ส.บอลฯตั้ง'รักษ์พล สายเนตรงาม' เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ฟุตซอลชายทีมชาติไทย

นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ” อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยฯ และ "โค้ชหมี" รักษ์พล สายเนตรงาม
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว "โค้ชหมี" รักษ์พล สายเนตรงาม หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตซอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคาร FA Thailand เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา
 
ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัว “นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ” อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ฝ่ายฟุตซอลและฟุตบอลชายหาด ได้เผยถึงที่มาและหลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตซอลทีมชาติไทยในครั้งนี้ว่า
 
"วันนี้นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของวงการฟุตซอลทีมชาติไทย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการประกาศแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่เท่านั้น แต่คือการเริ่มต้นปฐมบทใหม่กับเป้าหมายที่เราจะพาทีมชาติไทยก้าวไปสู่มาตรฐานที่สูงยิ่งขึ้นในเวทีนานาชาติ"
 
"ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้ทบทวนและประเมินผลงานของทีมชาติไทยอย่างรอบคอบ และประเมินถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกฟุตซอลที่มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เราจึงต้องการผู้นำที่มีความรู้ความเข้าใจในเกมระดับสากล ทำงานอย่างมีระบบ และที่สำคัญคือมีความทุ่มเทและหัวใจที่ผูกพันกับทีมชาติไทยอย่างแท้จริง"
 
"ภายหลังการพิจารณาร่วมกันอย่างเป็นขั้นตอนจากทุกฝ่าย เราเห็นพ้องว่า โค้ชรักษ์พล สายเนตรงาม คือบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการขับเคลื่อนอนาคตของทีมฟุตซอลทีมชาติไทย เพราะเป็นโค้ชที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับสโมสรและระดับทีมชาติ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเตะรุ่นใหม่ ควบคู่กับการใช้ประสบการณ์ของผู้เล่นที่มีศักยภาพ และมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะยกระดับทีมชาติไทยให้กลับมาท้าทายบนเวทีเอเชียและระดับโลกอย่างยั่งยืน"
 
"อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือแนวทางการทำงานที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ เราจะพัฒนาโครงสร้างตั้งแต่ระดับเยาวชน ไปจนถึงทีมชุดใหญ่ เพื่อสร้างความต่อเนื่อง อัตลักษณ์ที่ชัดเจน และเสริมความพร้อมของทีมชาติไทยในระยะยาว"
 
ทางด้าน “รักษ์พล สายเนตรงาม” หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตซอลชายทีมชาติไทยคนใหม่ ได้กล่าวว่า “สวัสดีครับ ผมรู้สึกดีใจ ภาคภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับทั้งตัวเองและกับวงศ์ตระกูลในการเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของฟุตซอลทีมชาติไทยในครั้งนี้ ฟุตซอลทีมชาติไทยถือเป็นทีมใหญ่ระดับโลก มีศักยภาพที่แข็งแกร่ง มีนักกีฬาที่มีคุณภาพมากมาย ดังนั้นการที่ผมได้โอกาสเข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้จึงถือเป็นเกียรติมากครับ"
 
"นี่คือการเข้ามารับหน้าที่เฮดโค้ชฟุตซอลทีมชาติไทยครั้งที่ 2 ของผม ต่อจากครั้งแรกที่เคยทำหน้าที่นี้ในการพาทีมไปเล่นฟุตซอลชิงแชมป์โลก ที่ประเทศลิทัวเนีย เมื่อปี 2021 ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาผมได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพิ่มเติมความรู้ จากการคุมทีมในต่างประเทศหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นการคุมทีมฟุตซอลหญิงทีมชาติเวียดนาม, การคุมทีมแบล็คสตีล ในลีกของอินโดนีเซีย รวมไปถึงการคุมทีมชาติมาเลเซีย ดังนั้นผมมั่นใจว่าจะสามารถนำพาฟุตซอลทีมชาติไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอนครับ"
 
"สำหรับทัวร์นาเมนต์แรกของผมคือรายการชิงแชมป์เอเชียในปลายเดือนมกราคมนี้ ซึ่งเป็นงานที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเป้าหมายของผมคือต้องการพาฟุตซอลทีมชาติไทยทำผลงานให้ดีที่สุด และถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศให้ได้อีกครั้ง เหมือนที่เราเคยทำได้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว"
 
"ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยในยุคของผม ทุกคนจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง อย่างแรกคือเรื่องของเกมรับที่จะต้องดุดันและแข็งแรงมากขึ้น ส่วนเกมรุกก็จะเพิ่มเติมเรื่องความเร็วเข้าไป เพราะฟุตซอลในระดับนานาชาติเกมจะเล่นกันเร็วมาก อีกทั้งผมจะเข้ามาเสริมเรื่องแท็กติกการเล่นใหม่ๆให้ทันสมัยมากขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมจะเข้าไปเพิ่มเติมให้กับทีมชาติไทยครับ"
 
"ผมฝากแฟนฟุตซอลชาวไทยทุกคน เป็นกำลังใจให้กับฟุตซอลทีมชาติไทยด้วยครับ ผมเป็นโค้ชคนไทยที่รักในฟุตซอลไทยและต้องการที่จะเห็นทีมชาติไทยประสบความสำเร็จ ผมและทีมงานจะทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ เพื่อนำความสำเร็จมาสู่ประเทศไทย และสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยทุกคนครับ ขอขอบคุณครับ"
 
สำหรับ "โค้ชหมี" รักษ์พล สายเนตรงาม เคยผ่านประสบการณ์คุมทีมมาแล้วมากมายกับ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต, ธอส.อาร์แบค, ชลบุรี บลูเวฟ รวมถึงกับ ฟุตซอลชายทีมชาติไทย, ฟุตซอลหญิงทีมชาติไทย, ฟุตซอลหญิงทีมชาติเวียดนาม, สโมสรแบล็กสตีล ในลีกอินโดนีเซีย และ ฟุตซอลชายทีมชาติมาเลเซีย
 
เคยพาทีมชาติไทย เข้ารอบ 16 ทีม ฟุตซอลโลก 2021 ที่ลิทัวเนีย, คว้าแชมป์ฟุตซอลไทยลีก 6 สมัย, แชมป์สโมสรเอเชีย 1 สมัย (ชลบุรี บลูเวฟ 2017), แชมป์สโมสรอาเซียน 2 สมัย (ชลบุรี บลูเวฟ 2019, แบล็กสตีล 2023), แชมป์ลีกอินโดนีเซีย ในปี 2020/21, เหรียญทองฟุตซอลหญิงซีเกมส์ กับทีมชาติไทย ในปี 2011, เหรียญเงินฟุตซอลหญิงซีเกมส์ กับทีมชาติเวียดนาม ในปี 2013, เหรียญทองแดงฟุตซอลชายซีเกมส์ กับทีมชาติมาเลเซีย ในปี 2025  และล่าสุดเพิ่งพาทีมชาติมาเลเซีย U19 คว้าอันดับ 3 ฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่ประเทศไทย ในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา
 
ทัวร์นาเมนต์แรกของ "โค้ชหมี" รักษ์พล สายเนตรงาม ในการคุมทีมฟุตซอลชายทีมชาติไทยในครั้งนี้ คือการไปทำศึก ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 27 มกราคม ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่ง ทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับ เวียดนาม, คูเวต, เลบานอน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศึกวอลเลย์บอล'VNL2026' 'JAS'ชวนแฟนเชียร์ทีมไทยที่'Monomax' เปิดสนาม3-8มิถุนายนนี้

บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์กีฬาระดับโลก ด้วยการคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงรายการใหญ่ Volleyball Nations League 2026 (VNL 2026) พร้อมส่งต่อความมันส์ให้แฟนกีฬาชาวไทยรับชมผ่านแพลตฟอร์มมิ่ง Monomax และ ช่อง MONOMAX SPORTS ถ่ายทอดสดครบทุกแมตช์ของสัปดาห์แรก ระหว่างวันที่ 3–8 มิถุนายน 2569 รวมทั้งสิ้น 36 แมตช์

ยืนยันทีมชาติไทยU23 อุ่นแข้ง2นัดเจอ'เกาหลีใต้/ยูเออี' ก่อนศึกเอเชียนเกมส์

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แจ้งโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอล อุ่นเครื่องของ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในช่วงเดือน มิถุนายน 2569 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมของทีมชาติไทย ในการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอล ในมหกรรมเอเชียน เกมส์ 2026 ที่ ประเทศ ญี่ปุ่น ในช่วงเดือนกันยายน 2569

เปิด23แข้งทีมชาติไทย เตะฟีฟ่าเดย์ดวล'คูเวต'บุก'จีน' 'ฮัดสัน'เผยเรียก'มุ้ย'เพื่อช่วยยกระดับน้องๆ

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรายชื่อ 23 นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดทำการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่อง ตามปฏิทินฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน 2569 ทั้งหมด 2 นัด คือ เปิดบ้านพบกับ คูเวต ในวันที่ 5 มิถุนายน และบุกไปเยือน จีน ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ภายใต้การคุมทัพของ "แอนโธนี ฮัดสัน" หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอังกฤษ 

ทีมชาติไทยพบคูเวต ก่อนบุกเยือนจีน โปรแกรม'ฟีฟ่าเดย์'มิถุนายน

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่อง 2 นัด ตามปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 โดย ทีมชาติไทย จะเปิดบ้านพบกับ คูเวต ในวันที่ 5 มิถุนายน  และบุกไปเยือน จีน ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569