
ไบรอัน ฮาร์แมน โปรกอล์ฟวัย 36 ปีชาวอเมริกัน ประกาศศักดาคว้าแชมป์เมเจอร์รายการแรกในอาชีพจากศึก ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ที่สนามรอยัล ลิเวอร์พูล กอล์ฟคลับ ประเทศอังกฤษ โดยทำแต้มทิ้งห่างอันดับสองขาดลอย 6 สโตรก ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นพีจีเอทัวร์ รายการที่ 3 ของฮาร์แมน และเป็นนักกอล์ฟถนัดซ้ายคนที่ 5 ที่ชนะรายการระดับเมเจอร์
ตลอดทั้งสัปดาห์ฮาร์แมนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย ก่อนลบคำสบประมาทเข้าป้ายครองถ้วยคลาเร็ต จั๊ก เหนือบรรดาโปรกอล์ฟตัวเต็งมือดังระดับโลกอย่าง จอน ราห์ม, สกอตตี้ เชฟเฟลอร์, รอรี่ แม็คอิลรอย รวมถึงบรู๊ค เคปก้า ซึ่งภายหลังคว้าแชมป์เมเจอร์มาครองได้สำเร็จ ไบรอัน ฮาร์แมน ออกมาแชร์ประสบการณ์ผ่าน Player Blog ระบุมีความเชื่อมั่นตัวเองอยู่เสมอว่าสามารถทำได้ และเสียงดูถูกจากแฟนกีฬากอล์ฟกลายเป็นแรงผลักดันให้เขามุ่งมั่นจนคว้าแชมป์ในที่สุด
ฮาร์แมน เผยว่าผมมีความสุขมาก มันเหมือนฝันเลย เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่ได้ครองถ้วยคลาเร็ต จั๊ก และผมคงจะไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเลย การแข่งขันในช่วงสามวันสุดท้ายยากมาก การทำให้ตัวเองนอนหลับได้ในคืนวันเสาร์ถือเป็นเรื่องใหญ่ และการนอนโดยนำอยู่ 5 สโตรก ก็เป็นเรื่องยากจริงๆ ผมจึงรู้สึกยินดีและมีความสุขมากจริงๆ ที่ตัวเองสามารถรับมือกับความกดดัน และทำได้ดีในสองวันสุดท้าย ซึ่งผมออกสตาร์ตได้แย่ แต่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้
ในการแข่งขันวันสุดท้าย ผมบอกตัวเองต้องไม่ปล่อยให้ความคิดเรื่องการคว้าแชมป์เข้ามารบกวนสมาธิ พอมันแวบเข้ามาในหัว ผมพยายามคิดถึงเรื่องอื่น บอกตามตรงผมไม่ได้คิดถึงการคว้าแชมป์จนกระทั่งเข้าสู่กรีนหลุมสุดท้ายด้วยคะแนนนำห่าง 6 สโตรก
ผมมีความเชื่อมั่นในตัวเองเสมอว่าสามารถคว้าแชมป์เมเจอร์ได้ แต่ก็ต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะมาถึงจุดนี้ อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ย่อท้อต่อเป้าหมายของตัวเอง ตอนนี้ผมอายุ 36 ปี และไม่รู้เหมือนกันว่าจะคว้าแชมป์ได้อีกเมื่อไหร่ ดูเหมือนว่าการแข่งขันระดับนี้โปรกอล์ฟอายุน้อยต่างทำผลงานได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ
โปรกอล์ฟชาวอเมริกันเผยอีกว่า บางครั้งก็สงสัยเหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาคว้าแชมป์ของตัวเองอีกสักที หลังจากทำได้ครั้งหลังสุดเมื่อปี 2017 และยากที่จะรับมือกับเรื่องนี้เช่นกัน มีใครบางคนบอกว่าผมทำผลงานจบใน 10 อันดับแรกมากกว่านักกอล์ฟคนอื่นๆ นับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งผมก็มีโอกาสหลายต่อหลายครั้งที่จะไปถึงแชมป์ เพียงแต่มันยังไม่เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ดังนั้นผมจึงรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างมากๆ ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างไว้ได้ในการแข่งขัน ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ครั้งนี้
โดยหลังจากเสียโบกี้ครั้งที่สองในการแข่งขันรอบสามที่สามในวันเสาร์ มีแฟนกอล์ฟรายหนึ่งเดินผ่านผม พร้อมกับคำพูดสบประมาทว่า “ฮาร์แมน นายไม่มีทางได้แชมป์หรอก” คำดูถูกดังกล่าวช่วยผมได้มากเลยทีเดียว เป็นสิ่งที่ช่วยเติมเชื้อไฟให้มุ่งมั่นพิสูจน์ผีมือว่าผมมีดีพอที่จะคว้าแชมป์ได้ ผมบอกกับตัวเองให้เล่นตามแผน และการเล่นช็อตต่อไปต้องเป็นช็อตที่ดีแน่นอน แต่ด้วยสภาพอากาศและสถานการณ์ในสนาม มันต้องมีช็อตที่แย่เกิดขึ้นด้วย ผมตระหนักดีว่าหากผมสามารถรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ได้ดี ผมก็มีโอกาสคว้าถ้วยคลาเร็ต จั๊ก มาครอง
การคว้าแชมป์ครั้งนี้ ทำให้ผมได้รับสิทธิพิเศษในการกลับมาแข่งขันรายการ ดิ โอเพน อีกนาน และเป็นสิ่งที่ผมเฝ้ารอ เพราะเป็นแฟนตัวยงของศึกเมเจอร์รายการนี้ ผมเติบโตที่รัฐจอร์เจีย และเป็นแฟนกีฬากอล์ฟตั้งแต่เด็ก ครอบครัวของผมมักตื่นแต่เช้ามาดูถ่ายทอดการแข่งขันกอล์ฟ ดิ โอเพน แชมเปี้ยนชิพ ทางทีวี การเติบโตที่รัฐจอร์เจีย ทุกคนจะพูดถึงรายการเดอะ มาสเตอร์ส แต่เมื่อได้มาแข่งขันใน ดิ โอเพ่น ครั้งแรกในปี 2014 มันน่าทึ่งมาก กองเชียร์ก็สุดยอดและทุกคนเข้าใจกีฬากอล์ฟเป็นอย่างดี ผมรู้สึกยินดีที่ได้มาเล่นที่นี่ และตื่นเต้นที่จะได้กลับมาที่นี่อีกเป็นเวลานาน
ในการแข่งขัน 2-3 ครั้งแรก ผมไม่ผ่านการตัดตัว และทุกครั้งก็พลาดการตัดตัวแค่สโตรกเดียว ซึ่งถือว่าผมเล่นได้โอเค เพียงแต่เกร็งไปหรือรีบร้อนเกินไป จนมาปีที่แล้วผมรู้สึกว่าตัวเองเล่นได้ดีขึ้นในสองวันแรก จึงเชื่อว่ามาถูกทางแล้ว และตื่นเต้นกับการแข่งขันปีนี้ ผมคาดหวังว่าจะทำได้ดีกว่าเดิม ผมคิดว่าการแข่งขันรายการเจเนซิส สกอตติช โอเพ่น ช่วยให้ผมมีความพร้อมมากขึ้น และผมก็ทุ่มเทเต็มที่เพื่อทำผลงานได้ดีใน ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ครั้งนี้
ตอนเข้าสู่การแข่งขัน ดิ โอเพ่น สภาพอากาศเป็นเรื่องที่ท้าทายเสมอ ในวันเสาร์คาดว่าอากาศจะแย่ แต่พอลงสนามสภาพอากาศดีทีเดียว จากนั้นในการแข่งขันวันสุดท้าย ผมดูพยากรณ์อากาศ ปรากฎว่าไม่ต่างจากภาพยนตร์เรื่อง อมาเกดอน วันโลกาพินาศ มันแย่และเล่นยากมาก สถิติที่ผ่านมาเมื่อเจอฝนตก ผมไม่เคยเล่นได้ดีเลย ดังนั้นผมจึงรู้สึกภูมิใจที่สามารถตีประคองตัวท่ามกลางสายฝนได้ดีในการแข่งขันครั้งนี้และปิดฉากรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ 70
เมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน ผมพบอุปกรณ์ที่ช่วยทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย และช่วยให้ผมพัตต์ได้ดีขึ้น หลังจากพัตต์ไม่ดีเลยในปีนี้ จนกระทั่งช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าผมพัตต์ได้ดีขึ้นมาก ผมนำอุปกรณ์นี้มาที่สนามรอยัล ลิเวอร์พูล กอล์ฟคลับด้วย
ฮาร์แมน ทิ้งท้ายว่าความสำเร็จจากการคว้าชัยชนะในดิ โอเพน แชมเปี้ยนชิพ คงไม่ทำให้ชีวิติของผมเปลี่ยนไป ผมอาจได้เวลาทีออฟที่ดีขึ้นและให้สัมภาษณ์มากขึ้น แต่ผมมีครอบครัวที่ยอดเยี่ยม มีงานอดิเรกที่ผมชอบมาก มีชีวิตที่สะดวกสบายและผมก็สนุกกับมัน จึงไม่ต้องการให้เปลี่ยนเลย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กอล์ฟไทยทำสำเร็จ กวาด4ทองซีเกมส์ครั้งแรกรอบ10ปี บุคคล-ทีมทั้งชาย ,หญิง
ทีมกอล์ฟไทยกวาด 4 เหรียญทองซีเกมส์เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ทีมชายจบ 33 อันเดอร์พาร์ 831 ทิ้ง อินโดนีเซีย 20 สโตรก ขณะที่ พงศภัค เหล่าภักดี ซิวทองบุคคลชาย ส่วนทีมหญิงสาวไทยจบ 18 อันเดอร์พาร์ 285 ทิ้ง สิงคโปร์ 35 สโตรก ส่วน ปริม ปราชญ์นคร ท้ายสุดท้ายหวด 66 แซงคว้าเหรียญทองบุคคลหญิง
'เฮลล์เกรน'แชมป์'ซาอุดิโอเพ่น' ปิดฤดูกาล'เอเชียนทัวร์2025' 'รัญชนพงศ์'ดีสุดอันดับ5
บียอร์น เฮลล์เกรน โปรกอล์ฟจากสวีเดน หวดรอบสุดท้ายได้อีก 5 อันเดอร์พาร์ 67 จบด้วยสกอร์รวม 23 อันเดอร์พาร์ 265 คว้าแชมป์เอเชียน ทัวร์ เป็นครั้งแรก จากรายการ ซาอุดิ โอเพ่น พรีเซนเต็ด บาย พีไอเอฟ ที่สนามดิรับ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่ รัญชนพงศ์ อยู่ประยงค์ ทำผลงานดีสุดในกลุ่มนักกอล์ฟไทยที่อันดับ 5 ด้วยสกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ 270
นักกอล์ฟไทยนำยกแผง ทั้งประเภททีม–บุคคล จ่อเหมา4เหรียญทองซีเกมส์
การแข่งขันกอล์ฟในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ชิงชัยทั้งหมด 4 เหรียญทอง จากประเภททีมชาย ทีมหญิง บุคคลชาย และบุคคลหญิง แข่งขันระหว่างวันที่ 11–14 ธันวาคม 2568 ณ สนามสยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พาร์ 72 จังหวัดชลบุรี
กอล์ฟซีเกมส์ทีมชายไทยสุดยอด วันเดียว17อันเดอร์ ทิ้งคู่แข่ง11สโตรกนำเดี่ยว
กอล์ฟทีมชาติไทยยังคงเดินหน้าเก็บสกอร์อย่างต่อเนื่องในการแข่งขันกอล์ฟ ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ณ สนามสยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะทีมชายที่ระเบิดฟอร์มในวันที่สอง เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม อย่างน่าประทับใจ
3สมาคมกอล์ฟไทย จับมือยกระดับ 'ไทยแลนด์ โอเพ่น'ชิง7ล้าน
สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย และ ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ จัดการแข่งขันรายการ กอล์ฟ ไทยแลนด์ โอเพ่น ครั้งที่ 53 ชิงเงินรางวัลเพิ่มขึ้นจากเดิม 5 ล้านบาท เป็น 7 ล้านบาท (แชมป์จะได้รับ 1,050,000 บาท) ระหว่างวันที่ 4–7 ธันวาคม 2568 ณ สนามริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ จังหวัดปทุมธานี โดยจะมีนักกอล์ฟเข้าร่วมแข่งขัน 144 คน
'เชาวลิต'เบิ้ลแชมป์ นั่งมือ1ไทยซีเนียร์ รับโทรฟี่'โซโก้ ไจเอ้นท์'ที่ภูเก็ต
เชาวลิต ผลาผล นักกอล์ฟดังจากชลบุรี ป้องกันแชมป์สำเร็จอีกครััง หลังจบรอบวันสุดท้าย ทำอีก 8 อันเดอร์พาร์ 64 รวมสกอร์ 3 วัน 17 อันเดอร์พาร์ 199 คว้าโทรฟี่ และเงินรางวัลอีก 2.4 แสนบาท ในการแข่งขันกอล์ฟอาวุโส รายการ "โซโก้ ไจเอ้นท์ (มาเลเซีย) ซีเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ 2025" จบซีซั่นนี้ยังคว้ารางวัล ไทยซีเนียร์ ทัวร์ ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต อีกรางวัล

