กระหึ่มวงการกอล์ฟโลก 'ดิ โอเพ่น'เมเจอร์เก่าแก่สุด 'สิงห์'เป็น'ออฟฟิเชียล เบียร์ พาร์ทเนอร์'

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ประกาศความเป็นแบรนด์ระดับโลกอีกครั้งด้วยการร่วมเป็น ออฟฟิเชียล เบียร์ พาร์ทเนอร์ กับกอล์ฟเมเจอร์รายการที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ดิ โอเพ่น” หรือ บริติช โอเพ่น แชมเปียนชิพ ในฐานะออฟฟิเชียล เบียร์ อย่างเป็นทางการของ ดิ โอเพ่น หรือ official beer of The Open ระหว่างปี 2023-2025

คุณวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกมากมาย กล่าวว่า สิงห์ มีโอกาสร่วมงานกับพาร์ทเนอร์วงการกีฬาระดับโลกมานาน ทั้งสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชลซี และ เลสเตอร์ ซิตี้ การเป็นพาร์ทเนอร์กับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ โมโตจีพี และการเข้าสู่วงการแข่งรถสูตรหนึ่ง หรือ เอฟวัน ซึ่งถือเป็นเบียร์สองแบรนด์แรกที่เข้ามาสนับสนุนวงการแข่งรถเอฟวัน โดยสิงห์ได้เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนทีมแข่งที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก อย่าง ทีมเรดบูล เรซซิ่ง หรือ เฟอร์รารี่ จนถึงทีมระดับตำนานอย่าง อัลฟ่า โรมิโอ ในปัจจุบัน ทำให้สิงห์เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับโลก จนเมื่อปีที่ผ่านมา “ดิ โอเพ่น” ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อเสนอการทำงานร่วมกับเราในฐานะ ออฟฟิเชียลเบียร์พาร์ทเนอร์ จนบรรลุข้อตกลง ในระหว่างปี 2023-2025

 

วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ประกาศร่วมเป็น ออฟฟิเชียล เบียร์ พาร์ทเนอร์ กับกอล์ฟเมเจอร์“ดิ โอเพ่น” หรือ บริติช โอเพ่น แชมเปียนชิพ ในฐานะออฟฟิเชียล เบียร์ อย่างเป็นทางการระหว่างปี 2023-2025 โดยมี รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ นายกสมาคมกีฬากอล์ฟฯ และ จักรพงศ์ ทองใหญ่ ประธานกรรมการบริหารออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ ร่วมงาน

“วันนี้สิงห์ไม่ได้เป็นแบรนด์ที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น เป็นแบรนด์ไทยที่คนทั่วโลกรู้จัก และเข้าไปมีส่วนร่วมในกีฬายอดนิยมหลายๆชนิดที่มีผู้ติดตามทั่วโลก ทำให้แบรนด์สิงห์ และสินค้าของเราได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอังกฤษและทวีปยุโรป ซึ่งน่าจะทำให้ภาพรวมของสินค้าจากประเทศไทยเป็นที่รู้จักและมั่นใจในคุณภาพมากขึ้นด้วย การเข้ามาสนับสนุน ดิ โอเพ่น ซึ่งเป็นกอล์ฟระดับเมเจอร์รายการที่เก่าแก่ที่สุด จัดเป็นครั้งที่ 151 เป็นหนึ่งในรายการแข่งขันกอล์ฟมีแฟนๆกีฬาทั่วโลกเฝ้ารอคอย เหมือนเป็นอีกก้าวสำคัญในการมีส่วนร่วมในวงการกีฬาระดับโลกของสิงห์อีกครั้ง”

นีล อาร์มิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด อาร์แอนด์เอ ผู้จัดการแข่งขัน ดิ โอเพ่น กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า "สิงห์ เป็นเบียร์พรีเมี่ยมของไทยที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา พวกเรารับรู้ว่า สิงห์ เป็นผู้สนับสนุนหลักของวงการกอล์ฟไทยมาตลอด ทั้งในการสร้างนักกอล์ฟระดับอาชีพ รวมถึงสมัครเล่น จนนักกอล์ฟไทยหลายคนประสบความสำเร็จในระดับโลก เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ได้ร่วมงานกับ สิงห์ ในฐานะ ออฟฟิเชียล เบียร์ พาร์ทเนอร์ ของการแข่งขัน ดิ โอเพ่น ตั้งแต่ปี 2023-2025

การแข่งขัน ดิ โอเพ่น หรือ บริติช โอเพ่น แชมเปียนชิพ เป็นหนึ่งในสี่รายการกอล์ฟระดับเมเจอร์ แชมเปียนชิพ ที่ประกอบด้วย เดอะ มาสเตอร์สยูเอส โอเพ่น และ พีจีเอ แชมเปียนชิพ โดย ดิ โอเพ่น เป็นเมเจอร์รายการเดียวที่จัดการแข่งขันนอกสหรัฐอเมริกาและเป็นเมเจอร์รายการที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งจะจัดเป็นครั้งที่ 151 ในปี 2023 ระหว่างวันที่ 20-23 กรกฎาคม 2566 ที่สนามรอยัล ลิเวอร์พูล ในเมืองวีร์รัล แถบเมอร์ซีย์ไซด์ ประเทศอังกฤษ ซึ่ง คาเมเรอน สมิธ นักกอล์ฟจากออสเตรเลียจะลงแข่งขันในฐานะแชมป์เก่า

ดิ โอเพ่น จัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1860 ที่สนามกอล์ฟเพรสต์วิค กอล์ฟคลับ ในประเทศสกอตแลนด์ โดยในช่วงแรกผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็นเข็มขัดชาลเลนจ์เบลต์ (The Challenge Belt) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นถ้วยรางวัลคาเร็ท จั๊ก (Claret Jug) ตั้งแต่ปี 1872 จนถึงปัจจุบัน

กอล์ฟเมเจอร์รายการนี้นับเป็นรายการที่ได้รับความสนใจจากแฟนกอล์ฟและแฟนกีฬาเป็นอย่างมาก การแข่งขันเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมาเป็น ดิ โอเพ่น ครั้งที่ 150 จัดการแข่งขันที่เซนต์ แอนดรูว์ส โอลด์คอร์ส ที่มียอดผู้ชมเข้าสนามตลอดทั้ง 4 วันกว่า 210,000 คน ส่วนวันเซ้อมมีผู้ชม 80,000 คน รวมแล้วมียอดผู้ชม 290,000 คนมากกว่าครั้งที่มีแฟนกอล์ฟเข้าชมมากที่สุด 239,000 คนในการแข่งขันเมื่อปี 2000 ที่เซนต์ แอนดรูว์ส เช่นกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สิงห์'ดัน'ONEลุมพินี' สู่เมกะมวยไทยอีเว้นต์ระดับโลก ถ่ายทอดสด195ประเทศ

“สิงห์” ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะ Global Sports Partnership ต่อสัญญาออฟฟิเชียลพาร์ตเนอร์กับ ONE Championship ต่ออีก 2 ปี (2026-2027) ยกระดับศึก ONE LUMPINEE ให้เป็นมวยไทยระดับ "เมกะอีเว้นต์" ที่ยิ่งใหญ่และทันสมัยที่สุดในโลก พร้อมถ่ายทอดสดศิลปะการต่อสู้ของไทยสู่สายตาแฟนกีฬามากกว่า 195 ประเทศทั่วโลก

'TGR HAAS F1 TEAM' จับมือ'สิงห์' พาร์ทเนอร์ฤดูกาล2026-28

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เดินหน้าย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ไทยระดับโลกในศึกความเร็ว Formula 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ TGR HAAS F1 TEAM 3 ฤดูกาล เตรียมลุยศึกฤดูกาล 2026 เต็มรูปแบบ โดย อาโย โคมัตสึ Team Principle ของทีม พร้อมด้วยนักขับ F1 อย่าง โอลิเวอร์ แบร์แมน และ เอสเตบัน โอคอน บินตรงร่วมงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่หอประชุมใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กรุงเทพฯ

รถแข่งF2–F3ปี2026เดือด 2นักขับไทยสร้างประวัติศาสตร์ 'สิงห์'หนุน'เจม–เติ้น'ลุยศึกฟอร์มูล่า

ก้าวสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย "สิงห์ คอร์เปอเรชั่น" ประกาศสนับสนุน 2 นักขับดาวรุ่งสายเลือดไทย "เติ้น-ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์" และ "เจม-นันทวุฒิ ภิรมย์ภักดี" เตรียมลงสู้ศึกรถสูตรชิงแชมป์โลกรายการ FIA Formula 2 และ FIA Formula 3 แบบเต็มฤดูกาลในปี 2026 ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีนักแข่งไทยลงขับเคี่ยวในรายการระดับรองจาก F1 พร้อมกันถึง 2 รุ่นในซีซันเดียว

'สิงห์'ได้4ผู้ชนะ 'Singha ONE HIT THE RING' บินลัดฟ้าลุยญี่ปุ่นเชียร์'ONE 173'

สิงห์ ในฐานะ ออฟฟิเชียล พาร์ทเนอร์ ของ ONE Championship จัดกิจกรรม "Singha ONE HIT THE RING - UNLEASH YOUR MUAY THAI SKILLS" ให้คนรักมวยไทยประลองทักษะความเร็วและความแม่นยำ ประสบความสำเร็จในการเฟ้นหา 4 ผู้ชนะ ได้แก่ ธีรภัทร์ แท่นกระโทก, โสภณ สิมมา, ศิริกาญจน์ อริยะมงคลสุข และกัลยรัตน์ ธัญวิจิตรสกุล เตรียมพร้อมบินไปชมศึก ONE 173 และให้กำลังใจนักชกไทยติดขอบเวที อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว

'สิงห์'ดึง'ซุปเปอร์บอน-รถถัง-ตะวันฉาย-นาบิล' จัด'Singha ONE Hit The Ring' พา4ผู้ชนะลุ้นONE 173ที่ญี่ปุ่น

สิงห์ ในฐานะ ออฟฟิเชียล พาร์ทเนอร์ กับ วัน แชมเปียนชิพ(ONE Championship) ตอกย้ำกลยุทธ์ “Global Sports Partnership” เปิดตัวกิจกรรม "Singha ONE Hit The Ring" ดึง 4 สุดยอดนักมวยไทยระดับโลก ได้แก่ ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์, รถถัง จิตรเมืองนนท์, ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม และ นาบิล อานาน มาร่วมสร้างกระแสให้แฟนมวยทั่วประเทศได้สัมผัสเสน่ห์ของมวยไทยในรูปแบบใหม่ ผ่านการทดสอบทักษะมวยไทย จำนวน 4 ฐาน ใน 20 ยิมมวยไทยทั่วประเทศ เฟ้นหา 4 ผู้ชนะชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พร้อมบินลัดฟ้าไปเชียร์นักชกไทยติดขอบเวที ONE 173 ศึกการต่อสู้ระดับโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในแมตช์สำคัญที่นักมวยไทยจะไปป้องกันแชมป์โลกด้วย ที่สนามกีฬาอาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568