
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าใดนักสำหรับแฟนกีฬากอล์ฟกับสถิติการหวดรอบสุดท้ายของ สกอตตี้ เชฟเฟลอร์ ซึ่งไม่เคยตีสูงกว่าสกอร์ 68 ในการแข่งขันทุกรายการในปีนี้ และโปรกอล์ฟมือหนึ่งของโลกคว้าแชมป์อาร์โนลด์ พาลเมอร์ อินวิเตชันแนล ที่เบย์ฮิลล์ ในสัปดาห์ก่อนลงป้องกันแชมป์ที่เดอะเพลเยอร์ส แชมเปี้ยนชิพ ที่ปอนเต เวดรา บีช ฟลอริด้า
อย่างไรก็ตาม เชฟเฟลอร์ มีสกอร์ตามหลัง ซานเดอร์ ชาฟเลเล่ ถึง 5 สโตรก เมื่อเข้าสู่การแข่งขัน 18 หลุมสุดท้ายของรายการเดอะ เพลเยอร์ส แชมเปี้ยนชิพ และพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยชนะสำเร็จอีกครั้งที่สนามทีพีซี ซอว์กราส โดยทำไป 7 เบอร์ดี้ 1 อีเกิ้ล ปิดฉากที่สกอร์ 64 เป็นสถิติสกอร์ต่ำสุดในการแข่งขันรอบสุดท้ายของแชมป์เดอะ เพลเยอร์ส เทียบเท่ากับที่ เดวิส เลิฟ เดอะ เธิร์ด ทำได้ในปี 2003 และเฟร็ด คัพเพิลส์ ในปี 1996 ทั้งยังทาบสถิติ เฮนริก สเตนสัน ในปี 2009 และจัสติน เลียวนาร์ด ในปี 1998 ในการคัมแบ็คคว้าชัยโดยมีสกอร์ตามหลังมากสุดที่สุดที่สเตเดี้ยม คอร์ส ทีพีซี ซอว์กราส
ไม่เพียงเท่านั้น เชฟเฟลอร์ ยังเป็นนักกอล์ฟคนแรกที่ป้องกันแชมป์เดอะ เพลเยอร์ส แชมเปี้ยนชิพ ได้สำเร็จ โดยเมื่อปีก่อนเขามีสกอร์นำอยู่ 2 สโตรก เมื่อเข้าสู่รอบสุดท้าย และปิดฉากด้วยสกอร์ 69 ก่อนเอาชนะคู่แข่ง 5 สโตรก ขณะเดียวกันเชฟเฟลอร์ ยังเป็นนักกอล์ฟเพียงคนเดียวที่ทำผลงานตลอดการแข่งขันสี่รอบด้วยสกอร์ระดับ 60s สโตรก บนสนามที่แสนท้าทายจากผลงานการออกแบบชิ้นเอกของพีท ดาย ในการแข่งขันทั้งสองปี
ตัวแปรสำคัญที่นำเชฟเฟลอร์สู่ชัยชนะทั้งสองครั้งคือแม่นแฟร์เวย์ แม่นกรีน และพัตต์คม เขามีสถิติ Strokes Gained: Tee to Green +15.88 เป็นสถิติดีที่สุดอันดับ 3 ของตำแหน่งแชมป์รายการนี้ ส่วนอันดับหนึ่งคือ +17.17 ซึ่งเชฟเฟลอร์ ทำได้ในการคว้าแชมป์ปี 2023 โดยรอบสุดท้ายทำได้ +6.47 ก็เป็นสถิติที่ดีที่สุดต่อรอบเช่นกัน
สกอตตี้ เชฟเฟลอร์ ราชาแห่งเบย์ ฮิลล์
ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลอย่างรวดเร็วสำหรับ สกอตตี้ เชฟเฟลอร์ ที่เมื่อไม่นานมานี้เขาตัดสินใจเปลี่ยนพัตเตอร์ โดยโปรกอล์ฟหนุ่มจากเท็กซัส เลือกใช้พัตเตอร์ TaylorMade Spider X ในการแข่งขันรายการอาร์โนลด์ พาลเมอร์ อินวิเตชั่นแนล ที่เบย์ฮิลล์ คลับ แอนด์ ลอดจ์ และมีสถิติการพัตต์ที่เฉียบคม รั้งอันดับ 1 ของสนาม โดยมีสถิติ Strokes Gained: Putting ในรอบสุดท้าย อยู่ที่ +3.892 ซึ่งเขาปิดฉากด้วยสกอร์ 66 คว้าแชมป์ไปครองสำเร็จ และเป็นสถิติ SG: Putting ต่อรอบที่ดีที่สุดของเขา นับตั้งแต่ทำได้ในการแข่งขันรอบที่สอง รายการไชร์เนอร์ส ชิลเดรนส์ โอเพ่น ในปี 2021 และเป็นสถิติดีที่สุดอันดับ 3 ของพีจีเอทัวร์ ในรอบสองปีที่ผ่านมา
ตลอดสัปดาห์ เชฟเฟลอร์ มีสถิติ Strokes Gained: Putting อยู่ที่ 4.347 เป็นสถิติที่ดีที่สุดของเขาในการเล่น 72 หลุม นับตั้งแต่คว้าแชมป์แรกที่รายการ ดับเบิลยูเอ็ม ฟีนิกซ์ โอเพ่น โดยพัตต์ลงทั้ง 17 ครั้งในระยะ 15 ฟุต
เชฟเฟลอร์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วง 9 หลุมสุดท้ายที่สนามเบย์ฮิลล์ ทำได้ 13 อันเดอร์ เป็นสกอร์ต่ำสุดในทุกสนาม เขารั้งอันดับ 6 ของสนามหรือดีกว่า ในส่วนของค่าเฉลี่ย Strokes Gained: Off the Tee, Approach the Green และ Putting และStrokes Gained: Total +12.33
ปีเตอร์ มัลนาติ ยุติการรอคอยที่ยาวนาน 3,095 วัน คว้าแชมป์วัลสปาร์
แน่นอนว่า ปีเตอร์ มัลนาติ คือนักกอล์ฟนอกสายตากหากพูดถึงตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์วัลสปาร์ แชมเปี้ยนชิพ ไม่เพียงเท่านั้น โปรกอล์ฟวัย 36 ปียังมีผลงานผ่านตัดตัวมาเพียง 2 ครั้ง ในการลงเล่น 8 รายการก่อนหน้านี้ และครั้งหลังสุดที่เขาได้แชมป์พีจีเอทัวร์ ก็ต้องย้อนกลับไปปี 2015 รวมระยะเวลา 3,095 วัน
แต่มัลนาติ เอาชนะความท้าทายของสนามคอปเปอร์เฮด คอร์ส ในอินนิสบรูก รีสอร์ท ในการเล่น 3 หลุมสุดท้าย หรือ “Snake Pit” ทำสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ โดยเฉพาะการเก็บเบอร์ดี้ระยะ 6 ฟุต ที่หลุม 17 พาร์ 3 มีความสำคัญมาก เนื่องจากคู่แข่งที่มีสกอร์ใกล้ที่สุดพลาดเสียโบกี้ในหลุมสุดท้าย
โดยก่อนหน้านี้มีเพียง วีเจย์ ซิงห์ ที่ทำสกอร์ได้ดีกว่ามินัลติ ในการเล่นใน Snake Pit คือตี 5 อันเดอร์ เมื่อครั้งคว้าแชมป์รายการนี้ในปี 2004 ขณะเดียวกันมัลนาติ ยังเป็นแชมป์วัลสปาร์ แชมเปี้ยนชิพ คนที่ 6 ที่ไม่เสียโบกี้ในการปิดฉากที่แสนท้าทายของสนาม และทำได้เยี่ยมในหลุมพาร์ 4 โดยเก็บได้ 11 อันเดอร์พาร์ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.69 และเปอร์เซนต์การทำเบอร์ดี้ หรือดีกว่า ในหลุมพาร์ 4 ก็รั้งอันดับ 1 ของสนาม
สตีเฟ่น เยเกอร์ ชื่นมื่นฉลองชัยที่เท็กซัส
สตีเฟ่น เยเกอร์ ทราบดีว่าทำอย่างไรจะตีให้สกอร์ต่ำสุด เพราะเขาเคยตี 58 สโตรก หนึ่งครั้งในการคว้าแชมป์ 6 รายการในคอร์นเฟอร์รี่ และหากโปรหนุ่มวัย 34 ปีจะคว้าแชมป์แรกในพีจีเอทัวร์ ในการเล่น 9 หลุมหลังของการแข่งรอบสุดท้ายรายการเท็กซัส ชิลเดรนส์ ฮิวส์ตัน โอเพ่น โดยร่วมก๊วนเดียวกับมือหนึ่งของโลกอย่าง สกอตตี้ เชฟเฟลอร์ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแต่อย่างใด
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นที่สนามเมโมเรียล ปาร์ก เยเกอร์เข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายในฐานะผู้นำร่วม 5 คน และทำสกอร์ 32 ในช่วง 9 หลุมหลัง คว้าแชมป์ไปครองโดยเฉือนชนะเชฟเฟลอร์สโตรกดียว แต่ก็มีหวาดเสียวเช่นกันเมื่อเชฟเฟลอร์ ที่กำลังลุ้นคว้าแชมป์สามรายการติดต่อกัน มีโอกาสพัตต์เบอร์ดี้ระยะ 5 ฟุตเพื่อตีเสมอแล้วไปลุ้นเพลย์ออฟ
เยเกอร์เป็นผู้เล่นคนที่ 7 นับตั้งแต่ปี 2017 ที่คว้าแชมป์จากการเล่น 9 หลุมหลัง โดยมีค่าเฉลี่ย Strokes Gained: Putting +1.60 ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดลำดับที่ 3 ของเขาในการลงเล่น 135 รายการในพีจีเอทัวร์ โปรกอล์ฟจากเมืองมิวนิค ซึ่งปัจจุบันมาอยู่ที่คัตตานูกา ในรัฐเทนเนสซี่ ที่เขาเรียนในระดับวิทยาลัย กลายเป็นนักกอล์ฟเยอรมันคนที่สี่ต่อจาก เบิร์นฮาร์ต ลังเกอร์, มาร์ติน คายเมอร์ และอเล็กซ์ เซจก้า ที่คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ เขายังเป็นผู้เล่นคนที่ 5 ที่คว้าแชมป์รายการแรกในปีนี้ และเป็นผู้เล่นต่างชาติคนที่ 4 ที่มาได้แชมป์ในทัวร์ของสหรัฐอเมริกา
ออสติน เอคโครท คว้าแชมป์คอกนิแซนต์ คลาสสิค
ครั้งหลังสุดที่ ออสติน เอ็คโครท คว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์คือปี 2019 ในรายการคิวเรนเซีย คาโบ คอลลิเกต เมื่อเขาเป็นนักศึกษาปีสองของมหาวิทยาลัยโอกลาโฮมา สเตท และมาทำสำเร็จอีกครั้งที่ปาล์มบีช ในการแข่งขันรายการคอกนิแซนต์ คลาสสิค ซึ่งเจอพิษฝนเล่นงานต้องเลื่อนการแข่งขันรอบสุดท้ายมาแข่งต่อในวันจันทร์
โปรกอล์ฟวัย 25 ปีมีสกอร์นำอยู่หนึ่งสโตรก หลังแข่งไปได้ 7 หลุมที่สนามพีจีเอ เนชั่นแนล ในวันอาทิตย์ ก่อนต้องหยุดแข่งเนื่องจากฝนกระหน่ำ และมาแข่งต่อในเช้าวันจันทร์ ซึ่งเอ็คโครท ขึ้นนำตลอดก่อนคว้าแชมป์ด้วยชัยชนะเหนือคู่แข่ง 3 สโตรก ในการแข่งขันรายการที่ 50 ของเขาในพีจีเอทัวร์ นักกอล์ฟจากพีจีเอทัวร์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ปิดฉากสัปดาห์ด้วยสถิติกรีนอินเรกูเลชันส์ อันดับ 1 โดยตีออน 59 หลุมจาก 72 และรั้งอันดับ 3 แม่นแฟร์เวย์ ตีเข้าแฟร์เวย์ 45 หลุมจาก 56 ส่วนค่าเฉลี่ย Strokes Gained: Tee to Green +9.01 เป็นตัวเลขค่าเฉลี่ยที่ดีที่สุดของโปรกอล์ฟหนุ่มรายนี้ สถิติ Putts per GIR อยู่อันดับ 3 และอันดับ 6 Putting overall ทำไป 23 เบอร์ดี้ ซึ่งเป็นสถิติดีที่สุดอันดับ 2 ของเขาในการเล่นอาชีพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จุน เยซอง'เก็บ12อันเดอร์ 'โปรซิม'ตาม3สโตรค จบรอบ3สวิง'KLPGAรีจูรัน'ที่อมตะฯ
จุน เยซอง นักกอล์ฟสาวจากเกาหลีใต้ ตีตื้นขึ้นนำเดี่ยวหลังจบรอบวันที่สาม เมื่อวันเสาร์ 14 มีนาคม 2569 ด้วยสกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 204 โดยมี ลี เยวอน อยู่อันดับสองตามสโตรคเดียว สกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 205 ขณะที่ โปรซิม ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ จบรวม 9 อันเดอร์พาร์ 203 ตามอยู่สามสโตรคยังมีหวัง โดยทั้งสามคนจะออกเล่นด้วยกันในรอบสุดท้าย การแข่งขันกอล์ฟ เคแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ รีจูรัน แชมเปี้ยนชิพ 2026 ชิงเงินรางวัลรวม 1,200 ล้านวอน ราว 22.44 ล้านบาท แชมป์รับเงินรางวัล 216 ล้านวอน ราว 4.65 ล้านบาท ในทุกวันมีบรรดาแฟนกอล์ฟให้ความสนใจเข้าชมอย่างหนาตาที่สนาม อมตะ สปริง คันทรี คลับ จ. ชลบุรี ระยะเล่น 6,552 หลา พาร์ 72
'ปาร์ค ดันยู'ตีลบ8นำเดี่ยว 'เนมิตรา'และ'ณัฐกฤตา'ตาม3แต้ม 'KLPGAรีจูรัน'รอบแรกสนามอมตะฯ
ปาร์ค ดันยู นักกอล์ฟจากเกาหลีใต้ ขึ้นนำเดี่ยวด้วยสกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 64 โดยมี ฮัน อารัม และ ลี เยวอน สองนักกอล์ฟร่วมชาติรั้งที่สองร่วม สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 66 ขณะที่ เนมิตรา จันต๊ะนาเขตร์ และ ณัฐกฤตา วงค์ทวีลาภ เป็นสาวไทยที่จบผลงานได้ดีสุด สกอร์รวมเท่ากัน 5 อันเดอร์พาร์ 67 ตามหลังผู้นำสามสโตรค จบรอบแรกกอล์ฟอาชีพ เคแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ รีจูรัน แชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 1,200 ล้านวอน หรือราว 22.44 ล้านบาท แข่งขันระหว่างวันที่ 12-15 มีนาคม 2569 สนาม อมตะ สปริง คันทรี คลับ แบบพาร์ 72 จ.ชลบุรี โดยการเล่นรอบแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 มีนักกอล์ฟร่วมด้วย 120 คน
3โปรดังเกาหลีใต้ ร่วมเล่น'รีจูรัน' เปิดฤดู'KLPGA ทัวร์'ในไทย
ฮง จองมิน นักกอล์ฟทำเงินรางวัลสูงสุดของ เคแอลพีจีเอ ทัวร์ 2025 พร้อมด้วย ยู ฮย็อนจู นักกอล์ฟคะแนนสะสมมือ 1 ในการแข่งขัน เคแอลพีจีเอ ทัวร์ 2025 รวมถึงแชมป์ในทัวร์ 2 รายการ และ โน ซึงฮี นักกอล์ฟอันดับ 2 ในตารางทำเงินรางวัลสะสมของปี 2025 ต่างเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ก่อนการแข่งขัน เคแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ รีจูรัน แชมเปี้ยนชิพ 2026
ลุ้น9สาวไทยร่วมวงสวิง 'บลู เบย์ แอลพีจีเอ'ชิง81ล้าน ที่ไห่หนานประเทศจีน
เชียร์ 9 สาวไทย ประกอบด้วย “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, “พราว” ชเนตตี วรรณแสน, จัสมิน สุวัณณะปุระ, “โม” โมรียา จุฑานุกาล, “เปียโน” อาภิชญา ยุบล, “แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ, “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม จากแอลพีจีเอ พร้อมด้วย “แชมเปญ” เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ และ “ออม” สุภมาส แสงจันทร์ จากไชน่า แอลพีจีเอ ทัวร์ ร่วมลงประชันวงสวิงล่าแชมป์แอลพีจีเอ รายการ “บลู เบย์ แอลพีจีเอ” ที่เกาะไห่หนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สัปดาห์นี้ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 81 ล้านบาท
'อาฒยา'นำสาวไทยล่าแชมป์ 'HSBCวีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ' 26ก.พ.-1มี.ค.ที่สิงคโปร์
“จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก ลุยต่อล่าแชมป์เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ ที่ประเทศสิงคโปร์ สัปดาห์นี้ หลังเพิ่งคว้าแชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ที่ประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมด้วย “เม” เอรียา จุฑานุกาล, “พราว” ชเนตตี วรรณแสน และ “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ประชันกับยอดโปรสาวระดับโลกอีกมากมาย รวมทั้ง ลิเดีย โค แชมป์เมื่อปีที่แล้ว
'โปรเม'เอรียา จุฑานุกาล กับพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง
การแข่งขันกอล์ฟหญิง Honda LPGA Thailand ที่ จ.ชลบุรี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งหน้าความสำเร็จของวงการกีฬาไทย เมื่อ "โปรจีน" อาฒยา ฐิติกุล โปรกอล์ฟสาวมือ 1 ของโลก ก้าวไปคว้าแชมป์มาครอง สร้างความสุขให้กับแฟนกอล์ฟชาวไทยที่เข้าไปชมการแข่งขันใกล้ชิดติดขอบสนาม

