนี้ "สมิติเวช" ยืนหยัดอยู่เคียงข้างทีมชาติไทยอย่างไม่เคยห่างหาย ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 3